เรียน CU-TEP คอร์สสอนสดรับรองผล

เรียน CU-TEP กับสถาบันเน้นการเสริมพื้นฐาน และการทำข้อสอบ CU-TEP ที่หลากหลายเรียน CU-TEP กับ สถาบันของเรา ซึ่งเปิดสอนมาโดยเฉพาะมากว่า 8 ปี ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียนรวม หรือการติวแบบตัวต่อตัว ด้วยฐานข้อสอบเก่าที่หาไม่ได้ในที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรือหลักสูตร เราใช้ประสบการณ์ ความพยายาม แรงผลักดันจากความสำเร็จของนักเรียน รุ่นต่อรุ่น ทำให้สถาบันของเราเป็นตัวจริงของการพาน้องๆเข้าจุฬา ในแต่ละวันมักจะมีคนโทรเข้ามาสอบถาม ถึงแหล่งข้อสอบที่มีอยู่จริงหรือ? เป็นแนวข้อสอบจริงหรือว่าแต่งเอง? มีคนโทรเข้ามาสอบถามสายแทบไหม้ ราคาแค่นี้จริงหรือ? รับรองผลจริงหรือ ? ย้ำกันที่หน้าเว็บเลยนะครับว่าจริงแท้แน่นอน นั่นคือ การติว CU-TEP ของเรา รับรองผลคะแนนสอบ CU-TEP ที่ 80 คะแนน พบคำตอบสุดท้ายของการหาที่เรียน CU-TEP ที่ไหนดีที่สุด ได้ที่สถาบันของเรา

ติวครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น listening error หรือ readingสำหรับแนวทางการติวของสถาบันเรา ย้ำว่าไม่เหมือนที่อื่น ครู อาจารย์เราทุกคนจะชิลๆ แบบว่าไม่เหมือนจะเป็นอาจารย์ แต่พอเริ่มจับปากกาไวท์บอร์ดเท่านั้น ครูทุกคนจะแปลงร่าง เหมือนจะมีองค์ลง (เฮ้ย นี่มันอาจารย์ปราบผีแล้ว) และจะพยายามอธิบาย เทคนิค ทริค วิธีลัด คำศัพท์ที่อยู่ฐานข้อสอบเก่า สถาบันจะเน้นการติว CU-TEP ที่เฉพาะเจาะจงลงไป ที่จุดอ่อนทางการของน้องๆแต่ละคน แน่นอนว่าน้องๆส่วนใหญ่มักจะมีจุดอ่อนคล้ายๆกัน ถ้าเป็นเรื่องของ Error ก็จะไม่ค่อยเข้าใจโครงสร้างของประโยคภาษาอังกฤษ (ไม่เป็นไรเดี๋ยวงานนี้ครูกอล์ฟของเราจัดการเอง) สำหรับจุดอ่อนเกี่ยวกับ Reading ของนักเรียนที่เห็นกันได้บ่อยๆ จริงๆแล้วไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นจุดแก่ ที่ว่าแก่เพราะมันดัดยากก็คือ ไม่ค่อยยอมจะท่องศัพท์กันนั่นเอง แต่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการให้คำศัพท์เป็นชุดๆไป (แต่ว่าถ้างานนี้ไม่ท่องเลยก็ช่วยไม่ได้นะครับ) ครูของเราจะพยายามจะจัดเต็ม (กระดาน) สำหรับเรื่อง Listening งานนี้ขอบอกว่าต้องใช้บุญเก่ากันจริงๆ เพราะบางคนฟังไม่รู้เรื่องเลยมาตั้งแต่แรก สิ่งที่พวกครูๆจะทำได้คือพยายามยัดเยียด กรอกหูให้ทุกคนชินกับมันมากสุด อันนี้ต้องขยันหาฟังเพิ่มเติมถึงจะช่วยได้นะ

