บทที่ 16 : ฤดูกาลในประเทศฝรั่งเศส

ฤดูกาลในประเทศฝรั่งเศส

สำหรับบทเรียนภาษาฝรั่งเศสเรื่องฤดูกาลนี้ เป็นความรู้เกี่ยวกับประเทศฝรั่งเศสที่อยากนำมาเป็นข้อมูลว่า ประเทศฝรั่งเศสนั้น มีกี่ ฤดูกาล มีฝนตกเหมือนประเทศไทยหรือไม่ หิมะตกช่วงไหน อากาศร้อนอยู่ที่อุณหภูมิเท่าไหร่ เหมาะสำหรับผู้อยากจะหาข้อมูลก่อนเดินทางท่องเที่ยว ก่อนอื่นนะคะ สำหรับคำว่า ฤดูกาล ภาษาฝรั่งเศสเราใช้ว่า La saison ( ลา เซซง) ค่ะ

Il fait beau (อิล เฟ โบ) อากาศดี
Il fait chaud. (อิล เฟ โช) อากาศร้อน
Il fait froid. (อิล เฟ ฟรัว) อากาศหนาว
Il neige. ( อิล แนดเช่อ) หิมะตก
Il pleut. ( อิล เปลอ) ฝนตก
Il pleut souvent. ( อิล เปลอ ซูวอง) ฝนตกบ่อยๆ
Le soleil couche tard. ( เลอ โซเลย กูชเช่อ ตาร์) พระอาทิตย์ตกช้า
Le ciel noir. (เลอ ซีเยย นัวร์) ท้องฟ้ามืด

ประเทศฝรั่งเศสจะแบ่งฤดูกาลออกเป็น 4 ฤดู ดังนี้ค่ะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ ( le  printemps = เลอ แพรงต็อง) ฤดูใบไม้ผลิเริ่มวันที่  21   มีนาคม   สิ้นสุดวันที่  21   มิถุนายน โดยประมาณ  ในฤดูนี้อากาศจะอบอุ่นขึ้น   ในเวลาไม่กี่วันหลังอากาศอบอุ่นต้นไม้จะผลิใบเขียวชอุ่ม   ปลายเดือนมีนาคมและเดือนเมษายนอากาศจะไม่แน่นอน   บางทีอาจจะมีฝนตกบ้าง   อากาศจะดีจริง ๆ  ในเดือนพฤษภาคม (mai =เม)  ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่สวยงาม   ฟ้าจะเป็นสีฟ้าใส   พระอาทิตย์ซึ่งไม่เคยปรากฏในฤดูหนาวเริ่มส่องแสง   ฤดูนี้ได้ชื่อว่าเป็นฤดูแห่งดอกไม้แห่งงานฉลองแห่งความรัก  ( la  saison  des  fleurs (ลา เซซง เด เฟลอ= ฤดูกาลดอกไม้),  des  fêtes des  amours (ลา แฟต เด ซามูร์= เทศกาลแห่งความรัก )   มีงานฉลองมากมาย   เช่น  พิธีรับศีลจุ่ม   พิธีแต่งงาน  ฯลฯ
  • ฤดูร้อน ( l’été = เลเต้ )   เริ่มต้นประมาณวันที่  22   มิถุนายน   สิ้นสุดวันที่  22   กันยายน   ฤดูร้อนเป็นฤดูที่กลางวันยาวมาก   กลางคืนสั้นประมาณ  6 – 7  ชั่วโมง   พระอาทิตย์ตกดินช้า   สามทุ่มหรือสี่ทุ่มยังไม่มืด   ฤดูร้อนในฝรั่งเศสอากาศร้อน   ผู้คนจึงไปชายทะเล   ฤดูร้อนเป็นฤดูแห่งวันหยุด   ผู้คนเฝ้ารอฤดูนี้เพื่อจะได้ไปเที่ยวทะเล   เพื่อจะได้อาบแดด   เพื่อจะได้รับประทานผลไม้สด ๆ  เช่น  สตรอเบอรี่ ( les fraises= เล เฟรซเซ่อ)   แต่ในฤดูร้อนผลไม้ยังไม่อร่อย   ต้องรอให้ผลไม้สุกเสียก่อน   ฤดูร้อนบางปีอากาศอาจจะไม่ดีฝนตกบ่อย ๆ  ฤดูร้อนที่อากาศไม่ดีเรียกว่า   été  pourri  (เอเต้ ปูคี)  ความหมายคือไม่เพลิดเพลิน   เป็น  “ฤดูร้อนที่เน่าเสีย”   คาดว่า   “été  canicule (เอเต้ กานิกูลเล่อ)”   หมายถึงช่วงต้นฤดูร้อนที่อากาศร้อนมาก   บางเมืองอากาศจะร้อนมาก   อุณหภูมิที่สูงสุดในฤดูร้อนในฝรั่งเศสประมาณ  30  องศาเซลเซียส   ซึ่งร้อนมากสำหรับประเทศหนาว   ทำให้คนอยากไป   vacances (วาก็องเซ่อ = วันหยุดพักร้อนยาวๆ)   โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่อย่างปารีส
  • ฤดูใบไม้ร่วง ( l’automne = โลตอนเน่อะ)   ฤดูใบไม้ร่วงเริ่มต้นประมาณวันที่  23  กันยายน   สิ้นสุดวันที่  21   ธันวาคม   อากาศที่สดใส   แดดจ้าในฤดูร้อนเริ่มเปลี่ยน   ท้องฟ้าสีเทา  ลมแรง   ใบไม้เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีเหลือง   กลางวันสั้นมากขึ้น   กลางคืนยาวขึ้น   ใบไม้สีเหลือง   แห้งและร่วง   ฤดูใบไม้ร่วงก็เหมือนฤดูอื่น ๆ  คือ  อาจจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศดี   หรือฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศไม่ดี   คือ   ฝนอาจจะตกบ่อย   ตอนต้นฤดูอากาศมักจะดี   ตอนปลายฤดู  คือ   เดือนพฤศจิกายนอากาศจะไม่ดี   ท้องฟ้าเป็นสีเทาและมืดครึ้ม   ตอนที่ใบไม้ร่วง   ต้นไม้โกร๋นเป็นตอนที่เศร้า   แต่ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สวยฤดูหนึ่ง   เพราะใบไม้ที่เปลี่ยนสีทำให้ฟ้าสวยงามหาที่เปรียบไม่ได้   ป่าไม้ในฤดูใบไม้ร่วง  ( ตอนต้นและตอนกลางฤดู )   จะใช้คำขยายว่า  coloré (ออกเสียงว่า= กอลอเค)   ซึ่งหมายถึงระบายด้วยสีประดับด้วยสี  ( อันสวยงาม )   “ศิลปินมักจะให้ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สวยที่สุด   เนื่องจากสีใบไม้ที่เปลี่ยนสีแตกต่างกันมากมายหลายสี   ซึ่งธรรมชาติเท่านั้นจะทำได้
  • ฤดูหนาว   ( l’hiver= ลีแวร์ )    เริ่มประมาณวันที่  22  ธันวาคม   สิ้นสุดวันที่  20  มีนาคม   ปลายฤดูใบไม้ร่วง   กลางวันสั้นมากขึ้น   ท้องฟ้ามืดครึ้ม   ฤดูหนาวในประเทศหนาวหรือประเทศฝรั่งเศสคือ  ความหนาว   ฝนและหิมะ   แต่ฤดูหนาวก็เหมือนฤดูอื่น ๆ  คือ   เป็นฤดูที่คนบางกลุ่มเฝ้ารอ   นั่นคือผู้ที่ชอบกีฬาฤดูหนาวและผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับกีฬาฤดูหนาว   เมืองที่อยู่บริเวณภูเขาและเป็นสถานีสกี   ( Stations  de  ski = สตาซิยง เดอ สกี)   จะคึกคักและมีชีวิตชีวา

