เรียนภาษาสเปนด้วยตนเอง

การเรียนภาษาสเปนด้วยตัวเองให้ได้ผลต้องมีการตั้งเป้า ตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไม? ทำไม? ทำไม? ถามให้รอบด้านว่าการภาษาสเปนนั้นให้ผลดีอะไรกับตนเองบ้าง เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจช่วยกระตุ้นให้ตนเองเกิดไฟฮึกโหม มีแรงจูงใจให้พาตนเองเรียนให้ประสบผลสำเร็จ ขอแนะนำตัวอย่างการสร้างแรงจูงใจการเรียนสัก 3 ข้อที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวในแถบอเมริกากลางสำเร็จ ดังนี้

  • ภาษาสเปนใช้ในการสื่อสารระหว่างท่องเที่ยว ภาษาสเปนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี ในนิตยสารด้านภาษาและการท่องเที่ยวได้ตีพิมพ์รายงานที่เชื่อได้ว่าแนวโน้มผู้สนใจภาษาสเปนเพิ่มสูงมากขึ้น แต่จะเนื่องจากภาษาสเปนมีความเซ็กซี่ หรือนิยมใช้กันเพราะเหตุใดก็ยังไม่มีผู้รู้ฟันธงให้เราทราบอย่างแน่นอนได้ แต่อย่างไรก็ควรต้องทราบไว้ว่า ภาษาสเปนจัดเป็นภาษาราชการที่รองจากภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กันในทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ การภาษาสเปนจึงมีความจำเป็นที่เราต้องศึกษาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนมายังดินแดนแถบนี้ จริงไหม!

 

  • ภาษาสเปนใช้ในการถามหาจุดแวะที่น่าสนใจ ภาษาสเปนจำเป็นมากในการสอบถามจุดแวะท่องเที่ยวหรือพักผ่อนกับผู้คนในท้องถิ่นที่สื่อสารด้วยภาษาสเปน คำตอบที่คุณได้นอกเหนือจากที่เที่ยวหลักที่เป็นไฮไลต์ที่คุณดูมาจาก lonely planet หรือเวปไซต์แหล่งต่างๆ ที่คุณสนใจก็ตามที สิ่งที่คุณอาจได้แถมเพิ่มเติมจากการสื่อสารภาษาสเปนได้ก็จะเป็นจุดพักที่เป็นกิมมิกเล็กๆ ที่น่าสนใจและไม่ปรากฏบนลายแทงเวปไซต์ต่างๆ เหล่านั้น เช่น ผับเรียบๆ หรูๆ ที่เป็นที่นิยมของคนในท้องถิ่น หรือจุดแวะชมธรรมชาติที่คุณไม่เคยทราบจากที่ไหนมาก่อน เห็นประโยชน์การเรียนภาษาสเปนขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม

 

  • ภาษาสเปนใช้สั่งอาหารอร่อยที่ได้ใจพ่อครัว ภาษาสเปนที่คุณใช้สั่งอาหารจานโปรดสไตล์สเปน หรือที่เรียกว่าสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนนั้นนับเป็นศิลปะทางมรดกที่น่าสนใจการเรียนรู้ภาษาสเปนนอกจากที่คุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวในจุดต่างๆ ที่น่าสนใจแล้วการสั่งอาหารก็ได้รับความสนใจจากบริกรไปจนถึงพ่อครัวบางท่านที่ชอบนำเสนอเมนูที่คุณไม่เคยเห็นบนเมนูทั่วไป นอกจากเมนูอาหารที่ตื่นเต้นเร้าใจนอกจากนี้ยังมีการเต้นรำที่น่าสนใจที่คุณต้องได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต อย่าพลาดเชียวล่ะ

 

การเรียนด้วยแรงจูงใจที่เราสร้างนั้นควรมีจินตนาการที่ชัดเจน มีการตั้งเป้าและติดตามผลการเรียนเป็นประจำเพื่อให้คุณได้ทราบถึงความก้าวหน้าอยู่เป็นระยะเพื่อให้คุณมีกำลังใจที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จให้จงได้