พี่ป๊อบอายจัดการได้อยู่หมัดกับการสอน reading ตรงข้อสอบเนื่องจากประสบการณ์กว่า 10 ปี ของทีมอาจารย์เห็นว่าน้องๆที่มาเรียน CU-TEP ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่มักจะเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหามากที่สุด คือความกลัวเด็ก ที่ว่านี้หมายถึงก็มักจะกลัวเด็กๆน้องๆในห้องว่าจะเร็วกว่า ไม่อยากตอบเพราะอายเด็ก ทำให้ผู้ใหญ่มักจะไม่ค่อยตอบ แต่ไม่เป็นไร งานนี้อาจารย์มีจิก กัด แต่ไม่มีตบนะครับ เป็นที่น่าเห็นใจสำหรับน้องๆอย่างหนึ่งก็คือหนังสืออ่านสอบ CU-TEP ที่มีขายในท้องตลาด เป็นหนังสือที่ซึ่งไม่ค่อยตรงแนว และส่วนใหญ่จะง่ายเกินกว่าข้อสอบ CU -TEP ของจริง ทางสถาบันตระหนักในเรื่องนี้ดี ดังนั้นหนังสือที่ใช้จะเป็นหนังสือของทางสถาบันเอง ซึ่งเขียนขึ้นเองจากอาจารย์ระดับปริญญาโท ด้านภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีแนวข้อสอบของจริง ที่ได้มาจากการเข้าสอบจริงๆ อยู่ในหนังสือของสถาบันเราด้วย

คอร์สของสถาบันเราสอนครบโดยอาจารย์คนไทยสามคนคอร์สของสถาบัน Acknowledge จะเน้นที่การสอน ทั้งสามส่วนที่จะให้ความสำคัญเท่าๆกัน ไม่ว่าจะเป็น ส่วนของ Writing (20 ชั่วโมง) Reading Comprehension (20 ชั่วโมง) และ Listening (20ชั่วโมง) อีกทั้งยังเป็นการติว CU-TEP แบบกลุ่มเล็ก สอบถามปัญหาข้อสงสัยต่างๆได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งในการเรียนในอีกแบบก็คือแบบการเรียน CU-TEP ตัวต่อตัว หรือจัดกลุ่มเล็กกันมาเอง ก็สามารถทำคะแนนได้ดีในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ในแต่ละปี นักเรียนของเราได้คะแนนมากกว่า 90 คะแนน มีให้เห็นเป็นประจำ สามารถเข้าเรียนในจุฬาได้เป็นจำนวนมาก โดยทั่วไป เกณฑ์ขั้นต่ำที่น้องๆควรจะต้องสอบให้ได้คือ 75 คะแนน ในคณะทั่วๆไปเช่น สถาปัตย์อินเตอร์ โดยในแต่ละปี คะแนนของคณะต่างๆต้องการบางทีก็แตกต่างกันเช่นคณะ อักษรศาสตร์ภาคอินเตอร์ เปิดมาในปีแรกต้องการคะแนนขั้นต่ำที่ 75 คะแนน แต่มาช่วงหลังๆ บางคณะก็มีหลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงไปบ้าง (ดังนั้นหากคะแนนที่อ่านอยู่ตรงนี้ไม่ตรงกับสิ่งที่น้องๆรู้มา ขอให้น้องๆทำการตรวจสอบกับแต่ละคณะโดยตรงจะเ็ป็นการดีที่สุดนะครับ) การทำข้อสอบให้ได้คะแนนสูงนั้น จำเป็นที่จะต้องเน้นให้ครบทั้งสามส่วน ต้องทำคะแนนให้ได้ดีพอๆกันจะไปละเลยส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ เราจึงเน้นไปที่การสอนทั้งสามส่วนทั้งหมด


คอร์สเรียน CU-TEP


ได้แก่ การเรียนสัปดาห์ละสองวัน คือเรียนทุกๆวันเสาร์ กับอาทิตย์จะเรียนทั้งวัน (พักเที่ยง 1 ชั่วโมง ) โดยจะเรียนวันละหกชั่วโมง ครบทั้ง 3 สกิล ได้แก่ Reading Writing และ Listening จะใช้เวลาประมาณห้าสัปดาห์ครึ่งจึงจบคอร์ส

ประเภท
เวลา
วันเริ่ม
จำนวนชั่วโมง
ราคา
เสาร์-อาทิตย์
08.30-15.15
22 เมษ. 2560
60
7500