ฤดูหนาวเป็นฤดูแห่ง   “sports  d’hiver =สปอร์ ดีแฟร์”   ครอบครัวหรือโรงเรียนจะพาลูก ๆ  และเด็ก ๆ  ไปเล่นสกีบนภูเขาในช่วง   vacances  de  neige  (วาก็องเซ่อ เดอ แนดเช่อ= วันหยุดช่วงหิมะตก)  vergla  ( แฟร์กลา=ฝนปนหิมะ )    gel  ( เชล=น้ำที่แข็งตัว )    และ   dégel  ( เดเชล= น้ำแข็งที่ละลายแล้ว )   นอกจากเจ้าของรถจะต้องเตรียมรถของตนให้พร้อมที่จะแล่นไปบนถนนที่อันตรายแล้ว   ทางราชการก็เตรียม  chasse – neiges  ( แชสเซ่อ แนคเช่อ= รถกวาดหิมะ )   เพื่อเปิดทางหากหิมะตกมาก ๆ  บนทางหลวงก็จะมีกระสอบทรายและกระสอบเกลือวางไว้ประจำ

ฤดูหนาวเป็นฤดูแห่งงานฉลอง ที่สำคัญๆอย่างยิ่งคือ Noël (โนแอล = คริสมาสต์),  Nouvel  An (นูแวล ลอง= ปีใหม่)

ขอยกตัวอย่างดังประโยคต่อไปนี้

Il fait beau en printemps. ( อิล เฟ โบ ออง แพร็งตอง) อากาศดีในฤดูใบไม้ร่วง

Il neige en hiver. (อิล แนดเช่อ ออง นีแวร์)  หิมะตกในฤดูหนาว

Il pleut souvent en automne. (อิล เปลอ ซูว็อง ออง โนต็อน)  ฝนตกบ่อยๆในฤดูใบไม้ร่วง