อย่างไรก็ตามภาษาสเปนพัฒนามาจากภาษาลาตินซึ่งภาษาลาติน หรือ ละติน เป็นภาษาที่ใช้กันกว้างขวาง เช่น ในแถบลาตินอเมริกา แต่ภาษาลาตินในปัจจุบันจะมีใช้กันแต่เพียงด้านศาสนาหรือรากศัพท์ทางการแพทย์ หาคนเรียนภาษาลาตินได้น้อยมาก ภาษาสเปนมีใช้กันทั่วโลกและออกเสียงไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ไม่ผันคำบางเสียงอย่าเพิ่งไปลงรายละเอียดในจุดนั้นจะดีกว่า ในฐานที่เราเรียนในช่วงต้นจึงควรเน้นหนักคำให้ถูกต้อง เรื่องการสังเกตคำศัพท์ในส่วนของคำนาม และเพศ เพศของคำนามเป็นการระบุว่าคำศัพท์นั้นๆ จะเหมาะควรใช้งานกับผู้ชาย หรือผู้หญิง หากใช้คำผิดไปก็จะความหมายผิดไปยาวทั้งประโยค ดังนั้นหลังจากเรียนทุกครั้งควรทำเช็คลิสต์เพื่อสรุปเนื้อหาใจความ คำที่เกี่ยวข้อง และข้อสังเกตเพื่อให้เราใช้งานคำตามเพศได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนหรือผิดให้น้อยที่สุดนั่นเอง

  • คำนามหลายคำไม่ระบุเพศให้สังเกตคำขึ้นนำและคำลงท้าย คำนามคือคำที่เรียกแทน คน สัตว์ สิ่งของ เช่น ลูกสุนัข un cachorro (อุ้ล กาโช้โร), หอยทาก un caracol (อุ้ล การากล) สองคำนี้ดูแล้วไม่สามารถระบุเพศลงไปได้ บางคำก็ดูแล้วทราบเพศของคำได้ทันทีที่ท้ายคำนาม เช่น สุภาพบุรุษ el señor (เอล เซ็นยอร์) และ สุภาพสตรี la señora (ลา เซ็นยอร่า) สังเกตสองคำนี้เหมือนกันแต่ต่างกันที่ตัวลงท้ายคำนาม นอกจากนี้คำสองคำนี้ยังใช้คำนำหน้านามที่แตกต่างกัน คำหน้าคำนามเพศชายใช้คำว่า el และคำนำหน้านามเพศหญิงใช้คำว่า la นำหน้าคำนามเป็นต้น

 

  • คำนามลงท้ายด้วย O เป็นเพศชายและ A เป็นเพศหญิง คำนามส่วนใหญ่ให้สังเกตคำลงท้าย ส่วนมากด้วย -O เป็นเพศชาย และลงท้ายด้วย –A เป็นเพศหญิง ในคำนามที่ลงท้ายด้วย –O จะมีศัพท์เพียงเล็กน้อยที่หมายถึงเพศหญิงด้วย นอกจากนี้คำนามที่ลงท้ายด้วย –MA หลายคำเป็นเพศชายแต่ก็มีส่วนน้อยที่ –MA จะเป็นเพศหญิงด้วยเช่นกัน จึงควรท่องคำศัพท์ให้แม่นๆ เป็นพื้นฐานที่ดีก่อนจะพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และผสมคำออกมาเป็นประโยค

 

  • คำนามเพศชายที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะเปลี่ยนเพศได้ การเรียนภาษาสเปนเพียงคำศัพท์ในเงื่อนไขบางอย่างหากสังเกตให้ดีเพียงคุณเพิ่มตัว –A ไปด้านท้ายคำ คำนามเพศชายก็พร้อมจะกลายเป็นเพศหญิงได้ในทันที ลองมาดูตัวอย่างคำเดิมอีกครั้ง el señor (เอล เซ็นยอร์) สุภาพบุรุษ  แต่เมื่อเติม –a ลงไปตอนท้าย la señora (ลา เซ้นยอร่า) สุภาพสตรี พอเห็นภาพไหมครับ ลองอีกคำนะ el doctor (เอล ด็อคตอร์) แพทย์ (ผู้ชาย) เมื่อเติม –a ลงไปตอนท้ายกลายเป็น la doctora (ลา ด็อคโตร่า) แพทย์หญิง

 

จุดสังเกตเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จำเป็นมากกับการเรียนของคุณ นอกเหนือจากการท่องศัพท์เป็นประจำแล้ว การสังเกตลักษณะคำแบบที่กล่าวมาก็ช่วยให้คุณเรียนรู้ภาษาสเปนให้สนุกขึ้นอีกเยอะ