หมายเหตุ

  • สำหรับคอร์สวันเสาร์จะเป็นอาจารย์ 3 คน ติวแยกในแต่ละ PART และเป็นอาจารย์คนไทยที่ชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด
  • รับรองผลสอบที่ 80 คะแนน มีเงื่อนไขของความตั้งใจที่จะต้องโดนประเมินจากอาจารย์ด้วยนะครับ
  • มีการทำ ข้อสอบเก่า ที่จะหาไม่ได้ที่สถาบันอื่น และเป็นข้อสอบเก่าที่ไม่ได้เอามาจากในหนังสือที่วางขาย
  • สถาบันเราสอนอย่างเดียว ไม่ได้ดำเนินการสมัครสอบให้

การเรียน จำเป็นต้องใช้เวลา ท่องคำศัพท์และทำความเข้าใจกับมันสิ่งสำคัญของคือต้องเข้าใจว่าภาษาอังกฤษไม่ต่างอะไรกับการตักน้ำใส่โอ่ง ไม่สามารถเรียนให้เก่ง ได้ชั่วข้ามคืน นั่นหมายถึง หลังจากที่ได้เรียนไปแล้ว กลับไปทบทวนบทเรียน และท่องคำศัพท์ที่ที่ออกบ่อยๆ แต่ก็ไม่ต้องกังวล เกี่ยวกับเรื่องคำศัพท์มากนัก เพราะ คำศัพท์ของเราจะให้จำเป็นชุดๆอยู่แล้ว นั่นคือท่องศัพท์แต่พอประมาณ ใช้เวลาในการทบทวน ไวยากรณ์ และพักผ่อนด้วยการดูหนังที่เอาซับออก บางคนโชคดีหน่อยหากที่บ้านมีเคเบิลขอแนะนำว่า ควรเปิดข่าวที่เป็นภาษาอังกฤษดู จะช่วยเรื่องการฟังเป็นอย่างมาก แม้ว่าในช่วงแรกๆจะฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่หากทำเป็นประจำติดต่อกัน 2 เดือน รับรองว่าคะแนนจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ สิ่งที่อาจจะหนักอยู่บ้าง ก็คือ ผู้ที่ต้องเรียนต่อทางด้านระดับปริญญาโทและทิ้งภาษาอังกฤษไปนาน บางคนอาจจะทิ้งไปเลยกว่า 10 ปี อาจจะแนะนำว่าควรจะเรียนควบคู่ไปทั้งสองอย่างนั่นคือ แบบการเรียนแบบคอร์สและแบบเรียนตัวต่อตัว ทั้งนี้ หากไม่กลับบ้านไปทบทวน ก็คงไม่ต่างอะไรกับ “โอ่งรั่ว” ที่ตักน้ำลงไปเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็ม ผ่านไปก็ไม่มีน้ำอยู่เหมือนเดิม ถ้าเป็นอย่างงั้นคงเสียเวลา เสียดายเงินแทน บางทีเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นยังดีเสียกว่า สู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้


เรียนมาก็หลายที่ สอบไม่ผ่านซักที


อย่างแรกก็ต้องขยันสิครับขี้เกียจตัวเป็นขน รอไฟลนก้นค่อยตั้งใจ อันนี้ไม่ต้องคิดมาก ไม่ได้เกี่ยวกับปัญญา แต่เป็นปัญหาของสามัญสำนึก ไม่ต้องขยายความ เพราะมันชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว และสามารถตอบได้ด้วยตัวเองด้วยว่าในความเป็นจริงแล้ว เรามีคำศัพท์อยู่ในหัวเยอะแค่ไหน แล้วเราสนใจที่จะเติมมันลงไปแค่ไหน แล้วถ้าในประโยคหนึ่งๆมันมีคำศัพท์อยู่ 20 คำ แต่แปลไม่ออกอยู่ 10 คำ แล้วจะใช้วิธีไหนมาเดาล่ะ ต่อให้ยังไงก็เดาไม่ออก จากนั้นพอมั่วก็ทำช้า แล้วก็…. เละ น้องบางคนเรียนมาหลายที่ จะอาจารย์เทพจุติแค่ไหน แพงแค่ไหน ไกลแค่ไหน ข้าเรียนมาหมดแล้ว แต่ยังได้คะแนนไม่ถึงครึ่ง บอกตามตรง ต่อให้เรียนที่ Acknowledge มันก็ไม่ช่วยหรอกครับ กลับบ้านแล้วหยุดโทษคนรอบข้าง หันมามองดูตัวเอง แล้วจะรู้เองครับ ว่าทำไมสอบเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านซักที

