เรียน TOEIC สำหรับคนทำงาน

เมื่อถึงเหตุจำเป็นสถานการณ์บังคับให้คุณต้องเรียน TOEIC (Test of English for International Communication) เพื่อสอบวัดผล TOEIC เอาล่ะสิ คุณจะเริ่มต้นเตรียมตัวอย่างไรกันดี? จริงๆ แล้ว TOEIC เป็นแบบทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อใช้ทำงานกันอยู่โดยปกติในบริษัทที่ต้องใช้ภาษาติดต่อกับต่างประเทศหรือบริษัทที่มีมาตรฐานการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน ผลการสอบเป็นการยืนยันความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เราจึงไม่ควรกังวลมากไปหากเรามั่นใจว่าเรายังใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่เราจะตื่นตระหนกมากหากเราลังเลสงสัยว่าเรายังคงใช้ภาษาอังกฤษได้อยู่หรือเปล่าหนอ? เอาล่ะ ตั้งสติแล้วมาลองดูกันครับ ตั้งเป้าเรื่องผลสอบแล้วเตรียมตัวทำไปพร้อมกันเลยดังนี้

  • เตรียมหนังสือพิชิตข้อสอบ TOEIC ในขั้นแรกต้องใช้ตัวช่วยนั่นคือหนังสือ หนังสือเป็นตัวช่วยที่เราไม่ต้องไปลงเรียนตามสถาบันติวต่างๆ หนังสือช่วยให้เราสามารถอ่านทบทวนได้ตลอดเวลา พกก็ง่าย หาได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ลองไปหยิบมาอ่านดูสักเล่มสองเล่มก่อน เลือกที่ติดอันดับ Best Seller ก็ได้ หรือจะค้นจากในเวปไซต์ดูข้อมูลเบื้องต้นที่มีข้อมูลแนะนำกันว่าหนังสือเล่มไหนพอจะช่วยได้ค้นข้อมูลหนังสือที่ต้องการได้แล้วต้องรีบ รีบ รีบไปหยิบขึ้นมา อย่าช้านะครับ ทุกอย่างที่คิดได้ต้องรีบทำอย่าปล่อยทิ้งไว้มันจะเลือนหายไปจากความทรงจำได้ง่ายมาก งานที่ทำก็ว่าวุ่นแล้วถ้าเรากระตือรือร้นเพียงพอ ทั้งงานและการเรียนจะไปได้ดีทั้งคู่ เริ่มเลยครับ ค้น หา ซื้อมาแล้วรีบ อ่าน!

 

  • เตรียมทักษะ TOEIC ด้านการฟัง เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง อาจจะคิดขึ้นมาทันทีที่อ่านจบประโยคนี้ย้อนแย้งทันทีว่า แล้วจะไปหาฟัง TOEIC ได้จากไหน ร้านหนังสือใช่ไหม? จะบอกว่าใช่ก็ได้ ไม่ใช่ก็ได้ การเรียนรู้สมัยนี้ง่ายดายเสียเหลือเกิน ทุกคนมีสมาร์ทโฟน ทุกคนมีอินเตอร์เน็ต เปิด youtube.com สิครับ ลองค้นตามช่อง Channel ที่สอนเรื่อง TOEIC จะพบว่าในโลกใบนี้มีผู้ให้ที่แสนใจดีมากมายเสียเหลือเกิน ค้นในส่วนที่เผยแพร่โดยคนไทยให้ดูคุ้นเคยคุ้นหู หัดฟัง ตั้งสติ แล้วมีสมาธิ แบ่งเวลาในทุกๆ วันเพื่อฝึกฝนทักษะการฟัง ด้วยวิธีง่ายๆ นี้อย่างน้อยต้องได้ 600 คะแนนขึ้นแน่นอน

 

  • ขยันทำแบบทดสอบ TOEIC เพื่อเตรียมตัวสอบ เราก็ต้องหาแนวข้อสอบ เปิด google.com ขึ้นมาเลยครับ ค้นหาแนวข้อสอบเก่าๆ มาฝึกหัด ทำบ่อยทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เปิด youtube.com ดูเฉลยบ้างก็ได้

 

TOEIC เพื่อคนทำงานไม่จำเป็นต้องทำให้เลิศหรูไปเสียทุกทักษะ แค่เอาตัวรอดได้แบบหรูๆ ก็เพียงพอแล้ว จริงไหม นอกเหนือจากการเรียนกวดวิชาหรือเรียนเสริม อีกคำหนึ่งที่คนได้ยินกันบ่อยๆ ซึ่งยังมี TOEFL หรือ IELTS และอีกหลายๆ ชื่อที่คุ้นหูกันดี แต่มีอีกหลายคนที่ยังสงสัยว่า TOEIC นั้นมันมีความแตกต่างอย่างไรกับการเรียนเสริมที่เป็นภาษาอังกฤษอื่นๆ และเมื่อเรียนแล้วนำไปสอบได้ผลที่แตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร?

การเรียน TOEIC เพื่อเตรียมตัวสอบ

การสอบ TOEIC จัดทำขึ้นโดย Educational Testing Service (ETS) สำหรับในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานและ หลายสถาบันต่างๆมากมายที่ต้องการผล TOEIC ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการบิน การท่องเที่ยว การโรงแรม การขนส่ง สถาบันการเงิน ยานยนต์ ปิโตรเคมี โรงพยาบาล รวมทั้งบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ในด้านต่างๆ เพื่อใช้สำหรับพิจารณาทักษะทางภาษาอังกฤษในการรับสมัครเข้าทำงาน เพื่อปรับเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่ง รวมทั้งการคัดเลือกเพื่อไปอบรมสัมมนาต่าง ประเทศ  ปัจจุบัน TOEIC มีการสอบสองรูปแบบคือ การฟังและการอ่าน ( Listening and Reading Test) กับการพูดและการฟัง(TOEIC Speaking and Writing Tests)  ซึ่งลักษณะของการสอบ TOEIC ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้มีความพร้อมในทักษะทางด้านการฟังและการอ่านเป็นหลัก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเข้ารับการสอบ

TOEIC เป็นแบบทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นข้อสอบภาษาอังกฤษสากลที่มีสถิติของการใช้ในการสมัครงานมากที่สุดแบบหนึ่งของโลก   เป็นแบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถ ตั้งแต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐานหรือเริ่มต้น จนถึงผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา  ซึ่งการสอบยังได้รับการยอมรับในการเป็นแบบทดสอบมาตรฐาน เช่นเดียวกับแบบทดสอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น TOEFL, SAT หรือ GMAT ทำให้มีผู้หันมาเรียน เพื่อเตรียมตัวก่อนสอบมากขึ้น สำหรับเนื้อหาของการเรียนที่จะเน้นการสอนเทคนิคและสอนแนวทางที่ใกล้เคียงกับการสอบ โดยเน้นที่ทักษะการฟัง (listening) และการอ่าน (reading) เป็นหลักสำคัญ ซึ่งคะแนนที่ได้รับจากการสอบ จะใช้เพื่อการสมัครงานไม่ว่าจะเป็นทางด้านสายการบิน งานโรงแรม การในสายบริการต่างๆ ในระดับนานาชาติ ฯลฯ  ซึ่งต้องการพนักงานที่มีความรู้และความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

ความแตกต่างของการเรียน TOEIC

TOEIC  เพื่อใช้ในการสอบนั้นมีความแตกต่างจากการสอบตัวอื่นตรงที่มันเป็นการสอบที่เน้นเพื่อใช้ในการทำงาน ซึ่งไม่ใช่เป็นการสอบวัดระดับทักษะเพื่อการเรียนต่อ ทำให้มีคนกล่าวว่ามันเป็นการสอบที่ค่อนข้างง่ายกว่าการสอบอื่นๆ เพราะมีการเน้นไปที่การสื่อสารแบบทั่วไปโดยไม่เน้นวิชาการมากนัก ถือว่าเป็นการวัดระดับความสามารถเพื่อสื่อสารทั่วไปของการทำงานเป็นหลัก ความเข้มในเรื่องไวยากรณ์จึงไม่หนักหนาสาหัสเหมือนการสอบ TOEFL หรือ IELST  แต่ที่มีความน่าสนใจก็คือ การสอบเพื่อชิงทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศบางทุนอนุญาตให้ใช้คะแนนสอบ TOEIC แทนคะแนนการสอบอื่นๆ อย่าง TOEFL หรือ IELST ได้ด้วย ! ทำให้การเตรียมตัวก่อนสอบจึงเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ  บางคนใช้เป็นตัวทดสอบความพร้อมให้กับตัวเองก่อนการเข้าสอบ TOEFL หรือ IELST  เป็นสนามซักซ้อมความพร้อมทางด้านภาษาก็ว่าได้ก่อนจะเข้าไปเจอสนามสอบที่หนักกว่า ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองในเรื่องภาษาได้จริงๆ  แถมเอกสารแจ้งผลคะแนนยังมีคำแนะนำติชมผลการสอบของแต่ละคนด้วย  นี่ล่ะที่จะเป็นตัวบอกให้คุณรู้ว่าเราควรเสริมอะไรเพิ่มเติมในกรณีสอบไม่ผ่าน หากทำคะแนนการสอบครั้งนั้นได้ไม่ดีเท่าที่ต้องการ ก็จะได้เตรียมตัวใหม่ให้พร้อมสำหรับการขอเข้าสอบครั้งใหม่  บางครั้งจึงเป็นเสมือนการเรียนเพื่อปรับพื้นฐานทางด้านภาษาก่อนไปในตัวด้วย

ข้อดีเมื่อต้องใช้สมัครงาน

ความน่าสนใจของ  TOEIC อีกอย่าที่เป็นแรงดึงดูดให้หลายคนสนใจกันมากขึ้นคือ ในการใช้คะแนนสอบ TOEIC ประกอบในการสมัครงานสามารถเลือกใช้คะแนนสอบครั้งใดก็ได้  แค่คะแนนนั้นมาจากการสอบที่ไม่นานเกิน  2  ปี  ซึ่งในวันที่ยื่นเอกสารเพื่อทำการสมัครงาน หมายความว่าหากคุณได้คะแนนสอบครั้งแรกไม่น่าพอใจ และเมื่อไปลองสอบครั้งที่  2 ปรากฏว่าไม่ดีขึ้นเลย ก็สามารถใช้คะแนนครั้งแรกที่ดีกว่ามาประกอบการสมัครแทนได้ ซึ่งอาจจะมีการกลับมาการเรียนอีกครั้งเพื่อสร้างพื้นฐานให้แน่นขึ้น

ในการเรียนส่วนใหญ่จะเน้นที่เรื่องการฟังและการอ่าน ส่วนคำศัพท์ หรือเรื่องราวต่างๆที่จะได้เรียนในชั้นนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน หรือเครื่องใช้ในสำนักงาน การประชุม การออกจากงาน การลากิจลาป่วย ซึ่งเป็นคำศัพท์ทั่วๆ ไป และด้วยความที่การสอบ TOEIC เป็นการสอบที่มีเจตนาสำหรับการทำงาน  ซึ่งคนที่ทำงานประจำหากจะไปสอบก็ยังมีสิทธิ์ได้ส่วนลดราคาได้ด้วย แต่จะเป็นบางกรณีมากกว่า ซึ่งบางทีก็อยู่ที่บริษัทบางแห่งที่เข้าร่วมจัดโปรโมชั่น เพราะหากไปกรอกใบสมัครงานก่อนสอบอาจจะมีส่วนลดให้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจสำหรับคนทำงาน