เรียน IELTS

โรงเรียน ACKNOWLEDGE กรุงเทพ
เกี่ยวกับสถาบัน
กลับหน้าแรก
คอร์สทั้งหมดที่เปิดสอน
ครูผู้สอนภาษา
ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และการคำนวณ
วิธีการสมัครเรียน - แผนที่ของสถาบัน
เกี่ยวกับสถาบัน Acknowledge
ภาพบรรยากาศการเรียน
คำถามที่พบบ่อย
บทความที่น่าสนใจ
คอร์สรับรองผลสอบ
CU-TEP รับรองผล 550 คะแนน
SAT I รับรองผล 1200 คะแนน
CU-AAT รับรองผล 1200 คะแนน
TOEIC รับรองผล 700 คะแนน
IELTS รับรองผล 6.5
TU-GET รับรองผล 600 คะแนน
 

เรียน IELTS กับ Acknowledge


คอร์สเรียน IELTS ของสถาบันเรารับรองผลที่ 6.5งานนี้แรงทั้งปีทั้งชาติจริงๆกับคอร์ส IELTS รับรองผล 6.5 ของสถาบันเรา จะไม่ให้แรงได้ไงล่ะ ก็เล่นเรียนระยะยาว 70 ชั่วโมง มีการปูพื้นฐานระหว่างการเรียน ที่สำคัญคืออาจารย์คนไทยทั้งหมด 3-4 ท่าน ไม่ว่าจะเป็นครูจอมที่จบตรงจากอังกฤษ speaking กันไฟแลบ ครูต่าย อันนี้ก็สายตรง Listening ครูหยก ครูกอล์ฟ และครูป๊อบอาย กับประสบการณ์สอน IELTS มากว่า 8 ปี (ว่างๆก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเรียนกับคนไทย แล้วจะรู้ว่าหนูจะเรียนรู้เรื่องตลอดชาติ งานนี้เฟิร์ม) สอนไปกันอย่างช้าๆ ค่อยๆสร้างความมั่นใจ อีกทั้งพร้อมลากกันไปทำโจทย์ แต่!!! ระวังการบ้านให้ดี เพราะงานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ (แบบว่าการบ้านเีพียบ) แต่ที่ผ่านมาผลการตอบรับของเราสอบผ่านกันเพียบจริง อะไรจริง (แต่ก็ทำการบ้านเหนื่อยจริง) ด้วยคุณภาพคับแก้วขนาดนี้ แต่ราคากลับถูกที่สุดในทางช้างเผือก ว้าว

สถาบันของเราต้องการให้ผู้ที่เรียนทุกท่าน ได้รับการฝึกฝนในทุกๆด้านครบทั้ง 4 Skills ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน Listening, Speaking, Reading และ Writing อย่างละเีอียดถ่องแท้ ในขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยที่อยู่ภายนอก และภายในห้องเรียน (หากนักเรียนขยัน รับรองว่าตรวจการบ้านให้ถึงไหนถึงกัน) เป็นการเรียนที่สามารถเอาไปใช้งานได้จริง ซึ่งเป็นผลลัพธ์สุดท้าย ในการเรียนที่ไม่ใช่่การเรียนแต่เพียงเพื่อทำข้อสอบ นั่นคือ

เราจะเน้นการฝึกฝนที่ครบทั้ง 4 สกิลSpeaking เน้นความคิดที่จำเป็นต้องสรุปรวบยอด มีการจัดหมวดหมู่ข้อสอบที่เป็นฟอร์มที่ออกบ่อยๆ รวมถึงการ discussion ที่จะต้องนำความคิดของคนอื่นๆมาช่วยกัน Brain Stroming เน้นการแก้ไขจุดอ่อนในส่วนที่ผู้เรียนไม่ถนัด ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนให้สามารถคิดหาประเด็นต่างๆ ที่จะพูดในระยะเวลาอันจำกัด และเรียนถึงวิธีการเรียบเรียงและการจัดระบบความคิด ให้มีความสอดคล้อง และแสดงความคิดเห็นได้ออกมาชัดเจน อย่างไรก็ตามสถาบันของเราได้มีการสอนหลักไวยากรณ์ที่จำเป็น สำหรับการ Speaking อีกด้วย

Writing เน้นการทำแบบฝึกหัดที่ตรงแนวข้อสอบ โดยเราสอนให้เรียนรู้เทคนิคการเขียนอย่างทรงประสิทธิภาพ เขียนบทความออกมาแล้ว ถูกหลักไวยากรณ์ สื่อความหมาย สอดคล้อง ชัดเจน มีการใช้ศัพท์และสำนวนที่ถูกต้อง มีการใช้คำเชื่อมที่ทำให้ประโยคไพเราะและน่าคล้อยตาม โดยจะเน้นที่การจัดระบบความคิด การหาเหตุผลมารองรับสิ่งที่บรรยายออกมา

การทำข้อสอบ IELTS Reading ที่จะเน้นการให้ชุดคำศัพท์ไปท่องที่บ้านReading และ Listening ผู้เรียนจะถูกฝึกฝนอย่างเข้มข้นให้สามารถสร้างภาพ และความรู้สึกร่วมกับเนื้อหาของแต่ละบทความ ที่กำลังอ่านอยู่ โดยผู้เรียนจะได้รับชุดคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกัน และเทคนิคในการเดาคำศัพท์ที่ไม่รู้จากบริบท โดยในส่วนของการฟังจะให้มีการฟังจากเทปเสมือนจริง และการสนทนาที่หลากหลายรูปแบบ รู้ถึงวิธีในการจับประเด็นสำคัญ การนึกภาพถึงเหตุการณ์ในขณะนั้นๆ การจับความรู้สึกของผู้พูด รวมถึง Techniques การจับใจ ความภาพรวมคือจะเริ่มต้นจากความเข้าใจพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การประยุกต์ที่ยากขึ้น

 
 

คอร์ส IELTS รับรองผล


คอร์สวันเสาร์ เริ่มวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2558 ราคาทั้งคอร์ส (สอนทั้ง 4 skills) 12,000 บาท ใช้เวลาเรียนทั้งสิ้น 70 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละวันคือเรียนทั้งวันของวันเสาร์ วันละ 7 ชั่วโมง จบคอร์สจะใช้เวลาทั้งสิ้น 10 สัปดาห์ (ประมาณ 2 เดือนกว่า)

PART
จำนวนชั่วโมง
เวลาเรียน
Speaking
17.5
08.45-10.30
Reading
17.5
10.30-12.15
พักเที่ยง
12.15-13.15
Listening
17.5
13.15-15.00
พัก
15.00-15.15
Writing
17.5
15.15-17.00

หมายเหตุ

  • ค่าเอกสารฟรีตลอดการเรียน ราคาของสถาบันไม่มีหมกเม็ด ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่มีค่าลงทะเบียน
  • เป็นการสอนสด กลุ่มเล็กไม่เกิน 9 คน เปิดโอกาสในการซักถามทั้งในและนอกห้องเรียน
  • รับรองผลคะแนนที่ 6.5 สอบไม่ผ่านเรียนคอร์สต่อไปได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ เราจะมีการเช็คชื่อ ตรวจการบ้าน ดูความตั้งใจประเมินผ่านจากอาจารย์ด้วยนะครับ
  • เตือนกันนิดนึงว่า การบ้านเยอะนะครับ บอกล่วงหน้าว่างานนี้เหนื่อย เดี๋ยวจะหาว่าเว็บมาสเตอร์ไม่เตือน ดังนั้นสิ่งที่จะแนะนำได้คือ นอนและพักผ่อนกันมาเยอะๆหน่อยครับ และเนื่องจากว่าต้องเรียนวันละ 7 ชั่วโมง ดังนั้นตอนพักเที่ยงน้องๆผู้หญิงอาจจะต้องรีบทานข้าวกันนิดนึง
  • สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานอ่อนไม่ต้องกลัว เพราะเราจะมีการปรับพื้นฐานในระหว่างการเรียนให้อยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว โดยจะเป็นวันจันทร์ช่วงเย็น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบัน งานนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเช่นเคยครับ
  • สำหรับในช่วงเวลาที่ลงไว้ในแต่ละ skill ตามตารางนั้น อาจจะมีการสลับปรับเปลี่ยนเล็กน้อย แต่ว่าจะเรียนครบทั้งหมด 4 skills ในทั้งวันอยู่แล้วครับ
 
 

ทีมคณาจารย์ผู้สอน IELTS


ทีมอาจารย์ผู้สอน IELTS ของสถาบันเรา

ครูกอล์ฟ & ป๊อบอาย

ไม่ต้องอธิบายกันมากแล้วสำหรับเทพ 2 ตัว เอ๊ย 2 ท่านนี้ น้องๆสามารถไปอ่านได้ที่ทุกๆคอร์ส ทุกๆหน้าเว็บ เพราะก็จะมีครู 2 ท่านนี้สิงสถิตย์อยู่ในเว็บนี้ ตลอดๆอยู่แล้ว (หาอ่านได้ทั่วไป) คร่าวๆแล้วกันสรุปคือ สอนมานาน แล้วก็เก่งมาก.... จบป่ะ !!!

ครูกุ้ง & หยก

ครูกุ้งกับการเรียนเมืองนอกมาเกือบตลอดทั้งชีวิต เป็นคนไทย (แต่ได้ข่าวว่า ตอนกลับมาเมืองไทยพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้) ดังนั้นจึงชำนาญเป็นพิเศษด้านการเขียน และ Listening โดยครูหยกจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง กับประสบการณ์สอนกว่า พันชั่วโมงอัพ ผ่านการสอนมาในทุกๆระดับ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งมีประสบการณ์เกี่ยวกับการได้ไปใช้ชีวิตอยู่ อเมริกามาเป็นปี นอกจากจะเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแล้ว เรื่องไวยากรณ์นั้นไม่ต้องพูดถึง สามารถอธิบายได้เป็นขั้นเป็นตอน สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย

ครูต่าย & จอม

จบจากเมืองนอกมาทั้งคู่ แต่จบกันมาจากคนละโซนกัน ครูต่ายจากอเมริกา ส่วนครูจอมจากอังกฤษ ดังนั้นเรื่องสำเนียงนั้นไม่ต้องพูดถึง ครูจอมจะเป็นครูที่รับผิดชอบในการสอน Speaking เพียงคนเดียวของสถาบัน เพราะสำเนียงเป๊ะจริง อะไรจริง ในขณะที่ครูต่ายหลักๆก็มักจะสอน Listening กับ Writing มีประสบการณ์เป็นผู้คุมสอบ (Invigilator) และผู้ตรวจข้อสอบ (Clerical Marker) ของ IELTS จึงสามารถแนะแนว แนวทางตอบได้อย่างถูกต้อง และรู้จริง ด้วยหลักการสอนที่ไม่เน้นท่องจำมากมายนัก ทำให้เรียนแล้วสบายใจ (แต่หนักใจก็ตรงการบ้านนี่แหละ)

ยังมีครูอีกหลายท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นครูลูกหว้า ครูมินท์ แบบว่าเ่่อ่อ... ขี้เกียจแล้วอ้า

รูปแบบการสอน IELTS ของที่สถาบัน จะมีสองแบบได้แก่

  • การเรียนตัวต่อตัว เป็นการเรียนแบบเร่งรัด การเรียนในแบบนี้ จะเป็นการยืดหยุ่นด้านเวลา มากที่สุด เพราะหากผู้เรียนติดธุระ ก็สามารถเปลี่ยน หรือเลื่อนวันเวลา ตามสะดวกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังเหมาะสำหรับการเตรียมตัวสอบ ในระยะเวลาอันสั้น หรือไม่สะดวกในเวลา ของคอร์สที่สถาบัน ได้จัดขึ้น อีกทั้งยังสามารถระบุอย่างเฉพาะเจาะจง ลงไปในเนื้อหาที่ผู้เรียน คิดว่าตนเองไม่ถนัด อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนในลักษณะตัวต่อตัว ต้องตระหนักถึง ค่าใช้จ่ายที่จะสูงกว่าการเรียน แบบคอร์ส เรียนรวมดังนั้น หากน้องๆ มีเพื่อน จัดกันมาเรียนเป็นกลุ่ม เล็กๆ ของตนเอง ก็สามารถทำได้ และจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นด้วย
  • การเรียนแบบคอร์ส ซึ่งจะเป็นคอร์สระยะยาว ที่สถาบันจัดขึ้น โดยจะเป็นการติว IELTS แบบละเอียด โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 70 ชั่วโมง โดยจะสอนสดครบทั้ง 4 หัวข้อ รับรองผลที่ 6.5 อาจารย์จะเป็นคนไทยทั้งหมด โดยภาพรวม จะเป็นการสอนแบบวางพื้นฐาน ในสิ่งที่จำเป็นในการทำข้อสอบ ควบคู่กับการทำ แบบฝึกหัด รวมถึงการ discussion ผู้เรียนสามารถนำ แบบฝึกหัดอื่นๆ มาถามเพิ่มเติมได้ นอกเหนือจากเวลาเรียน
 
 

การเตรียมตัวสอบ IELTS


การเตรียมตัวสอบ IELTSสถาบันจะเน้นการสอนที่เฉพาะเจาะจงลงไปที่จุดอ่อนของผู้เรียน แต่ละคน เนื่องจากประสบการณ์กว่า 10 ปี ของทีมอาจารย์ เห็นว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการเตรียมตัวสอบนั้น จำเป็นที่จะต้องกล้าคิด กล้าแสดงออก และมีความคิดที่กล้าตัดสินใจ สุขุม รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ การพูด หรือการเขียน ซึ่งตรงจุดนี้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่จะดึงความสามารถของนักเรียน และทำีการพัฒนาศักยภาพให้ถึงที่สุด สิ่งสำคัญของการทำข้อสอบ IELTS คือการบริหารเวลา   และการฝึกฝนทำแบบฝึกหัด โดยจะต้องทำการบ้านแบบจับเวลาทำการบันทึกเวลาที่ใช้ไปแต่ละส่วน อย่าหนีในสิ่งที่ตนไม่ถนัด อีกทั้งจะต้องเรียนรู้เทคนิคต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ และสามารถทำข้อสอบได้ทันเวลาทำให้ จะได้คะแนนที่สูงตามมา สิ่งสำคัญของผู้ที่เรียน IELTS ต้องเข้าใจคือภาษาอังกฤษ ไม่สามารถเรียนให้เก่ง ได้ชั่วข้ามคืน นั่นหมายถึง ผู้เรียนควรกลับไปทบทวนบทเรียน และ หมั่นท่องคำศัพท์ที่ที่ออกบ่อยๆ แต่ก็ไม่ต้องกังวล เกี่ยวกับเรื่องคำศัพท์มากนัก เพราะ คำศัพท์ของ IELTS ไม่ได้ยากมากมายอะไร ฝึกที่จะคิดหัวข้อ ขึ้นพูด และ ฝึกที่จะพูดหน้ากระจก อย่ากลัวหรืออายที่จะพูด

1. ส่วนของการฟัง   มีทั้งสิ้น  4  parts (ให้เวลา   30 นาที)  และเวลาอีก 10 นาที ตอบลงในกระดาษคำตอบ

Section 1: A conversation in an everyday social context between two people
Section 2: A monologue in an everyday social context
Section 3: a conversation in an education or training context
Section 4: A lecture or talk on a topic of general academic interest

เทคนิคในการทำข้อสอบการฟัง

  • ฝึกอ่านโจทย์และขีดเส้นใต้ คำสำคัญ (key words) ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การทำข้อสอบ ในส่วนของการฟังให้ได้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องกลับไปฝึกฝนเพิ่มเติมเองที่บ้าน ลำพังแต่การฟังในห้องเรียนไม่เพียงพอ
  • พยายามฟังคำที่มีเหมือนกับในโจทย์ที่ให้มา ( synonym/ similar words)
  • อาจเจอหลาย accent (ต้องฝึกฟังมาหลายๆ สำเนียง) ซึ่งทางสถาบันของเรา จะให้ผู้เรียนฝึกฟังสำเนียงหลากหลาย
  • ฝึกการทำสอบ IELTS โดยจะต้องฝึกฟัง อ่าน และจดโน้ต ไปพร้อมๆกัน
  • ในเรื่องการเติมคำ ระวัง grammar เช่น unit (หน่วย) เซน กิโล เติม s, es / หน่วยเงิน รวมทั้ง verb forms, spelling, plural จุดนี้ไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเราจะเน้นย้ำกันเป็นประจำอยู่แล้ว
  • หากเจอการกรอกแผนที่ให้พยายามฟังจุดเริ่มต้น turn left, turn right, corner, next, near, opposite, etc
  • ข้อสอบ IELTS ไม่เหมือนกับข้อสอบ SAT นั่นคือ ตอบผิดไม่ติดลบ ถ้าไม่รู้ควรเดา อย่าเว้นว่าง

โดยปกติก่อนทำข้อสอบจริง จะได้ยินตัวอย่างในการตอบ (ข้อเดียวเท่านั้น) ให้ผู้สอบลดการเกร็ง ก่อนที่จะได้ยินและต้องตอบจริง ผู้สอบต้องอ่านคำสั่งให้ละเอียดว่า เขียนคำตอบได้ไม่เกินกี่คำ ในทุกๆตอน เช่นตอบได้ไม่เกิน 3 คำ (NO MORE THAN THREE WORDS) เพราะจะไม่ได้คะแนนเลย ถ้าเขียนผิดคำสั่ง ผู้สอบจะมีโอกาสได้อ่านคำถามล่วงหน้าก่อนตอบในชุดถัดไปประมาณ 1 นาที ตามที่เทปสั่ง ในระหว่างนั้นควรอ่านคำถาม และคิดภาพกว้างๆในใจ เช่น ถ้าถาม How many members of the club now? ให้คิดว่า ตอนนี้มีสมาชิกกี่คน อย่าไปยึดติดกับคำว่า “now”เพราะอาจจะไม่ได้ยินคำนี้ในบทสนทนาต้องคิดว่า ตอนนี้ มีสิทธิใช้คำว่า present, at a moment, หรือ recently ก็ได้ถ้าหากฟังไม่ทัน และรู้ตัวว่าพลาดข้อนั้นไปแล้ว ต้องตัดใจ อย่าพยายามกลับไปตอบ ต้องตั้งสติและมุ่งหาคำตอบข้อต่อไป มิเช่นนั้น จะพลาดต่อเรื่อยๆ เพราะผู้สอบจะไม่มีโอกาสฟังซ้ำ เมื่อทำการโน้ตในสิ่งที่ได้ยินขณะฟัง ผู้สอบจะต้องทำสัญลักษณ์ที่ผู้สอบเข้าใจเพื่อย่นเวลาการโน้ต จะได้จับใจความได้มากขึ้น และต้องฝึกเขียนด้วยลายมือที่อ่านออก ตอนกลับมาอ่านเองจะได้ไม่งง เช่น w/o คือ คำว่า without พยายามโน้ตทุกสิ่งที่ได้ยินลงในชุดกระดาษคำถาม หลังฟังจบ ผู้สอบจะมีเวลา 10 นาที ให้เขียนคำตอบซึ่งถือว่าค่อนข้างมากอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เขียนคำตอบต้องมั่นใจว่าสะกดถูกต้อง และใส่คำถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เช่น ถ้าคำตอบข้อนั้นต้องเป็นรูปพหูพจน์ แต่ผู้สอบไม่เติม s ข้อนั้นก็จะไม่ได้คะแนน ย้ำเรื่องรายมือ ถ้าผู้สอบเขียนหวัดมาก จนอ่านไม่ออก ก็มีสิทธิไม่ได้คะแนนเช่นกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้ยินหลากหลายสำเนียงจากข้อสอบ IELTS ไม่ใช่แค่ British หรือ American Accent เท่านั้น สำเนียงต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น หรือ อินเดีย ก็มีโอกาสได้ยิน แต่เป็นสำเนียงที่ฟังรู้เรื่องและเข้าใจได้อย่างดี Listening เป็นทักษะที่สอบอันแรก เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มควรไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ขณะที่ฟัง ผู้สอบไม่มีสิทธิเข้าห้องน้ำเหมือนทักษะอื่น และพยายามตอบให้ครบทุกข้อถึงแม้ในข้อที่ไม่แน่ใจ

2. ส่วนของการอ่าน  มีทั้งหมด 3 parts ให้เวลา 1 ชั่วโมง (3 เรื่อง เรื่องละ 20 นาที)

เทคนิคในการทำข้อสอบในส่วนของการอ่าน

  • อ่านคำถาม  ขีดเส้นใต้  key word ของคำถามนั้นๆ รวมถึงใช้เทคนิคประกอบเช่น Prediction Skill ,Skimming Skill , Scanning และ การเดาความหมาย
  • คำถามประเภทถาม  lists of heading  ควรอ่านประโยคแรกของย่อหน้านั้นๆ เพื่อหา  main idea ของแต่ละย่อหน้าก่อน รวมถึงอย่าใช้เวลา กับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป หากทำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อน และพยายามปรับสมอง อย่าให้กังวลกับข้อที่ผ่านๆมา โดยจะต้อง บริหารเวลา  ควรใช้เวลา  20 นาที / 1  เรื่อง
  • อ่านโจทย์แต่ละประเภทให้ชัดเจน  โดยเฉพาะข้อสอบเติมคำ   no more than …… words หรือ ข้อสอบประเภทให้เติม True , False, Yes, No, Not Given

 

3. ส่วนของการเขียน  แบ่งเป็น  2  tasks  ให้เวลา 1 ชั่วโมง

Task 1. การเขียนบรรยาย graph / table / diagram

  • ไม่ต้องเขียนความเห็นลงไป ควรเขียนอย่างน้อย 150 คำ  ควรใช้เวลา 20 นาที และ เขียนเว้นบรรทัดเพื่ออ่านง่าย
  • ผู้เขียนไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดทั้งหมดลงไป  แต่ให้พยายามเลือกบรรยาย เฉพาะข้อมูลที่สำคัญเท่านั้น จะได้คะแนนดี ถ้าเขียนเชิงเปรียบเทียบข้อมูล โดยคอร์สเรียน IELTS ของเราจำกัดจำนวนของผู้เรียน นั่นหมายถึงในทุกๆหัวข้อของการเขียนของทุกคน อาจารย์จะตรวจอย่างละเอียด โดยไม่มีการข้าม

Task 2. การเขียน short essay

  • เขียนอย่างน้อย 250 คำ   ควรใช้เวลา 40 นาที โดยอ่านคำถามให้ดีและตอบให้ครบทุกคำถาม
  • วางแผนก่อนเขียน / ร่าง outline และ พยายามใช้ linking words มาช่วยในการลำดับความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ควรใส่ personal experience และยกตัวอย่างประกอบการเขียนลงไป ระวัง structure / วางแผน paragraph / มี introduction, body และ  conclusion แน่นอนว่าในส่วนยากส่วนนี้ ผู้เรียน จะได้ทราบถึง การเขียนที่ถูกต้องตามหลักการที่แท้จริง ซึ่งหาเรียนได้ยากเพราะจะสอนกันในระดับปริญญาโท แต่สถาบันของเรากล้าเอามาสอน (ของมันแรง) เนื่องจากครูป๊อบอายของเรา มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่จบปริญญาเอกด้านการเขียนมาโดยตรงจากประเทศอังกฤษ นั่นหมายถึงการเขียนที่ถูกต้องตามหลักการได้ถ่ายทอดมายังครูป๊อบอาย และครูป๊อบอายก็ได้นำเคล็ดลับตรงนี้มาสอนให้กับนักเรียนของเราทุกคน
  • เขียนทั้ง เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แล้วสรุปว่าน้ำหนักเอนไปทางไหนมากกว่า โดย ระวังเรื่อง  spelling และ พยายามใช้คำศัพท์ให้หลากหลาย

 

4. ส่วนของการพูด

  • Intro & Interview (4-5 นาที) เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการบ้าน ครอบครัว การทำงาน การเรียน งานอดิเรก
  • Individual long term (3-4 นาที) อาจารย์จะเลือก topic มา 1 เรื่องให้กระดาษเพื่อร่างประมาณ 1 นาที จากนั้นจะให้พูดแบบ non-stop (speech) เป็นเวลา  2 นาที  ห้ามหยุดจนกว่าอาจารย์จะบอกให้หยุด
  • Two-way discussion (4-5 นาที) discuss ใน topic ต่อเนื่องจากข้อ 4.2 เป็นคำถามประเภทถามความคิดเห็น  ให้ผู้สอบใส่เหตุผลและความคิดเห็นพร้อมทั้งยกตัวอย่างลงไป

หลักการให้คะแนน IELTS  Speaking ประกอบด้วย 4 ส่วน
1. Fluency Coherence : ความคล่อง แต่อย่าพยายามพูดเร็วมากนักเพราะจะทำให้พูดไม่ชัดฟังไม่รู้เรื่อง และความเชื่อมโยงระหว่างประโยคกัับประโยค
2. Lexical resource :  การใช้ศัพท์ ไม่ใช้ศัพท์ที่ง่ายหรือคำซ้ำมากเกินไป
3. Grammatical Range and Accuracy เช่น ถาม past ตอบ past
4. Pronunciation : ต้อง stress คำให้ถูกต้อง เน้นการสื่อสารถูกอารมณ์

อ่านบทความเสริม เรียน Listening อย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ คลิกเลย!!

 
โทร 088-4913362 , 081-4267996 สีลม กรุงเทพ (11.00 - 19.00 น.) ดูแผนที่