ประมาทเพราะจำนวนรอบการสอบมันเยอะ สอบไปเรื่อยๆไม่ผ่านหรอกประมาทเพราะจำนวนรอบที่มีสอบมันเกือบทุกเดือน ในแต่ละปีจะเปิดสอบเยอะมาก เกือบจะสิบรอบได้ ความประมาทดังกล่าวจะผุดขึ้นมาในใจจากตัวเด็กเอง นั่นคือ “CU-TEP มันสอบตั้งหลายรอบ สอบไปเรื่อยๆ มันคงผ่านซักรอบแหละ” แต่ปรากฎว่าทำยังไงก็สอบไม่ผ่านซักที เพราะเกิดจาก ไม่ได้ตั้งใจจริงๆซักทีหวังว่าจะฟลุคซักรอบแต่ก็ไม่ฟลุค อย่าลืมว่า การทำอะไรซ้ำๆ ย่อมจะส่งผลให้มีความชำนาญมากขึ้น เช่นการขับรถ ผู้ที่ขับรถมา 2 ปี ย่อมทำได้ดีกว่าผู้ที่เริ่มขับในเดือนแรกๆ แต่การเข้าสอบบ่อยๆ ไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะเราไม่รู้ว่าในการสอบแต่ละครั้งนั้น เราทำอะไรผิดตรงไหน สิ่งที่จะช่วยก็คงเป็น แต่ช่วยในการบริหารเวลาให้ทำทั้นมากขึ้น ก็แค่นั้น ดังนั้นทางแก้คือเรียน แบบตั้งใจอ่านให้มันจริงจังเป็นทางออกที่ดี

ไม่รู้จะเริ่มเตรียมตัวอ่านหนังสือจากจุดไหนไม่รู้ว่าจะเริ่มอ่านจากจุดไหนก่อนดี ตามปกติแล้วเด็กนักเรียนไทย มักจะคุ้นเคยกับการเรียนไวยากรณ์ มาตั้งแต่สมัยเริ่มเรียนกันตั้งแต่ประถม เรียนกันอย่างจริงจัง แต่ปัญหาคือ นำมาใช้ไม่ได้ ใช้ไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะเอามาประยุกต์ใช้อย่างไร ภาพรวมของไวยากรณ์ที่เรียนกันมานั้น คืออะไร จากจุดนี้ทำให้การอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบ เป็นการอ่านอย่างสะเปะสะปะ ไร้จุดหมาย บางคน ตอนสอบออกมาก็มั่นใจว่าตัวเองทำได้ แต่ผลสอบออกมาก็ฉิวเฉียดเกือบผ่านทุกที และข้อสังเกตคือ คะแนนในหัวข้อไวยากรณ์ออกมาน้อยกว่าควรจะได้ ข้อสันนิษฐานคือ มีการเข้าใจอะไรผิดบางอย่างมาตั้งแต่ต้น หรือผู้สอบในส่วนนี้โดยใช้ sense กันอย่างเดียวเลย หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ี่แก้ไขได้ยากที่สุด เพราะ เด็กจะไม่รู้ตัวเองเลยว่าเราผิดตรงไหน ดังนั้นจำเป็นต้อง มานั่งรื้อไวยากรณ์ใหม่อย่างละเอียดเกือบทั้งหมด

หนังสือ เตรียมสอบ cu-tep บางทีมันก็อ่านงงๆนะหนังสือที่ไม่สมบูรณ์ หนังสือเตรียมสอบที่ขายอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่ บางทีก็ใช้คำไม่เหมาะสม ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ตำราพวกนี้แต่งจากการแปลภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษอีกที ดังนั้นคำบางคำจึงไม่ควรใช้ นั่นคือตำราภาษาอังกฤษที่ดี ควรทำมาจากเจ้าของภาษาแล้วนำมาใช้เลย ไม่ควรเปลี่ยนจากไทยเป็นภาษาอังกฤษ แล้วนำมาใช้ และที่พบได้บ่อยๆในหนังสือทั่วๆไปคือ แบบฝึกหัดในหนังสือ ง่ายเกินกว่าข้อสอบจริง เมื่อเด็กซื้อตำราเตรียมสอบพวกนี้มาอ่าน จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง แบบไม่รู้ตัวเป็นผลเสียอย่างใหญ่หลวง อีกทั้งยังรู้สึกว่าตัวเอง ทำแบบฝึกหัดได้ แต่พอสอบเข้าจริงๆกลับทำไม่ได้ ทำให้รู้สึกท้อ แนะนำว่าหากจะหาหนังสือดีๆซักเล่มไปซื้อ Text book เกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ TOEFL มาใช้จะดีกว่าเยอะครับ


