เรียน SAT คอร์สติวสด คลาสเล็ก

เรียน SAT กับสถาบัน Acknowledge ด้วยประสบการณ์ติวที่มีมากว่า 15 ปี ในแต่ละปีเราสามารถส่งน้องๆเข้าจุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล ภาคอินเตอร์ได้เป็นจำนวนมาก ด้วยทีมอาจารย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง การเรียนที่สถาบันจัดขึ้นจะเน้นไปที่การแก้ไขจุดอ่อนของ แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน หากอ่อนในทางคณิตศาสตร์ ก็จะเน้นที่การทำโจทย์ ซึ่งโจทย์แต่ละเรื่องแต่ละข้อ จะมีความพิถีพิถันในการบอกถึง สิ่งที่น้องๆจำเป็นต้องรู้ บอกถึงทางตรง และทางลัด บอกถึงควรทำไม่ควรทำ แต่ถ้าอ่อน Critical Reading จะเน้นไปที่คำศัพท์ SAT และเน้นการให้เหตุผลในเชิงการวิจารณ์และการตีความหมาย ทั้งในวงกว้างและในวงแคบ หลากหลายมุมมอง หากมองในภาพรวมแล้ววิชาภาษาอังกฤษ SAT จะยาก ( Critical Reading) เพราะอาจจะต้องท่องคำศัพท์ ที่เกิดมาไม่เคยเห็นเลย ดังนั้นการทำข้อสอบ ให้ประสบผลสำเร็จนั้น จะต้องหมั่นท่องคำศัพท์ให้ได้ อย่างน้อยๆ วันละ 100 คำ จากคำศัพท์ที่ให้ที่จำเป็นต้องท่องหมด และอาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งหากน้องขยันก็ต้องท่องเพิ่ม หรือซื้อบัตรคำมาท่อง อย่าเพิ่งท้อไปซะก่อนนะครับ

ข้อสอบของ New SAT ในส่วนของคณิตศาสตร์นั้น ส่วนใหญ่จะอิงอยู่บนความรู้ของพื้นฐานคณิตศาสตร์ ม.ต้น ซึ่งผู้เรียนมักจะลืมไปแล้ว อย่างไรก็ตาม อาจจะมีเนื้อหาของเลข ม.ปลาย ผสมมาบ้าง เช่น เรื่องของกราฟ เป็นต้น ดังนั้น ในส่วนของคณิตศาสตร์ จะเน้นไปที่พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต้องรู้ประกอบกับ คำศัพท์เฉพาะที่น้องๆต้องจำได้ เพื่อที่จะได้แปลได้อย่างรวดเร็ว น้องทั้งหลายที่ลงไม่ทันก็อย่าเพิ่งบ่นกันนะ ตอนนี้เปิดติว SAT อีกคอร์สแล้วครับ


 SAT เดิม กับ New SAT


ท่านอาจไม่รู้จัก SAT ก็ขอให้เข้าใจว่าหากเทียบต่างประเทศกับบ้านเราแล้ว การสอบ SAT ก็ไม่ต่างจากการสอบ Admission ในไทยนั่นเอง ผู้สอบจำเป็นต้องแนบคะแนนสอบ SAT เพื่อใช้ยื่นเข้ารับการศึกษาต่อกับทางมหาวิทยาลัยที่ผู้สอบสนใจ ดังนั้นจึงควรศึกษาเกณฑ์คะแนนที่แต่ละมหาวิทยาลัย และคณะที่สนใจว่าต้องใช้คะแนนส่วนไหนเป็นสำคัญยิ่งเดือนมีนาคม ปี 2016 จะมีการเปลี่ยนข้อสอบ SAT ในประเทศอเมริกาเป็น Redesigned SAT หรือข้อสอบแบบใหม่ที่ปรับปรุงขึ้นนั่นเอง และจะมีผลกับการทดสอบในประเทศไทยทั้งหมดเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2016 จึงควรทราบถึงรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมที่ทดสอบทักษะสามด้าน 3 บททดสอบ ปรับเป็นทักษะ 3 ด้านแต่ 2 บททดสอบดังนี้

  • แบบทดสอบ SAT ส่วนของ Passage-based Reading & Writing Test การทดสอบความพร้อมทางความรู้ SAT ในส่วนของความพร้อมด้านการเขียนภาษาอังกฤษ Writing และความพร้อมด้านการอ่านเอาใจความในข้อสอบ Critical Reading ที่มีความยาวและค่อนข้างยากพอสมควรได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นแบบทดสอบ Passage-based Reading & Writing Test ดังนั้นการหมั่นฝึกทักษะทั้งการท่องจำศัพท์  ไวยากรณ์ และการฝึกแบบทดสอบทางด้านภาษาอังกฤษยังคงมีความจำเป็นอยู่นะครับ ในแบบทดสอบใหม่นี้ Reading และ Writing ถูกมัดรวมอยู่ในชุดเดียวกันแต่ไม่รวม essay ดังนั้นหากประสงค์จะยื่นผลคะแนน essay จะต้องเป็นการสอบแยกต่างหาก แบบทดสอบถูกแก้ไขในส่วนของ Reading จะมีการเปลี่ยนชุดคำศัพท์จากเดิมที่ค่อนข้างยาก บางทีก็ไม่มีชุดคำศัพท์ในบทความที่ยกมาให้อ่านเลย แบบทดสอบถูกปรับให้เป็นคำศัพท์ที่พบเจอได้โดยทั่วไปและเกี่ยวข้องกับบทความที่ใช้ในการถามเสมอ และมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ Writing จะเป็นคำถามเกี่ยวกับไวยากรณ์ grammar ที่ปรากฏอยู่ในบทความเสมอเช่นกัน โดยบททดสอบจะมีตัวเลือกให้เลือก แต่ตัวเลือกจะลดลงจาก 5 เหลือ 4 ตัวเลือกเท่านั้น หากคุณกำลังมองหาที่เรียน SAT ลองสอบถามผู้สอนว่ารู้ถึงข้อมูลอัพเดตเหล่านี้แล้วหรือไม่ประกอบการเลือกสถานศึกษาด้วยนะครับ
  • แบบทดสอบ SAT ส่วนของ Math Test การทดสอบความพร้อมทางความรู้ SAT ในส่วนของความพร้อมด้านคณิตศาสตร์ Math จากเดิมที่จะประกอบไปด้วยข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบความพร้อมวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษสลับกันเป็นส่วนๆ แบ่งออกเป็นหลาย section ถูกปรับใหม่ให้แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ส่วนที่ใช้เครื่องคิดเลขได้ และส่วนที่ใช้เครื่องคิดเลขไม่ได้ แบบทดสอบจะมีโจทย์ที่ยาวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งถูกออกแบบให้เน้นการคิดวิเคราะห์ และคำนวณไปในตัว ตัวเลือกจากเดิมที่มี 5 ตัวเลือกถูกลดลงเหลือ 4 ตัวเลือกเหมือนกันกับแบบทดสอบภาษาอังกฤษเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากท่านได้อ่านบทความนี้ แน่นอนว่า ช่วงปี 2016 ได้ล่วงเลยมาแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะฝากไว้คือเรื่องของการเลือกซื้อหนังสือ หรือการส่งต่อหนังสือมาจากรุ่นพี่รุ่นเก่าๆ นั่นหมายถึง หนังสือเก่าๆเหล่านั้นจะใช้ไม่ได้แล้วนั่นเอง ต้องระวังด้วยครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นเตรียมสอบไม่ตรงแนว เสียเวลาไปเลย


คอร์ส NEW SAT + CU-AAT


จะมีทั้งสิ้นสองแบบ ได้แก่ การเรียนสัปดาห์ละหนึ่งวัน คือเรียนทุกๆวันอาทิตย์ และการเรียนสัปดาห์ละสามวันคือเรียนในวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ ทั้งสองแบบจะเรียนทั้งวัน (พักเที่ยง 1 ชั่วโมง ) โดยจะเรียนวันละหกชั่วโมง ครบทั้ง 2 สกิล ได้แก่ Math และ Critical Reading การเรียนในคอร์สวันอาทิตย์จะใช้เวลาประมาณสามเดือนจึงจบคอร์ส แต่หากเป็นเป็นคอร์สวันจันทร์ พุธ และศุกร์ จะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์

ประเภท
เวลา
วันเริ่ม
จำนวนชั่วโมง
ราคา
 อาทิตย์
09.00-16.00
29 ตค. 2560
72
12000
จันทร์ พุธ ศุกร์
09.00-16.00
5 มีค. 2561
72
12000

หมายเหตุ

  • อาจารย์สอน 2 คน สอนแยกในแต่ละ PART และเป็นอาจารย์คนไทยที่ชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด โดยช่วงเช้าจะเป็นคณิตศาสตร์  (ในบางครั้งอาจจะมีการสลับคาบกัน แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเรียนไม่ครบ เรียนครบเต็มวันแน่นอนครับ
  • สำหรับการเรียน NEW SAT ตัวต่อตัว จะมีการเสริมโจทย์ที่นอกเหนือจากการเรียนในห้อง
  • ในการสอนเลขจะเน้นไปในแนวข้อสอบ CU-AAT และในการสอนภาษาอังกฤษ จะเน้นไปในการสอบ NEW SAT  อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกๆของคณิตศาสตร์จะเน้นข้อสอบที่ค่อนข้างง่ายไปก่อนเพราะต้องการปู พื้นฐานด้วย
  • ผู้เรียนผ่านคอร์สไปแล้วจะสามารถไปสอบได้ทั้งสองสนาม
  • เตือนกันไว้นิดว่าการบ้านเยอะโดยเฉพาะเลขที่ต้องทำกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำกันจนจำได้ว่ามันต้องทำกันอย่างไร สิ่งสำคัญต่อมาคือ ในแต่ละห้องนั้นรับน้อย ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ประมาณ 15 คน
  • หากสอบได้ไม่ถึงคะแนนที่ 1,250 คะแนน โดยเป็นคะแนนรวม MATH + Critical Reading สามารถกลับมาเรียนซ้ำอีกครั้งได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
  • นำเครื่องคิดเลขมาด้วย (ถ้ามี) แต่ไม่ต้องซื้อเพื่อนำมาเรียน
  • คอร์สของเราจะมีแต่วันอาทิตย์ไม่มีวันเสาร์นะครับ ปัจจุบันและในอนาคต แต่บางช่วงของปีจะมีคอร์สช่วงปิดเทอมที่จะเรียนทั้งวันของวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์
  • สำหรับผู้ที่ต้องการลงเพียง PART เดียว ราคาจะอยู่ที่ 7,500 บาท/ PART
  • นอกเหนือจากการเรียนแบบคอร์สรวมแล้ว หากน้องๆคนไหนมีเวลาว่างไม่ตรงกับที่สถาบันจัดเวลาไว้ น้องๆสามารถลงเรียน SAT ตัวต่อตัวได้นะครับ โดยทีมอาจารย์ผู้สอน และชีทเรียนก็จะเป็นทีมชุดเดียวกับที่สอนเป็นคอร์ส

ทำไมสอบแต่ไม่ผ่านซักที


คำศัพท์ SAT ไม่ท่อง งานนี้ไม่ต้องอธิบายถึงผลเสียเพราะมันจบตั้งแต่ความคิด หรือต้นตอของความขี้เกียจแล้วครับ ไม่ต้องสอบ SAT หรอก ไม่ว่าจะสนามสอบภาษาอังกฤษใดๆบนโลกนี้ ก็ไม่สามารถที่จะสอบผ่านได้ น้องๆหลายคนเคยไปเรียนตามสถาบันอื่นๆ ก็มักจะได้เทคนิค ความคิดเกี่ยวกับการเดาศัพท์ การดูรากศัพท์ การนั่งทางใน (อันนี้ไม่เกี่ยว) หรือแม้กระทั่งการเดาศัพท์จากในบริบท ความคิดแบบนี้ ย้ำว่า ลืมมันไปเถอะ ตั้งใจท่องศัพท์ให้ดี ศัพท์เบสิคให้ได้ เอาศัพท์หลายๆคำนำมามัดเป็นกลุ่มแล้วท่องซะ ถ้าไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองก็ไปซื้อบัตรคำศัพท์มาท่องตอนนั่งรถ นั่งเรือ นั่งเครื่องบิน สารพัดเวลาว่างก็นำมาท่อง ถ้าน้องๆทำได้ซะอย่างนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมาเรียนกับพี่หรอกครับ สิ่งที่ครูกอล์ฟฝากบอกกับนักเรียนทุกคนคือ การสอบ SAT มีทางลัดที่จะให้ผ่านง่ายๆคือ คำศัพท์ งานนี้มาหาคำอธิบายจากครูกอล์ฟเองนะอ่านไม่ทันมั่วมันส์ไปเลย หลายๆคนน่าจะเคยกับการสอบในสนามอื่นๆมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น IELTS หรือ CU-TEP (ซึ่งเป็นข้อสอบยอดฮิตของผู้ที่ต้องการสอบเข้าภาคอินเตอร์) และก็น่าจะเคยฝึกฝนเกี่ยวกับการอ่านแบบ skip กับสถาบันอื่นๆมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่บอกไว้ตรงนี้เลยว่าคำว่า skip ไม่สามารถที่ใช้กับการสอบ SAT ได้ ดังนั้นลืมไปได้เลย (จริงๆแล้วขนาดการสอบ CU-TEP ในหัวข้อของ Reading Comprehension ก็ไม่สามารถจะ skip ได้แล้วล่ะนะ) คราวนี้ถ้าเราติดกับการ skip ล่ะ งานนี้ไม่ต้องสงสัยเลยเพราะเวลาเราเจอข้อสอบ เราจะพยายามอ่านอย่างรวดเร็ว แต่สรุปง่ายๆคือ เหมือนอ่านได้เร็ว แต่ไม่รู้เรื่อง ขอบอกว่าต้องกลับมาปรับนิสัยกันหน่อยแล้วครับงานนี้ อ่านช้าๆเน้นคำศัพท์ และการวิเคราะห์ความคิด และน้องต้องอย่าลืมว่าสิ่งที่น้องอ่านมันคือ Critical Reading ซึ่งมันคือการอ่านแบบวิจารณ์นะครับ

เอาแต่เลขไม่เอาอังกฤษ ฟิตอังกฤษไม่เอาเลข งานนี้สำหรับน้องๆที่ต้องใช้คะแนนเพียงตัวใดตัวหนึ่งก็คงจะรอดตัวไป เราสามารถฟิตในวิชาเดียวที่เราต้องใช้ยื่นได้อย่างไม่มีปัญหา เพียงแต่ในบางคณะที่จำเป็นต้องใช้คะแนนรวมล่ะ เช่น EBA BBA จุฬา หรืออีกหลายๆคณะที่ต้องใช้คะแนนรวมอย่างที่เราเข้าใจว่า ควรจะต้องให้ได้มากกว่า 1250 คะแนนไง หลายคนมักจะประสบปัญหาทางความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองถนัด น้องหลายคนจะเข้าใจว่าเลขไม่ถนัดให้ทิ้งเลข ภาษาอังกฤษถนัดทำแต่ภาษาอังกฤษ หรืออะไรทำนองนี้เป็นต้น เห็นมานักต่อนัก หงายหลังกลับบ้านไม่ถูกหลังจากออกมาจากห้องสอบ ย้ำตรงนี้จากประสบการของพี่ที่สอน SAT มากว่า 10 ปี ว่าไม่ว่าน้องจะทำยังไงก็ตาม ถนัดอันไหนหรือไม่ถนัดอันไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราจะต้องให้ได้คะแนนคณิตศาสตร์ มากกว่า 700 รวมกับภาษาอังกฤษ Critical Reding เกินกว่า 500 บอกตรงๆว่างานนี้ยากทั้งคู่ แต่ต้องทำทั้งคู่นะครับ

ทำแต่ไม่แก้ ขอแค่ทำเยอะๆก็พอ น่าสงสารกับเคสนี้ เป็นเคสของผู้มีเงินเพียงพอและเหลือใช้ในการที่จะซื้อ Text Book ราคาแพงไม่น้อย ถ้าเทียบกับหนังสือของเด็กๆชาวเขา ที่ต้องการเรียนแค่ให้อ่านออกและเขียนได้ ไม่ว่าจะเป็นค่ายอันโด่งดังเช่น Baron Princeton College Board McGraw หรืออื่นๆอีกมากมายสุดแสนจะสรรหามาได้ ว่าจะตรงแนวสุดขีด สุดชีวิตกันไปเลย ราคาแต่ละเล่มน้อยๆต้องมี 700 บาทแน่นอน แต่ที่เห็นมานักเรียนแต่ละคนใช้มันยังกับว่าคุณค่ามันประมาณ 70 บาท บางคนเอามาท่องๆ แล้วเดี๋ยวก็ลืม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ MATH ที่ฟิตจัดนั่งทำไปหลายร้อยข้อ แต่พอผิดก็แค่กาผิด แล้วก็ดูผ่านๆ คิดในใจว่า อ๋อ อย่างงั้น มันเป็นอย่างงี้ แล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จำไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าเป็นแบบนี้ หากเราผิดแบบไหนก็ตาม อยู่ในห้องสอบจริงเราก็จะต้องผิดแบบนั้นอยู่เรื่อยไป กลับมาแก้ไขตัวเองเป็นทางออกครับ

ไม่ชอบเรียนเรื่องไหน ก็ปล่อยไปตามนั้น หลายครั้งหลายหนที่ผมมีโอกาสได้สอน SAT ซักคอร์สสองคอร์ส ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นช่วงปิดเทอมในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ถึงแ้ม้ว่านานๆจะได้สอนซักทีแต่ก็ไม่ลืมว่าเราจะต้องสอนอะไร (ปกติเว็บมาสเตอร์ก็สอนนักเรียน ม.ปลายเป็นประจำอยู่แล้ว) และคำถามยอดฮิตที่เรามักจะถามเด็กๆเป็นประจำคือ เคยสอบกันมาบ้างไหม หรือไม่ก็ใครแนะนำให้มาเรียนที่นี่ล่ะ หรือไม่ก็ชอบเรียนเลขไหม ไม่ชอบเรียนบทไหนมากที่สุด กับคำถามสุดท้ายนี่ผมจะถามบ่อยสุดๆ สิ่งที่ได้รับคำตอบกลับมาคือ เด็กส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ตอบเหมือนกันคือ หนูไม่ชอบเรียนเกี่ยวกับเรื่องของกราฟ (อ้าว แล้วหนูทำยังไงล่ะ) เด็กๆเหล่านั้นก็จะพูดทำนองเสียงเดียวกันว่า หนูก็ข้ามไปสิเพ่ไม่เห็นยากเลย โ่ด่….. บอกตรงๆว่าคราวนี้งานเข้าแล้ว เหตุผลคือ หากเราไม่ชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งหากจะโชคดีหน่อย เรื่องนั้นๆที่เราไม่ชอบดันออกน้อย เราก็จะมีโอกาสได้คะแนนเยอะ แต่ถ้าแย่หน่อยก็ได้คะแนนน้อยหากมันออกเยอะ ส่วนใหญ่หากเด็กมีความคิดแบบนี้ สำหรับคณิตศาสตร์แล้วงานนี้บอกได้เลยว่า คะแนนส่วนใหญ่จะไปกองอยู่ที่ 600 ต้นๆ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีเรื่องที่ไม่ชอบอยู่กี่เรื่อง แล้วเด็กพยายามหนีอยู่กี่เรื่องนั่นเอง

บวกลบคูณหารนึกว่าง่าย พื้นที่ก็ใส่สูตร แต่ทำไมเวลาสอบออกมาแล้ว ได้คะแนนออกมาก็หกร้อยกว่าๆทุกทีเลย (วะ) อันนี้ผมกำลังยังตัวอย่างที่เป็นกรณีศึกษา ของนักเรียนที่ผมมักจะเจอประจำ โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์ (ก็ผมสอน MATH นี่นา) และจะเห็นได้บ่อยมากขึ้นหากเป็นเด็กผู้ชาย สายวิทย์ ไม่รู้เป็นอะไรเห็นประจำแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นคือ คิดว่ามันง่าย!!! แน่นอนครับน้องๆที่เรียนสายวิทย์มาโดยเฉพาะที่เป็นภาคไทย เรียนอะไรมาบ้าง โอโห ตรีโกณ ลำดับอนุกรม ว้าว แคลคูลัส เวคเตอร์ เมตริกซ์ แล้วพอมาเจอข้อสอบก็จะประมาณว่าข้อสอบอะไรกันนี่ทำไมง่ายจัง เลข ม.ต้นชัดๆ พอทำได้ก็ไม่เคยใส่ใจกับรายละเอียด ไม่เคยจะยอมเข้าใจที่มา แล้วก็ประมาท

มีสูตรลัดไหมอะเพ่!!! เรียน SAT มาตั้งหลายที่ ขอสูตรลัดเยอะๆ คิดได้แค่นี้รับรองงานเข้า ประเด็นนี้เริ่มมาจากเมื่อต้นปีที่แล้วผมมีโอกาสได้สอน SAT ในช่วงวันอาทิตย์ (ถ้าจำไม่ผิด) หลังจากเรียนผ่านไปครั้งแรกมีผู้ปกครองท่านหนึ่ง โทรมาหาผมในทำนองตำหนิว่า ครูไม่ยอมให้สูตรลัดเลย แล้วลูกดิฉันจะทำเลขได้เร็วไ้ด้ยังไง? ถามไปถามมาพบว่าน้องคนนั้นเป็นกลุ่มเด็กปานกลางค่อนไปทางอ่อน อะไรที่ทำให้เค้าคิดอย่างนั้น แน่นอนคำตอบคือ เค้าไม่ชอบเลข เค้าเพียงแต่ต้องการทำให้มันผ่านๆไป และความคิดที่จะทำให้มันผ่านไปเร็วๆได้คือ ใช้สูตรลัด ใช้เทคนิค ใช้ทริคสุดแสนจะสรรหามาทำ บอกไว้ตรงนี้เลยครับ สูตรลัดมาจากพื้นฐาน เมื่อน้องมีพื้นฐานที่ดีนั่นคือสุดยอดสูตรลัด เพราะเราจะทำโจทย์ที่พลิกแพลงได้ทุกข้อ

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม

SAT Tips

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการสอบ กำหนดการ รวมถึงตาราง รายละเอียดต่างๆ ของการสอบ New SAT ได้ที่เว็บของ College board ได้โดยตรงเลยครับ

เรียน SAT ที่ไหนดี กับ สถาบัน Acknowledge ทั้งคอร์สรวมและเรียนตัวต่อตัว ด้วยครูคนไทยสองท่านที่ชำนาญเฉพาะทาง ประสบการตรงกับการติว SAT มากว่า 10 ปี คอร์สเล็กราคาไม่แพง ซักถามได้ตลอดรอดฝั่ง เน้นปูพื้นแยกบท ผสมการทำโจทย์ที่ตรงแนว