ภาษาสเปนเป็นภาษาที่สวยงามที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีคนใช้ภาษาสเปนมากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งรากฐานของทั้งภาษาอังกฤษและภาษาสเปนก็มาจากภาษาละตินเช่นเดียวกัน ผู้ที่รู้ภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ก็สามารถเรียนภาษาสเปนได้อย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน แต่หากผู้ที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่แล้วต้องไปเรียนรู้ภาษาอื่นอาจต้องใช้เวลาและความทุ่มเทที่มากกว่าดังนั้นจึงเป็นความคิดที่ดีและมีความคุ้มค่าที่คุณจะเรียนพูดภาษาสเปนเพิ่มเติม หวังว่าคุณจะสนุกไปกับการเรียน

  • เรียนรู้การออกเสียงตัวอักษรภาษาสเปน ให้พูดได้ผลดีควรออกเสียงตัวอักษรภาษาสเปนให้ได้ก่อน ตัวอักษรภาษาสเปนมีความคล้ายคลึงกับตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก แต่การออกเสียงตัวอักษรกลับแตกต่างกัน บางตัวอักษรในภาษาสเปนผู้ใช้ภาษาอังกฤษอาจออกเสียงได้ยากมาก ดังนั้นจึงควรรู้วิธีการอ่านออกเสียงตัวอักษรแต่ละตัวก่อนเป็นเบื้องต้นก่อน เช่น A ออกเสียงว่า ah, B ออกเสียงว่า beh, C ออกเสียงว่า seh, D ออกเสียงว่า deh, E ออกเสียงว่า eh จากนั้นจึงขยับไปเรียนการออกเสียงเป็นวลี และเริ่มขยับไปอ่านออกเสียงทีละประโยค บางตัวอักษรโปรดสังเกตให้ดีแม้จะมีตัวรูปร่างตัวอักษรที่เหมือนกันมากก็ตาม เช่น ช่น ตัวอักษร Ñ ในภาษาสเปนจะดูเหมือนตัว N ในภาษาอังกฤษ แต่การออกเสียงในภาษาอังกฤษมักจะเติม y แนบท้ายเช่น ny ออกเสียงเป็น “-ไน” แต่ในภาษาสเปน ตัวอักษร Ñ จะออกเสียงเป็น “แคนย่อน” cayon เป็นต้น

 

  • เรียนรู้กฎการออกเสียงคำในภาษาสเปน ให้พูดได้ผลดีจำเป็นต้องรู้กฎในการสะกดคำในภาษาสเปนอย่างแม่นยำ คุณต้องฟังตัวอย่างการออกเสียงให้มากเท่าที่จะทำได้จึงจะทราบการออกเสียงสะกดคำที่ถูกต้อง ชัดเจน แต่ในตอนแรกเริ่มจากการฟังจากบทเรียนในห้องเรียนหรือฟังตามอินเตอร์เน็ตก็ได้ ฟังให้มากเท่ามาก และสังเกตประโยคที่มีเสียงให้ฟังในแบบฝึกหัดนั้น เช่น ca, co, cu ออกเสียงว่า kah, koh, koo. ce, ci ออกเสียงว่า theh, thee หรือ seh, see เสียงควบ ch ออกเสียง “เช่อะ-“ เหมือนกับภาษาอังกฤษ แต่ตัวอักษร v ในภาษาสเปนกลับออกเสียงคล้ายตัวอักษร b ในภาษาอังกฤษ กฎต่างๆ เหล่านี้ควรเรียนรู้และจดจำให้แม่นยำเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้องมากที่สุด

 

  • เรียนรู้การอ่านเลขจำนวนนับ ต้องเรียนรู้การนับในภาษาสเปน เช่นเดียวกันกับการเรียนภาษาอื่นๆ ก็ต้องเรียนรู้วิธีนับเลขในแต่ละภาษาด้วยเช่นกัน โชคดีที่การนับในภาษาสเปนมีความเหมือนกับภาษาอังกฤษอย่างมากที่มีการเปลี่ยนชื่อเรียกหน่วยนับทุกๆ หลักสิบเหมือนกัน เช่น One ออกเสียงว่า Uno, Two ออกเสียงว่า Dos, Three ออกเสียงว่า Tres แต่ควรระวังเมื่อนำจำนวนนับไว้หน้าคำนามอาจออกเสียงตามเพศชายและหญิงที่ไม่เหมือนกัน

 

พื้นฐานการเรียนรู้ในทุกภาษาจำเป็นต้องมีความตั้งใจแน่วแน่และอดทน หมั่นทำแบบฝึกหัด ออกเสียง ซ้ำๆ บ่อยๆ เพื่อให้คุณสำเร็จในการเรียนเพื่อพูดภาษาสเปนให้สำเร็จให้จงได้

<< กลับหน้าแรก เรียนภาษาสเปน