แนวทางการเรียน


แนวทางการสอน writing cutep ของสถาบันของเราWriting โดยส่วนใหญ่แล้ว การเขียนถือเป็นลักษณะของข้อสอบ ที่ผู้สอบมักจะไม่มีความชำนาญอันเนื่องมาจาก ตัวของผู้สอบไม่เกิดความเข้าใจ ในหลักภาษามาตั้งแต่ต้น ข้อสอบการเขียนของ CU-TEP นั้นมุ่งประเด็นไป เพื่อวัดความรู้ความสามารถ ในเรื่องของกฎไวยากรณ์ และโครงสร้างที่ถูกต้องของภาษาเป็นหลัก โดยรูปแบบของข้อสอบ คือการหาจุดที่ผิดของไวยากรณ์ (Error Identification) ซึ่งปรากฎอยู่ในประโยคข้อสอบทั้ง 30 ข้อที่กำหนดให้ ดังนั้น ด้วยความยากของข้อสอบและเวลาที่มีเพียงครึ่งชั่วโมง ผู้สอบจึงเกิดความกังวล และเกิดความประหม่าอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงในท้ายที่สุดก็จะจบลงที่คะแนนในส่วนนี้ จะไปดึงคะแนนในส่วนอื่นให้ตกลงมาอีกด้วย ด้วยการเรียนที่เข้มข้นเกี่ยวกับโครงสร้างทางภาษา น้องๆจะสามารถวางใจได้ถึงความรู้ที่ครอบคลุมทั้งหมดของการทำข้อสอบการเขียนประเภทนี้ เนื่องด้วยเราให้เวลา ในการเรียน CU-TEP ของส่วนนี้ถึง 20 ชั่วโมง สำหรับในส่วนของการสอนนั้น น้องๆจะได้รับความรู้ทางไวยากรณ์ ตั้งแต่ส่วนที่ง่ายที่สุดไล่ไปจนถึงส่วนที่ยากขึ้นไปตามลำดับของแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้เพื่อปูพื้นฐานไวยากรณ์ ที่อาจหลงลืมไป และเพิ่มพูนไวยากรณ์ใหม่ที่ยากแก่การเข้าใจ ในรูปแบบที่ง่ายต่อการเรียนรู้ ภายในเวลา 20 ชั่วโมงนี้ น้องๆมั่นใจได้เลยว่า จะได้รับความรู้ที่เป็นขั้นเป็นตอน และกลเม็ดเคล็ดลับ ที่สามารถนำไปผนวกใช้ได้จริง ในเวลาที่ต้องเจอกับข้อสอบจริงๆ จุดประสงค์ในการจัดชั้นเรียนของสถาบันเรามีเพียงเพื่อ ต้องการช่วยเหลือน้องๆทุกคน ให้ประสบความสำเร็จในการสอบ อีกทั้งด้วยความตั้งใจจริง ของเหล่าอาจารย์ที่รักในการติวหนังสือ สถาบันแห่งนี้จึงต้องการให้น้องๆทุกคน เชื่อว่าเราพร้อมที่จะเป็นแรงผลักดัน ให้น้องๆทุกคนไปถึงสิ่งที่มุ่งหวังไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการทำข้อสอบ CU-TEP ในส่วนของการเขียน เหล่าอาจารย์ของเรา อยากให้น้องๆทุกคนมั่นใจที่วางใจให้เราปูทางให้สู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างที่หวังเอาไว้ เพราะความสุขของผู้ให้คือความรู้สึกดีใจของผู้รับ

