การเตรียมตัวสอบ IELTS


ติวสอบ IELTS


สถาบันจะเน้นการสอนที่เฉพาะเจาะจงลงไปที่จุดอ่อนของผู้เรียน แต่ละคน เนื่องจากประสบการณ์กว่า 10 ปี ของทีมอาจารย์ เห็นว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการเตรียมตัวสอบนั้น จำเป็นที่จะต้องกล้าคิด กล้าแสดงออก และมีความคิดที่กล้าตัดสินใจ สุขุม รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ การพูด หรือการเขียน ซึ่งตรงจุดนี้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่จะดึงความสามารถของนักเรียน และทำีการพัฒนาศักยภาพให้ถึงที่สุด สิ่งสำคัญของการทำข้อสอบ IELTS คือการบริหารเวลา และการฝึกฝนทำแบบฝึกหัด โดยจะต้องทำการบ้านแบบจับเวลาทำการบันทึกเวลาที่ใช้ไปแต่ละส่วน อย่าหนีในสิ่งที่ตนไม่ถนัด อีกทั้งจะต้องเรียนรู้เทคนิคต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ และสามารถทำข้อสอบได้ทันเวลาทำให้ จะได้คะแนนที่สูงตามมา สิ่งสำคัญของผู้ที่เรียน IELTS ต้องเข้าใจคือภาษาอังกฤษ ไม่สามารถเรียนให้เก่ง ได้ชั่วข้ามคืน นั่นหมายถึง ผู้เรียนควรกลับไปทบทวนบทเรียน และ หมั่นท่องคำศัพท์ที่ที่ออกบ่อยๆ แต่ก็ไม่ต้องกังวล เกี่ยวกับเรื่องคำศัพท์มากนัก เพราะ คำศัพท์ของ IELTS ไม่ได้ยากมากมายอะไร ฝึกที่จะคิดหัวข้อ ขึ้นพูด และ ฝึกที่จะพูดหน้ากระจก อย่ากลัวหรืออายที่จะพูด

1. ส่วนของการฟัง มีทั้งสิ้น 4 parts (ให้เวลา 30 นาที) และเวลาอีก 10 นาที ตอบลงในกระดาษคำตอบ

Section 1: A conversation in an everyday social context between two people
Section 2: A monologue in an everyday social context
Section 3: a conversation in an education or training context
Section 4: A lecture or talk on a topic of general academic interest

เทคนิคในการทำข้อสอบการฟัง

  • ฝึกอ่านโจทย์และขีดเส้นใต้ คำสำคัญ (key words) ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การทำข้อสอบ ในส่วนของการฟังให้ได้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องกลับไปฝึกฝนเพิ่มเติมเองที่บ้าน ลำพังแต่การฟังในห้องเรียนไม่เพียงพอ
  • พยายามฟังคำที่มีเหมือนกับในโจทย์ที่ให้มา ( synonym/ similar words)
  • อาจเจอหลาย accent (ต้องฝึกฟังมาหลายๆ สำเนียง) ซึ่งทางสถาบันของเรา จะให้ผู้เรียนฝึกฟังสำเนียงหลากหลาย
  • ฝึกการทำสอบ IELTS โดยจะต้องฝึกฟัง อ่าน และจดโน้ต ไปพร้อมๆกัน
  • ในเรื่องการเติมคำ ระวัง grammar เช่น unit (หน่วย) เซน กิโล เติม s, es / หน่วยเงิน รวมทั้ง verb forms, spelling, plural จุดนี้ไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเราจะเน้นย้ำกันเป็นประจำอยู่แล้ว
  • หากเจอการกรอกแผนที่ให้พยายามฟังจุดเริ่มต้น turn left, turn right, corner, next, near, opposite, etc
  • ข้อสอบ IELTS ไม่เหมือนกับข้อสอบ SAT นั่นคือ ตอบผิดไม่ติดลบ ถ้าไม่รู้ควรเดา อย่าเว้นว่าง

โดยปกติก่อนทำข้อสอบจริง จะได้ยินตัวอย่างในการตอบ (ข้อเดียวเท่านั้น) ให้ผู้สอบลดการเกร็ง ก่อนที่จะได้ยินและต้องตอบจริง ผู้สอบต้องอ่านคำสั่งให้ละเอียดว่า เขียนคำตอบได้ไม่เกินกี่คำ ในทุกๆตอน เช่นตอบได้ไม่เกิน 3 คำ (NO MORE THAN THREE WORDS) เพราะจะไม่ได้คะแนนเลย ถ้าเขียนผิดคำสั่ง ผู้สอบจะมีโอกาสได้อ่านคำถามล่วงหน้าก่อนตอบในชุดถัดไปประมาณ 1 นาที ตามที่เทปสั่ง ในระหว่างนั้นควรอ่านคำถาม และคิดภาพกว้างๆในใจ เช่น ถ้าถาม How many members of the club now? ให้คิดว่า ตอนนี้มีสมาชิกกี่คน อย่าไปยึดติดกับคำว่า “now”เพราะอาจจะไม่ได้ยินคำนี้ในบทสนทนาต้องคิดว่า ตอนนี้ มีสิทธิใช้คำว่า present, at a moment, หรือ recently ก็ได้ถ้าหากฟังไม่ทัน และรู้ตัวว่าพลาดข้อนั้นไปแล้ว ต้องตัดใจ อย่าพยายามกลับไปตอบ ต้องตั้งสติและมุ่งหาคำตอบข้อต่อไป มิเช่นนั้น จะพลาดต่อเรื่อยๆ เพราะผู้สอบจะไม่มีโอกาสฟังซ้ำ เมื่อทำการโน้ตในสิ่งที่ได้ยินขณะฟัง ผู้สอบจะต้องทำสัญลักษณ์ที่ผู้สอบเข้าใจเพื่อย่นเวลาการโน้ต จะได้จับใจความได้มากขึ้น และต้องฝึกเขียนด้วยลายมือที่อ่านออก ตอนกลับมาอ่านเองจะได้ไม่งง เช่น w/o คือ คำว่า without พยายามโน้ตทุกสิ่งที่ได้ยินลงในชุดกระดาษคำถาม หลังฟังจบ ผู้สอบจะมีเวลา 10 นาที ให้เขียนคำตอบซึ่งถือว่าค่อนข้างมากอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เขียนคำตอบต้องมั่นใจว่าสะกดถูกต้อง และใส่คำถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เช่น ถ้าคำตอบข้อนั้นต้องเป็นรูปพหูพจน์ แต่ผู้สอบไม่เติม s ข้อนั้นก็จะไม่ได้คะแนน ย้ำเรื่องรายมือ ถ้าผู้สอบเขียนหวัดมาก จนอ่านไม่ออก ก็มีสิทธิไม่ได้คะแนนเช่นกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้ยินหลากหลายสำเนียงจากข้อสอบ IELTS ไม่ใช่แค่ British หรือ American Accent เท่านั้น สำเนียงต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น หรือ อินเดีย ก็มีโอกาสได้ยิน แต่เป็นสำเนียงที่ฟังรู้เรื่องและเข้าใจได้อย่างดี Listening เป็นทักษะที่สอบอันแรก เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มควรไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ขณะที่ฟัง ผู้สอบไม่มีสิทธิเข้าห้องน้ำเหมือนทักษะอื่น และพยายามตอบให้ครบทุกข้อถึงแม้ในข้อที่ไม่แน่ใจ

2. ส่วนของการอ่าน มีทั้งหมด 3 parts ให้เวลา 1 ชั่วโมง (3 เรื่อง เรื่องละ 20 นาที)

เทคนิคในการทำข้อสอบในส่วนของการอ่าน

  • อ่านคำถาม ขีดเส้นใต้ key word ของคำถามนั้นๆ รวมถึงใช้เทคนิคประกอบเช่น Prediction Skill ,Skimming Skill , Scanning และ การเดาความหมาย
  • คำถามประเภทถาม lists of heading ควรอ่านประโยคแรกของย่อหน้านั้นๆ เพื่อหา main idea ของแต่ละย่อหน้าก่อน รวมถึงอย่าใช้เวลา กับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป หากทำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อน และพยายามปรับสมอง อย่าให้กังวลกับข้อที่ผ่านๆมา โดยจะต้อง บริหารเวลา ควรใช้เวลา 20 นาที / 1 เรื่อง
  • อ่านโจทย์แต่ละประเภทให้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อสอบเติมคำ no more than …… words หรือ ข้อสอบประเภทให้เติม True , False, Yes, No, Not Given

3. ส่วนของการเขียน แบ่งเป็น 2 tasks ให้เวลา 1 ชั่วโมง

Task 1. การเขียนบรรยาย graph / table / diagram

  • ไม่ต้องเขียนความเห็นลงไป ควรเขียนอย่างน้อย 150 คำ ควรใช้เวลา 20 นาที และ เขียนเว้นบรรทัดเพื่ออ่านง่าย
  • ผู้เขียนไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดทั้งหมดลงไป แต่ให้พยายามเลือกบรรยาย เฉพาะข้อมูลที่สำคัญเท่านั้น จะได้คะแนนดี ถ้าเขียนเชิงเปรียบเทียบข้อมูล โดยคอร์สเรียน IELTS ของเราจำกัดจำนวนของผู้เรียน นั่นหมายถึงในทุกๆหัวข้อของการเขียนของทุกคน อาจารย์จะตรวจอย่างละเอียด โดยไม่มีการข้าม

Task 2. การเขียน short essay

  • เขียนอย่างน้อย 250 คำ ควรใช้เวลา 40 นาที โดยอ่านคำถามให้ดีและตอบให้ครบทุกคำถาม
  • วางแผนก่อนเขียน / ร่าง outline และ พยายามใช้ linking words มาช่วยในการลำดับความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ควรใส่ personal experience และยกตัวอย่างประกอบการเขียนลงไป ระวัง structure / วางแผน paragraph / มี introduction, body และ conclusion แน่นอนว่าในส่วนยากส่วนนี้ ผู้เรียน จะได้ทราบถึง การเขียนที่ถูกต้องตามหลักการที่แท้จริง ซึ่งหาเรียนได้ยากเพราะจะสอนกันในระดับปริญญาโท แต่สถาบันของเรากล้าเอามาสอน (ของมันแรง) เนื่องจากครูป๊อบอายของเรา มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่จบปริญญาเอกด้านการเขียนมาโดยตรงจากประเทศอังกฤษ นั่นหมายถึงการเขียนที่ถูกต้องตามหลักการได้ถ่ายทอดมายังครูป๊อบอาย และครูป๊อบอายก็ได้นำเคล็ดลับตรงนี้มาสอนให้กับนักเรียนของเราทุกคน
  • เขียนทั้ง เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แล้วสรุปว่าน้ำหนักเอนไปทางไหนมากกว่า โดย ระวังเรื่อง spelling และ พยายามใช้คำศัพท์ให้หลากหลาย ซึ่งตรงส่วนนี้สถาบันเราสอน IELTS อย่างเข้มข้น

4. การสอบ IELTS ส่วนของการพูด

  • Intro & Interview (4-5 นาที) เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการบ้าน ครอบครัว การทำงาน การเรียน งานอดิเรก
  • Individual long term (3-4 นาที) อาจารย์จะเลือก topic มา 1 เรื่องให้กระดาษเพื่อร่างประมาณ 1 นาที จากนั้นจะให้พูดแบบ non-stop (speech) เป็นเวลา 2 นาที ห้ามหยุดจนกว่าอาจารย์จะบอกให้หยุด
  • Two-way discussion (4-5 นาที) discuss ใน topic ต่อเนื่องจากข้อ 4.2 เป็นคำถามประเภทถามความคิดเห็น ให้ผู้สอบใส่เหตุผลและความคิดเห็นพร้อมทั้ง ยกตัวอย่างลงไป

หลักการให้คะแนน IELTS Speaking ประกอบด้วย 4 ส่วน

  • Fluency Coherence : ความคล่อง แต่อย่าพยายามพูดเร็วมากนักเพราะจะทำให้พูดไม่ชัดฟังไม่รู้เรื่อง และความเชื่อมโยงระหว่างประโยคกัับประโยค
  • Lexical resource : การใช้ศัพท์ ไม่ใช้ศัพท์ที่ง่ายหรือคำซ้ำมากเกินไป
  • Grammatical Range and Accuracy เช่น ถาม past ตอบ past
  • Pronunciation : ต้อง stress คำให้ถูกต้อง เน้นการสื่อสารถูกอารมณ์