เรียนจบแล้วทำอะไรดี

หลายคนที่เลือกเรียนภาษาฝรั่งเศส ตอนที่อยู่ ม. ปลาย ลองคิดซิว่าเรียนไปเพื่ออะไร เรียนเพราะชอบ หรือเรียนเพราะเอาคะแนนไปยื่นเข้าคณะในมหาวิทยาลัย หวังเพียงเพื่อให้เข้ามหาวิทยาลัยได้  ถ้าเรียนเพราะชอบ ก็จะได้เรียนในมหาลัยต่อ เพราะไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี พอจะทิ้งก็เสียดาย ก็เลยเรียนต่อไปเรื่อย ๆ เพราะมันเสียดายที่ไหน ๆ ก็เลือกเรียนทางด้านนี้  เมื่อเรียนจบจะหางานทำ ก็กลัวจะไม่ได้ใช้ภาษาที่ร่ำเรียนมา แต่ในปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เปิดรับภาษาที่สอง ที่สาม แถมยังหลากหลายอาชีพ แต่บางคนกลัวนั่นนี่โน่น  สุดท้ายก็ต้องไปสอนภาษาฝรั่งเศสเป็นคุณครู หรือรับสอนพิเศษ เป็นวิธีที่ง่ายสุดในการเก็บภาษาฝรั่งเศสไว้กับตัว ประมาณว่าถ้าทำสายงานอื่นแล้วก็จะลืมที่เคยเรียนมา อันนี้ก็เห็นได้บ่อยๆ

เป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศส

การจะมาเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสมันไม่ได้ง่ายนะ เพราะเอกภาษาฝรั่งเศสที่เรียน มีวิชาปี 4 ที่สอนสำหรับการสอนภาษาฝรั่งเศส สำหรับคนเป็นครูนั้นเรียกว่าเรียนกันจริงจังมาก คือเรียนทฤษฎีการสอนตั้งแต่สมัยโบราณ และเรียนตำราที่เป็นภาษาฝรั่งเศสด้วย  ซึ่งมันสำคัญสำหรับคนที่จบไปแล้วอยากเป็นอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสในโรงเรียนมัธยม หรือสอนภาษาฝรั่งเศสสถาบันต่าง ๆ แต่ถ้าใครคิดอยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ก็ต้องเรียนต่อกันอีก เพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยบางคนจบปริญญาเอก สาขาแกรมม่าภาษาฝรั่งเศส  เรียนแกรมม่าจนถึงดอกเตอร์เลยก็มี

ส่วนใครที่อยากเป็นครู แต่ติดอยู่ที่แพ้อัตราเงินเดือนที่ไม่มากนี่ล่ะ ซึ่งหากมีความขยันจริงๆ มันก็สามารถเป็นแม่พิมพ์ของชาติได้ และใช้ชีวิตแบบพอเพียง หากว่างช่วงเย็น หรือเสาร์อาทิตย์ก็อาจจะไปสมัครสอนอาชีพสุดฮิตอย่างติวเตอร์ หรือหากคิดว่าเงินเดือนติวเตอร์เยอะกว่าอาชีพครูก็ลองไปสมัครดู แต่จะไม่มีสวัสดิการดี ๆ เหมือนครูนะ แถมอาจมีใครบางคนดูถูกดูแคลนอาชีพนี้  เพราะบางคนชอบพูดว่าไม่รู้จะรู้ให้ความรู้จริงหรือเปล่า  สอนส่ง ๆ ไปหรือเปล่า  ซึ่งความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นครูที่ไหน  การสอนหนังสือภาษาฝรั่งเศสมันไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด  คือถ้าติวเตอร์คนไหนความรู้ไม่แน่น เวลาน้องถามแล้วตอบไม่ได้  แค่นี้ก็ดูออกแล้ว?? แล้วคนที่สอนภาษาฝรั่งเศสกว่าจะสอนเรื่องไหนได้นั้นต้องมานั่งทบทวนให้แม่นยำอีกทีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองอีกครั้ง เพื่อจะได้ไม่สอนน้องอย่างผิด ๆ ในด้านหนึ่งมันก็ทำให้คนสอนภาษาฝรั่งเศสได้ใช้ภาษาอยู่บ่อย ๆ จะได้ไม่ลืม แต่ในอีกด้านหนึ่งมันก็เหนื่อยอยู่เหมือนกัน  ไม่ว่าครูหรือติวเตอร์สอนภาษาฝรั่งเศส มักจะมีความคิดว่า..ไม่ว่าจะเหนื่อยยังไง ถ้าผู้เรียนตั้งใจเรียนก็จะทำให้ผู้สอนมีความสุขมาก ๆ  สิ่งที่เตรียมมาไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน

สวย ๆ อย่างนี้ เป็นพีอาร์ดีไหม??

นอกเหนือจากการเป็นครู เป็นเอเจนซี่ เป็นนักแปล หรือไกด์แล้ว จะว่าไป แหล่งทำงานที่หลาย ๆ คนที่จบเอกภาษาฝรั่งเศส หลายคนยึดไว้ทำมาหากินหลังจากเรียนจบก็คือ อาชีพการโรงแรมนั่นเอง เพราะงานโรงแรมเนี่ย ต้องใช้ทักษะสื่อสารที่สูงมากในการทำงาน โดยเฉพาะภาษาต่างประเทศซึ่งเรียกว่ามีความสำคัญมาก ๆ เลย ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีให้เด็กที่ชอบภาษาฝรั่งเศสได้อวดฝีไม้ฝีมือกัน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่พูดได้ถึง 3 ภาษา ทั้ง ไทย อังกฤษ และฝรั่งเศส จะเห็นว่ามีแต้มต่อกว่าคนอื่น ๆ อีกเยอะ

แต่งานโรงแรมที่ใช้ทักษะภาษา  ไม่ใช่พวกเปิดประตู ยกกระเป๋า หรือเข้าครัว ปูเตียง อะไรทำนองนั้นแม้ว่ามันก็ต้องใช้ภาษาบ้างในการสื่อสารกับแขก แต่ก็ดูจะไม่คุ้มกับที่เรียนภาษาฝรั่งเศสมาสักเท่าไหร่ แต่งานที่เราหมายถึงพวกพนักงานต้อนรับหรือ Receptionist, Concierge, Butler ที่จะเป็นสายตรงในการรับรองแขก และติดต่อประสานงาน สื่อสารในทุกๆ กรณี แต่อีกหนึ่งตำแหน่งที่กำลังเป็นที่ต้องการของคนที่เรียนจบภาษาฝรั่งเศสก็คือ PR จ้า ที่ย่อมาจาก Public Relation นะ สำหรับติดต่อประสานงาน เป็นงานที่สวยและรวยมาก โดยหน้าที่หลักๆ ของพีอาร์จะเน้นไปที่การประชาสัมพันธ์ของโรงแรมให้เป็นที่รู้จักสำหรับคนภายนอก  แต่ไม่ใช่เป็นเซลล์ เพราะไม่ได้ขายของหรือเป็นพริตตี้คอยบอกข้อดีของโรงแรมขนาดนั้น เพียงแต่คนเป็นพีอาร์จะต้องมีทักษะในการนำเสนอและให้ข้อมูลที่ดีต่อผู้ที่มาพัก งานนี้ต้องเป็นคนที่มีบุคลิกดี พูดจาฉะฉาน ความรู้แน่นปึ้กที่สำคัญภาษาฝรั่งเศสต้องได้  เพราะพวกโรงแรมต่างๆ  อาจใช้ภาษาฝรั่งเศสกันเป็นว่าเล่น เพราะจะมีพนักงานโรงแรมที่เป็นระดับผู้บริหาร ที่มาจากโรงเรียนในเครือจากประเทศฝรั่งเศสอย่างพวก Sofitel หรือ Pullman แม้แต่ตำแหน่งผู้บริหารสูง ๆ ก็เป็นอาจเป็นฝรั่งเศส  รวมทั้งอีกหนึ่งฝ่ายที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสกันเยอะมาก นั่นก็คือแผนกครัว เพราะเชฟมือหนึ่งของโรงแรมส่วนมากเป็นชาวฝรั่งเศสนี่ ซึ่งคนฝรั่งเศสส่นใหญ่เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษ หรือไม่ก็พูดได้น้อยมาก  อาจเป็นหน้าที่ของพีอาร์นี่ล่ะที่จะคอยเป็นล่ามสื่อสาร และจะดีแค่ไหนล่ะหากคุณพูดภาษาฝรั่งเศสได้คล่องแคล่ว ทั้งสวย รวยความสามารถแบบนี้นายก็ชอบ ลูกค้าก็แฮปปี้แน่นอน ซึ่งอาร์เก่ง ๆ เค้ามีการซื้อตัวกันด้วย..เริดไปเลย..

ไม่ว่าเหตุผลที่อยากเรียนจะเป็นอะไร แต่หากเลือกในอาชีพ ที่ชอบหรือถนัดแล้ว เชื่อว่าสิ่งที่ได้ตามมานอกเหนือจากเงินแล้วก็คือประสบการณ์ดีๆ นั่นเอง

<< กลับหน้าแรก เรียนภาษาฝรั่งเศส