แนวทางการสอน reading ของสถาบันของเราReading Comprehension จุดประสงค์หลักของข้อสอบการอ่านเพื่อความเข้าใจ คือ ต้องการจะวัดความสามารถในการแปลบทความ เชิงวิชาการซึ่งมีความสลับซับซ้อน ของภาษาอังกฤษ และต้องการจะประเมินความสามารถในการอ่านจับใจความของผู้สอบ อีกด้วย ดังนั้นหัวใจสำคัญ ของการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่สนามสอบคือ ผู้สอบต้องมีความรู้เกี่ยวกับ หลักภาษาอังกฤษที่จำเป็น รวมถึงผู้สอบต้องมีองค์ความรู้พื้นฐาน เพื่อการจินตนาการให้เห็นภาพในขณะที่กำลังอ่านบทความ และที่สำคัญที่สุด ผู้สอบต้องมีคลังศัพท์จำนวนมาก ซึ่งสะสมไว้ในตัวไม่ว่าจะมาจากการท่องจำ หรือจากการนำไปใช้จนเกิดความเคยชิน

หลักสูตรของสถาบันของเราจะให้เวลากับส่วนของการอ่านเพื่อความเข้าใจนี้ถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งด้วยจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมนี้ นักเรียนทุกท่านสามารถทำความรู้จัก และทำความคุ้นเคยกับข้อสอบการอ่านได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแนวบทความของข้อสอบและรูปแบบบทความที่สถาบันได้เตรียมเอาไว้นั้นมีลักษณะใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เพื่อไม่ทำให้ผู้อ่านเกิดความประหม่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบทความทางวิชาการ ที่มีความสลับซับซ้อนของภาษา อาทิเช่น บทความทางเศรษฐกิจ บทความทางการศึกษาเชิงงานวิจัย บทความทางการแพทย์ และบทความทางสังคมและวัฒนธรรม ด้วยลักษณะการ ติว CU-TEP ที่เน้นถึงความค่อยเป็นค่อยไป และความเข้มข้นของคำศัพท์ น้องๆจะสามารถทำความเข้าใจ บทความทุกประเภท ซึ่งจะไล่ลำดับจากบทความที่ง่าย ไปจนกระทั่งถึงบทความที่ยาก และด้วยคำศัพท์ที่ได้รับการกลั่นกรองมาแล้ว ว่าสมควรถูกนำไปใช้ในห้องสอบ น้องๆจะทยอยเรียนรู้คำศัพท์ที่ออกสอบผ่านแนวทางการท่องจำที่น่าสนใจ อีกทั้งยังมีการทบทวนคำศัพท์เหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำให้เกิดความคุ้นตา และสามารถเรียกใช้ในครั้งต่อไปได้ทันที

แนวทางการสอนของสถาบัน มีเรียนแบบตัวต่อตัวด้วยนะครับสำหรับการเรียน CU-TEP ในส่วนของการอ่านเพื่อความเข้าใจนั้น น้องๆจะเข้าเรียนทุกสัปดาห์ โดยที่แต่ละสัปดาห์จะพบกับอาจารย์ผู้สอน 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เมื่อเริ่มต้นการเรียน ผู้สอนจะทำการทบทวน ไวยากรณ์พื้นฐานของภาษาอังกฤษ สำหรับการอ่าน ซึ่งจะทำการติวผ่านบทความ ที่ยังคงง่ายต่อการเข้าใจ ทั้งนี้เพื่อทำให้น้องๆ สามารถแปลบทความ ออกมาได้เหมือนอย่างที่ข้อสอบต้องการ การทบทวนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ พื้นฐานนั้นจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้น้องๆจะได้เรียนรู้บทความที่ยากขึ้น ในแต่ละครั้งที่เข้าห้องเรียน อีกทั้งผู้สอน จะเริ่มให้คำศัพท์ที่จำเป็นต้องรู้ ในบทความแต่ละประเภท ซึ่งแนวทางการเรียนรู้คำศัพท์ของเรา สามารถทำให้น้องๆจดจำ และนำไปใช้ได้จริง รวมถึงการเรียนรู้คำศัพท์ในแต่ละสัปดาห์นั้น น้องๆจะได้รับคำศัพท์ใหม่ ในแต่ละสัปดาห์เป็น จำนวนอย่างน้อยครั้งละ 50 คำ และทางสถาบัน Acknowledge สามารถที่จะทำให้น้องๆจดจำคำศัพท์ใหม่ได้สูงถึง 600 คำเป็นอย่างน้อยเมื่อจบคอร์ส CU-TEP การอ่านเพื่อความเข้าใจ (แต่ก็ต้องขอร้องว่าต้องกลับบ้านไปท่องด้วยนะครับ)

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม