เรียน CU-AAT ติว CU-AAT รับรองผล

โรงเรียน ACKNOWLEDGE กรุงเทพ
เกี่ยวกับสถาบัน
กลับหน้าแรก
คอร์สทั้งหมดที่เปิดสอน
ครูผู้สอนภาษา
ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และการคำนวณ
วิธีการสมัครเรียน - แผนที่ของสถาบัน
เกี่ยวกับสถาบัน Acknowledge
ภาพบรรยากาศการเรียน
คำถามที่พบบ่อย
บทความที่น่าสนใจ
คอร์สรับรองผลสอบ
CU-TEP รับรองผล 550 คะแนน
SAT I รับรองผล 1200 คะแนน
CU-AAT รับรองผล 1200 คะแนน
TOEIC รับรองผล 700 คะแนน
IELTS รับรองผล 6.5
TU-GET รับรองผล 600 คะแนน
 

เรียน CU-AAT เข้าอินเตอร์จุฬา กับ Acknowledge


เรียน CU-AAT เพื่อเข้าจุฬากับเรากันเถอะการสอนในส่วนของคณิตศาสตร์ สถาบันจะเน้นข้อสอบที่ใช้ฐานข้อมูลของข้อสอบ SAT ในส่วนที่เป็นข้อยาก อย่างไรก็ตาม นักเรียนส่วนใหญ่ที่เรียน CU-AAT มักจะมีปัญหาที่ทำไม่ทันหรือพื้นฐานไม่แน่น ทำให้มักจะถูกหลอก เมื่อถูกหลอกทำให้คะแนนติดลบลงไป ทั้งๆที่น่าจะได้คะแนนมากกว่านั้น จากจุดๆนี้ทำให้สถาบัน จะต้องเริ่มสอนสิ่งที่นักเรียนควรจะต้องรู้ใหม่ทั้งหมด ซึ่งถึงแม้ว่าจะรู้มาอยู่แล้วก็ตาม โดยจะเน้นย้ำในบางโครงสร้างของการแปล ที่น้องๆมักจะแปลผิดและสับสนกันเป็นประจำ เช่น subtract to กับ subtract from หรือแม้กระทั่งการตั้งสมการจากโครงสร้าง A more than B รวมถึงการตั้งสมการจากโครงสร้าง A more B than C (จริงๆแล้วยังมีอีกหลายโครงสร้างที่จะพูดถึงในห้องเรียน) แต่ทั้งนี้ อย่าประมาทกับข้อสอบเป็นอันขาด เพราะเจอมาเยอะแล้วกับเด็กสายวิทย์ภาคไทยกับความภูมิใจในความเก่งของตัวเองหนักหนา ถึงเวลาสอบได้หกร้อยกว่า ทำหน้าหงอยมาก็หลายราย ถึงแม้ว่าจะเป็นเลขในระดับ ม.ต้น แต่จะมีเลขที่จะต้องมีการอ่านเพิ่มเติมคือ เนื้อหาของ Logarithm Function Graph ในส่วนของคณิตศาสตร์ ม.ปลาย เข้ามาปนด้วยเล็กน้อย

ข้อสอบในส่วนของเลขจะยากกว่าข้อสอบ SAT นะครับสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับตนเองเวลาเจอกับข้อสอบ CU-AAT ก็คือทำความเข้าใจก่อนว่าที่ทำช้าเพราะแปลช้า หรือว่าทำไม่ได้ หากแปลช้าเน้นท่องศัพท์ที่เป็นศัพท์เทคนิค เช่น Tangent สัมผัส – perpendicular ตั้งฉาก Isosceles triangle สามเหลี่ยมหน้าจั่ว – right triangle สามเหลี่ยมมุมฉาก อะไรทำนองนี้ หากแต่ว่าคนพบตัวเองว่าที่ทำช้าเพราะทำไม่ได้ (แปลออก) น้องจะแก้ปัญหาโดยการจะต้องเริ่มทำแบบฝึกหัดที่เป็นภาษาไทยก่อน โจทย์ปัญหาก็ควรเป็นภาษาไทย ทุกอย่างเป็นภาษาไทย ทำให้คล่องก่อน แก้สมการได้ ไม่ว่าจะเป็นสมการกำลังหนึ่ง หรือกำลังสอง หรือสมการหลายตัวแปลหลายสมการ ซึ่งแนะนำว่าให้ซื้อหนังสือข้อสอบสมาร์ทวัน หรือจะเป็นหนังสือสอบเข้าเตรียมอุดมมานั่งทำ เพื่อรื้อฟื้นคณิตศาสตร์ หากคล่องแล้วค่อยเข้าโจทย์ที่เป็นภาษาอังกฤษ และค่อยๆทำความเข้าใจไปอย่างช้าๆ อย่ารีบ

การทำให้ได้คะแนนมากและทำทันต้องใช้เทคนิคเคยคิดไหมครับว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างเด็กเรียนพิเศษ กับเด็กที่ไม่ได้เรียน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ น้องๆที่ซื้อหนังสือมาอ่านเอง (เว็บมาสเตอร์ชอบเด็กแบบนี้นะครับ ไม่ใช่ว่า พอใกล้สอบก็มาร้องงอแงขอเรียนตัวต่อตัว) ทำได้คล่องแต่ขาดเทคนิค เทคนิคส่วนใหญ่มักจะซ่อนอยู่ในโจทย์แต่ละข้อ ผ่านความคิดพื้นฐานง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแทนค่า (ซึ่งสอนกันอยู่ทุกที่อยู่แล้ว) แต่ยังมีเทคนิคแปลกอยู่อีก ไม่ว่าการเลือกข้อตรงกลาง เทคนิคการตัดตัวเลือก เทคนิคการวาดรูป เทคนิคการเอาตัวเลขสวม งานนี้มีอีกเพียบ นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไม Acknowledge ถึงเปิดสอน CU-AAT มากกว่า 10 ปี กลุ่มเด็กๆที่สอนเป็นกลุ่มแรกๆของเรา เข้าจุฬา จบมาแต่งงานเริ่มมีลูกกันแล้ว (นี่แปลว่า ฉานเริ่มแก่แล้วใช่ไหมเนี่ย!?) นอกจากโจทย์ของ CU AAT จะค่อนข้างซับซ้อนแล้ว ยังมีโจทย์ที่ยาวและ มีตัวเลือกที่หลอกเป็นจำนวนมาก นักเรียนควร จะต้องทวนคำถามให้ดีๆก่อนฝนคำตอบ และหากโจทย์ยาวควรจะข้ามไปก่อน ควรทำโจทย์ที่มีภาพประกอบ เพราะจะช่วยย่นเวลา ในการทำข้อสอบ CU AAT คณิตศาสตร์ไปได้มาก

เอาข้อสอบ SAT มาทำชัวร์สุดสำหรับภาษาอังกฤษของ CU-AAT ใน 55 ข้อ ที่มักจะออกแต่ละปี จะมีตามหัวข้อต่อไปนี้ คืออย่างแรกส่วนของไวยากรณ์ ซึ่งจะมีประมาณ 7-8 ข้อ โดยจะรวมถึงการหา error การเลือกคำศัพท์มาใส่ให้ถูกต้อง ตามหลักไวยากรณ์และการเรียงประโยคใหม่ให้ถูกต้อง สละสลวย ส่วนที่สองเป็นส่วนของคำศัพท์ จะมีประมาณ 7-8 ข้อ และส่วนสุดท้ายคือส่วนของการอ่าน Essay และการแก้รูปประโยค ซึ่งจะมีเกือบ 40 ข้อ เป็นการอ่านเรียงความ ในส่วนนี้จะอ่านค่อนข้างเยอะมากและจะเป็นปัญหาที่จะทำไม่ทัน สำหรับการเตรียมตัวสอบ CU AAT ในส่วนของภาษาอังกฤษ อาจจะนำในส่วนของข้อสอบ SAT มาทำ หาคำศัพท์มาท่อง จับกลุ่มคำศัพท์ที่เป็นคำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือซื้อบัตรคำมาท่อง ก็จะช่วยให้คะแนนดีขึ้นมาก แน่นอนว่าการติว CU-AAT ในส่วนนี้เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ เราจะให้ศัพท์อย่างน้อยต้อง 100 คำ ต่อการเรียนแต่ละครั้ง (เหนื่อยหน่อยนะครับ ถ้ามันง่ายก็คงเข้าจุฬากันได้หมดแล้ว จริงไม๊!!!)

 
 

คอร์ส CU-AAT + SAT (Math + Critical Reading)


เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ เริ่มเรียนอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2557 ราคา 9,900 บาท เรียนสด 60 ชั่วโมง อาจารย์สองท่าน เรียนสัปดาห์ละวันคือเรียนวันอาทิตย์ทั้งวัน เรียนวันละ 6 ชั่วโมง ทั้งสิ้น 10 อาทิตย์ใช้เวลาทั้งคอร์สประมาณ 10 สัปดาห์

PART
จำนวนชั่วโมง
วันเรียน
เวลาเรียน
Critical Reading
30
อาทิตย์
09.00-12.00
พักเที่ยง
12.00-13.00
Math
30
อาทิตย์
13.00-16.00

หมายเหตุ

  • รับรองผลคะแนนที่ 1,200 คะแนน โดยเป็นคะแนนรวม MATH + Critical Reading

กำหนดการ และแนวทางการสอน

การติว CU-AAT ในส่วนของภาษาอังกฤษจะต้องท่องศัพท์ด้วยนะภาษาอังกฤษ การติว CU AAT + SAT I ในแต่ละครั้ง จะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน คือ ไวยากรณ์ คำศัพท์ และการอ่าน ส่วนที่ยาก ก็คือคำศัพท์และเนื้อเรื่อง ที่ต้องอ่านและตอบคำถาม จากตัวเลือก 5 ตัวเลือก ลำพังแค่สี่ตัวเลือกก็งงกันแล้ว อันนี้เจอไปห้า ก็อาจจะเครียดถึงขั้นถอดใจ ก็ต้องทำใจกันล่วงหน้า แล้วคิดซะว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ไวยากรณ์ไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นส่วนที่สามารถ ทำคะแนนได้หากเข้าใจ ส่วนของไวยากรณ์นี้ หากเรียนสั้นๆ เพียงแค่คอร์สเดียวแล้วเข้าใจ ก็แค่หมั่นฝึกทำ ข้อสอบบ่อยๆก็จะทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่การอ่านเนื้อเรื่องและคำศัพท์นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา การสอนจะเน้นให้จำรากศัพท์และ คำที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน เป็นกลุ่มๆ ส่วนการอ่านจะเน้นให้วิเคราะห์เนื้อเรื่อง ให้เป็นเนื่องจากข้อสอบ นั้นถามมากกว่า สิ่งที่เห็นในโจทย์ ผู้อ่านจะต้องเข้าใจบทความ ที่ให้อ่านให้ดีที่สุด ก่อนจึงจะสามารถตอบคำถามได้ สิ่งที่ควรจะพกมาเรียนด้วยนอกเหนือจากดินสอ ปากกา ยางลบ ก็คือ ความขยัน อยากเข้ามหาลัยนั้น อยากได้คะแนนเท่านี้ แต่มาเรียนเฉยๆ แล้วไม่ทำอะไรต่อเลย ก็นั่งสวยๆอยู่บ้านนะคะ ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามานั่งเรียนค่ะ เสียดายเงิน และเสียดายเวลาคนสอนค่ะ แต่ถ้าเอาความขยันมาด้วยแน่ๆ แปดโมงเช้าถึงหกโมงเย็น พี่อยู่ช่วยชี้ทางสว่างให้ได้เสมอค่ะ สู้ๆ ค่ะ หนูๆ คืออนาคตของชาตินะคะ :ครูกอล์ฟ

คณิตศาสตร์ค่อนข้างยากกว่า ข้อสอบ SAT นะคณิตศาสตร์ ในลักษณะของผู้ที่มาเรียน CU-AAT กับทางสถาบันจะมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่ แบบแรก คือ แปลไม่ได้ แต่มีความรู้ทางคณิตศาสตร์ ในตอน ม.ต้น อยู่พอสมควร แบบที่สองคือ พอจะแปลได้ แต่ความรู้เลข ม.ต้น ค่อนข้างอ่อน โดยปรกติแล้ว จะพบแบบแรกมากกว่า แบบที่สอง อย่างไรก็ตาม แนวทางการติวของที่สถาบันจะเน้นไปในแนวทางก้ำกึ่ง นั่นคือ จะเน้นไปในแนวการทำโจทย์ รวมถึงการอธิบายเนื้อหา พร้อมๆกับการแทรกคำศัพท์ เฉพาะ ทางคณิตศาสตร์ ที่จำเป็นและจะต้องเจอเสมอๆ นั่นคือ ในทุกครั้งจะเป็นการติว 3 แบบผสมกัน ( อธิบายเนื้อหา + ทำโจทย์ + แทรกศัพท์ ) โดยในแต่ละชั่วโมง จะแบ่งเนื้อหาได้เป็นดังต่อไปนี้

ครั้งที่ 1 - 2 จะเป็นเนื้อหาที่ติวเกี่ยวกับ ALGEBRA หรือ ว่ากันภาษาง่ายๆคือ บวก ลบ คูณ และหาร แน่นอนว่าอย่าเข้าใจผิดว่ามันจะง่าย นั่นคือจะรวมเกี่ยวกับการแก้ระบบสมการ ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับความเร็ว ระยะทางและเวลา การแปรผัน การจัดรูป และทฤษฎีจำนวน และอย่างอื่นอีกมากมายที่จะสรรหามาออกข้อสอบได้ เนื้อหาในส่วนนี้จะใช้เวลาในการติวเยอะสุด เนื่องจาก หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ออกข้อสอบมากสุด ฝากไว้เล็กน้อยคือ สำหรับในสนามสอบ CU-AAT แล้วจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของ ล็อกกาลิทึ่ม เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ในขณะที่ข้อสอบ SAT จะไม่มี

ครั้งที่ 2 - 4 จะเป็นการติวในเนื้อหาของเรื่องรูปทรงทางเรขาคณิต รวมถึง ความสัมพันธ์และคุณสมบัติ ของวงกลม เส้นตรง รูปเหลี่ยมในแบบต่างๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ทฤษฎีที่จำเป็นอย่างปีทากอรัส และ อัตราส่วนด้านของตรีโกณพื้นฐาน รวมถึงไปจบที่การหาพื้นที่ผิว และปริมาตร รูปทรงแบบต่างๆ

ครั้งที่ 5 - 6 จะเป็นการติวในเรื่องของกราฟ และความสัมพันธ์ รวมถึงฟังก์ชัน อย่าเพิ่งตกใจว่าจะยากถึงระดับม. ปลาย ในข้อสอบบางรอบ อาจจะหลุดมาเกี่ยวกับ การหา composite function บ้าง แต่ที่มักจะเจอบ่อยๆ ได้แก่ การเลื่อนกราฟ และการหาจุดยอดของพาราโบลา การหาค่าของโดเมน และเรนจ์ในแบบง่ายๆ ใช้เทคนิคเข้าประยุกต์ได้ง่าย

ครั้งที่ 7 - 8 จะเป็นการติวในเนื้อหาของวิชาสถิติ และ เกี่ยวกับเรื่องความน่าจะเป็น แน่นอนว่า เกี่ยวกับเรื่องของสถิติ สิ่งที่หลีกเลี่ยงเลี่ยงไม่ได้เลย คือ การหาค่ากลางของข้อมูล ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ฐานนิยม และมัธยฐาน ซึ่งอาจจะให้วิเคราะห์จากกราฟแท่ง ก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ ในเรื่องของความน่าจะเป็น ก็เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ ออกข้อสอบอยู่บ้าง โดยจะต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับกฎการนับ และ จะต้องใช้ความรู้ของระดับ ม.ปลายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นั่นคือ การเลือก หรือ combination

ครั้งที่ 9 จะเป็นการติวเก็บตก นั่นคือ จะเป็นเนื้อหาที่ออกข้อสอบไม่บ่อยนัก นั่นคือหัวข้อของ เซต และ ลำดับอนุกรม โดยอาจจะมีเกี่ยวกับอนุกรมเลข เข้ามาเกี่ยวบ้าง อีกทั้งติวเกี่ยวกับข้อสอบที่จะใช้ sense

ครั้งที่ 10 เป็นการติว CU-AAT ใน 3 ชั่วโมงสุดท้าย ก่อนเข้าสนามสอบ แน่นอนว่า จะต้องไปเน้นที่การทำโจทย์ โจทย์ และโจทย์ ในด้านเนื้อหาและคำศัพท์จะไม่เน้นแล้ว เนื่องจากจะต้องมีความรู้ครบครัน มาจากการติวในก่อนหน้านี้แล้ว แน่นอนว่า จะต้องมีการทำข้อสอบเสมือนจริงอีกด้วย หากในห้องไปกันไม่ช้ามากนัก

 
 

ทีมคณาจารย์ผู้สอน CU-AAT


ครูป๊อบอายผู้สอน CU-AAT Readingครูแซมผู้สอนคณิตศาสตร์

ครูป๊อบอาย

ครูป๊อบอายกำลังจะเรียนต่อ ป.เอกที่อักษรจุฬา กับมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สายตรงภาษาอังกฤษ ผู้ที่มีความเชียวชาญด้านการอ่านทุกประเภท ไม่่ว่าจะเป็นการอ่านเพื่อความเข้าใจ หรือการอ่านเชิงวิจารณ์ Critical Reading กับความโชคดีอีกขั้นที่ครูป๊อบอายมีอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียน ป.โท เป็นอาจารย์ที่จบด้าน Writing มาจากประเทศอังกฤษ อีกทั้งยังถ่ายทอดความรู้มาให้ ทำให้ครูป๊อบอายของเราครบเครื่องต้มยำ เผ็ดจิ๊ดกับชุดคำศัพท์ ที่ไม่รู้ว่าขุดมาจากไหน (วะ) และสเต็ปการเขียน Writing ระดับเทพที่ต้องยกนิ้วให้ สำหรับในเรื่องประสบการณ์การติว CU-AAT นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเริ่มติวมาตั้งแต่จุฬามีการจัดสอบตั้งแต่ปีแรกๆเลยทีเดียว

ครูแซม

ปรกติครูแซมของเราจะเป็นเจ้าประจำในการสอน CU-ATS และ SAT II Physics แต่เว็บมาสเตอร์ก็ต้องไปขอร้องแกมบังคับ (แต่ไม่ขืนใจนะฮ้า) ให้เข้าสอบ CU-AAT ที่จุฬาจัดสอบทุกๆปี ด้วยการที่ครูแซมไม่ชอบการตื่นเช้าจึงต้องออกแรงบังคับกันมากหน่อย จึงจะยอมไปสอบ ปัจจุบันครูแซมพบว่า อันที่จริงแล้ว CU-AAT นั้น มันง่ายกว่า CU-ATS กว่ากันเยอะ พบกับอดีตอาจารย์พิเศษโรงเรียนชื่อดังกว่า 2 แห่ง ในเขตกรุงเทพ และอดีตกับที่สองของคณะตอนสอบเอ็นท์เข้ามา พบกับคิงแซมได้ที่สถาบันเราเท่านั้น แล้วจะน้องๆจะพบว่า อันที่จริงแล้ว CU-AAT มันเป็นอะไรที่ง่ายกว่าที่คิดอีกเยอะ

จริงๆแล้วมีครูอีกมากที่ยังไม่ได้พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นครูกอล์ฟ ครูต่าย ครูมิว ครูเตย ครูลูกหว้า และครูมินต์ ซึ่งอันที่จริงเกิดจากเว็บมาสเตอร์สุดหล่อ ขี้เกียจพิมพ์แล้วน่ะเอง เฮ้

 
 

การสอบ CU-AAT MATH ให้ได้คะแนนดี


ความจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างวิชาคณิตศาสตร์กับนักเรียนไทย เป็นไม้ เบื่อไม้เบากันมานาน มากกกก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนะครับน้องๆ ก่อนอื่นพี่ขออธิบายลักษณะ ของข้อสอบแบบนี้ก่อน มันก็คือข้อสอบคณิตศาสตร์นั่นแหละ 5555+ แต่สิ่งต่อไปที่พี่จะบอกก็คือ ความยากง่ายของข้อสอบอยู่ในระดับ ม.ต้น ไม่เกิน ม.4 อีกครั้งนะคะ “ม.ต้น” น้องที่เข้าสอบอยู่ชั้น ไหนกันเอ่ยยย... หายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบออกมาเสียงดังๆว่า ม.6

ความยาก-ง่ายในข้อสอบ CU-AAT คณิตศาสตร์ แบ่งเป็นระดับได้ ตั้งแต่ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรแล้ว ตอบเลยจนไปถึงใช้ทักษะกระบวนการกลยุทธทุกอย่างที่มี ถ้าน้องตั้งสติและเพ็งดูข้อสอบจะรู้ว่า ไม่ว่า จะอยู่ในระดับง่ายหรือยาก มันจะอยู่บนพื้นฐานความ รู้เดียวกัน เพียงแต่ผู้ออกข้อสอบ (ซึ่งว่างๆ) เพิ่มความ ซับซ้อนเข้าไปในตัวข้อสอบให้มากขึ้นนั่นเอง เช่น ข้อสอบในส่วนของ functional graph ข้อสอบสามารถ ถามเราได้ ตั้งแต่ coordinate xy ซึ่งง่ายมาก จนถึงนำเรื่องนี้ไปผูกกับสถานการณ์ต่างๆ และถามหาข้อมูลที่เกิดขึ้น ซึ่งจะออกแนวการนำไปใช้ว่าเราสามารถตีความได้ไหม เช่น คำว่า Slope ภาษาไทยคือความชัน ถ้าเรารู้แต่เพียงว่ามันคือ เอาค่า y มาลบกัน หารด้วย x ลบกันงานนี้ก็จบ แบบเน่าๆ หรืออาจจะใช้ข้อสอบในลักษณะที่มี ขั้นตอนในการหาคำตอบ 1 ขั้นตอนจนถึง 4-5 ขั้นตอนก็ยังทำได้

concept ในการทำน้องจะต้องรู้ลึกรู้จริง ในแง่มุมของการตีความหมายแบบต่างๆแล้วจะทำอย่างไรให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ (เหมือนตอนน้ำท่วม) ได้? สิ่งแรกที่น้องต้องทำคือ ตรวจดูว่าน้องมีภูมิคุ้มกัน (concept) มากน้อยเพียงใด? สำหรับข้อสอบ CU-AAT คณิตศาสตร์ที่จะว่าไปแล้วมีความซับซ้อนมากกว่า SAT ก็มากโขอยู่ ส่วนใหญ่จะต้องคิดอย่างน้อยๆก็ 2 ขึ้น ไม่ได้หวังให้น้องรู้ทุกย่อหน้า ทุกคำ (แต่ถ้าทำได้ก็ดีนะคะ) ในบทเรียน แต่หวังใจว่า เวลาเรียนต้องจับประเด็นให้ได้ รู้เนื้อหาโดยรวม เช่น เรื่อง coordinate geometry คืออะไรนักเรียน? (คำถามคะ ตอบคะลูก) ----> เรื่องเกี่ยวกับกราฟเส้นตรง ครับ/ค่ะ (ครูยืนปรบมือ ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด ว่าเก่งมากกก) หากน้องๆรู้แค่นี้ไม่ช่วยให้ชีวิตน้องดีขึ้น และต้องการบอกว่าน้องควรต้องมาเรียน CU-AAT กับพี่ๆโดยด่วน สิ่งที่ต้องรู้คือมันเกี่ยวข้องอะไรกับกราฟเส้นตรง (ระยะ, ความชัน, การหาสมการ การหาจุดตัด และบรา บรา บราาาาา) คราวนี้รู้ประเด็น ต่อไปมาหาทางค้นพบกัน น้องต้องจำลอง สถานการณ์ว่าน้องเป็นคุณหมอ เวลาน้องไปโรงพยาบาล คุณหมอจะถามว่า เป็นอะไรคะ มีอาการ อย่างไร แล้วคุณหมอบอกวิธีการรักษาอย่างไร วิธีการเดียวกันเลยยย ย้อนกลับไปที่เส้นตรง หนูรู้ แล้ว คนที่เป็น linear syndrome (โรคกลัวกราฟเส้นตรง 555+) อาการเป็นอย่างไร คะเนระยะไม่เป็น ความชันขึ้นๆลงๆ และอื่นๆที่จะนึกออก วิธีการแก้ไขมีอะไรบ้าง ระยะมีสูตรป่ะ ความชันมีสูตรป่ะ ใช้มันซิ จำวิธีใช้ซิ และเลือกใช้ ให้ถูกกับกาละเทศะด้วย เพราะวิธีการหาคำตอบในเรื่องเดียวกัน มีได้มากกว่า 1 วิธี แต่ละวิธีจะมีข้อจำกัดของความสามารถของมันเอง เช่นการหาความยาวในแต่ละด้านของสามเหลี่ยม มีทั้ง ปีทากอรัส ตรีโกณมิติ เห็นมั้ยครับ แค่เราจับประเด็น หาวิธีที่แก้ไข ให้เหมาะสม (อุ๊ย....เกือมลืม ถ้าจะจำสูตรเพื่อ show off สนุกก็ไม่ ว่าอะไร เช่น สูตรหาพื่นที่หกเหลี่ยม หรืออะไรที่พิสดาร มาท่องให้ สาวกรีดร้องในห้องก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าจะท่องแล้วใช้ไม่เป็น ไม่แม่น สูตร ลืมมันไปซะ เพราะสามารถหาด้วยวิธีบ้านๆได้) หมั่นทำแบบ ฝึกหัด เพื่อจะได้พบกับความมหัศจรรย์ของโจทย์ และได้ประลอง กำลังภายในกับโจทย์ และนี่แหละครับก็เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับน้องๆ ผู้ที่จะเริ่มสร้าง ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการคณิตศาสตร์ 5555+ และทำให้น้องๆพบความสำเร็จอย่างอัศจรรย์ใจ ขอให้น้องโชคดีกับการสอบ หากน้องไม่พบด้วยตัวของน้องเอง น้องอาจจะเจอกับคำตอบของสถาบันติว CU-AAT ที่ไหนดีที่สุดได้ที่นี่นะครับ

ลองทำข้อสอบ SAT - CU-AAT MATH Online คลิ๊กเลย!!!

 
โทร 088-4913362 , 081-4267996 สีลม กรุงเทพ (11.00 - 19.00 น.) ดูแผนที่