เรียน SAT สอนสด สถาบันติว SAT รับรองผล

โรงเรียน ACKNOWLEDGE กรุงเทพ
เกี่ยวกับสถาบัน
กลับหน้าแรก
คอร์สทั้งหมดที่เปิดสอน
ครูผู้สอนภาษา
ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และการคำนวณ
วิธีการสมัครเรียน - แผนที่ของสถาบัน
เกี่ยวกับสถาบัน Acknowledge
ภาพบรรยากาศการเรียน
คำถามที่พบบ่อย
บทความที่น่าสนใจ
คอร์สรับรองผลสอบ
CU-TEP รับรองผล 550 คะแนน
SAT I รับรองผล 1200 คะแนน
CU-AAT รับรองผล 1200 คะแนน
TOEIC รับรองผล 700 คะแนน
IELTS รับรองผล 6.5
TU-GET รับรองผล 600 คะแนน
 

ติว SAT กับ Acknowledge


ติว SAT กับเราดีที่สุดสถาบัน Acknowledge กับประสบการณ์ติวที่มีมากว่า 15 ปี ในแต่ละปีเราสามารถส่งน้องๆเข้าจุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล ภาคอินเตอร์ได้เป็นจำนวนมาก ด้วยทีมอาจารย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นครูกอล์ฟ ครูป๊อบอาย ครูเตย ครูมิว และครูแซม การเรียนที่สถาบันจัดขึ้นจะเน้นไปที่การแก้ไขจุดอ่อนของ แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน หากอ่อนในทางคณิตศาสตร์ ก็จะเน้นที่การทำโจทย์ ซึ่งโจทย์แต่ละเรื่องแต่ละข้อ จะมีความพิถีพิถันในการบอกถึง สิ่งที่น้องๆจำเป็นต้องรู้ บอกถึงทางตรง และทางลัด บอกถึงควรทำไม่ควรทำ แต่ถ้าอ่อน Critical Reading จะเน้นไปที่คำศัพท์ SAT และเน้นการให้เหตุผลในเชิงการวิจารณ์และการตีความหมาย ทั้งในวงกว้างและในวงแคบ หลากหลายมุมมอง หากมองในภาพรวมแล้ววิชาภาษาอังกฤษ SAT จะยากมาก ( Critical Reading) เพราะอาจจะต้องท่องคำศัพท์ ที่เกิดมาไม่เคยเห็นเลย ดังนั้นการทำข้อสอบ ให้ประสบผลสำเร็จนั้น จะต้องหมั่นท่องคำศัพท์ให้ได้ อย่างน้อยๆ วันละ 100 คำ จากคำศัพท์ที่ให้ที่จำเป็นต้องท่องหมด และอาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งหากน้องขยันก็ต้องท่องเพิ่ม หรือซื้อบัตรคำมาท่อง อย่าเพิ่งท้อไปซะก่อนนะครับ

ข้อสอบของ SAT ในส่วนของคณิตศาสตร์นั้น ส่วนใหญ่จะอิงอยู่บนความรู้ของพื้นฐานคณิตศาสตร์ ม.ต้น ซึ่งผู้เรียนมักจะลืมไปแล้ว อย่างไรก็ตาม อาจจะมีเนื้อหาของเลข ม.ปลาย ผสมมาบ้าง เช่น เรื่องฟังก์ชั่นเอ็กซ์โปเนนเชียล ล็อกกาลิทึ่ม (จะไปเจอใน CU-AAT ได้บ้าง) เป็นต้น ดังนั้น ในส่วนของคณิตศาสตร์ จะเน้นไปที่พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต้องรู้ประกอบกับ คำศัพท์เฉพาะที่น้องๆต้องจำได้ เพื่อที่จะได้แปลได้อย่างรวดเร็ว น้องทั้งหลายที่ลงไม่ทันก็อย่าเพิ่งบ่นกันนะ ตอนนี้เปิดติว SAT อีกคอร์สแล้ว และที่ขาดไม่ได้เลยคือเรายังรับรองผลที่คะแนนรวม 1200 เหมือนเดิม พบกับคำตอบสุดท้ายของการหาที่เรียน SAT ที่ไหนดีที่สุดได้ที่ Acknowledge นะครับ

 
 

คอร์ส SAT + CU-AAT (Math + Critical Reading)


เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ เริ่มเรียนอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 ราคา 9,900 บาท เรียนสด 60 ชั่วโมง อาจารย์สองท่าน เรียนสัปดาห์ละวันคือเรียนวันอาทิตย์ทั้งวัน เรียนวันละ 6 ชั่วโมง ทั้งสิ้น 10 อาทิตย์ใช้เวลาทั้งคอร์สประมาณ 10 สัปดาห์

PART
จำนวนชั่วโมง
วันเรียน
เวลาเรียน
Critical Reading
30
อาทิตย์
09.00-12.00
พักเที่ยง
12.00-13.00
Math
30
อาทิตย์
13.00-16.00

เรียนช่วงปิดเทอมตุลาคม เริ่มเรียนจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2557 - 27 ตุลาคม 2557 ราคา 9,900 บาท เรียนสด 60 ชั่วโมง อาจารย์สองท่าน เรียนสัปดาห์ละวันคือเรียนวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ ทั้งวัน เรียนวันละ 6 ชั่วโมง ทั้งสิ้น 10 วัน

PART
จำนวนชั่วโมง
วันเรียน
เวลาเรียน
Critical Reading
30
จันทร์ พุธ ศุกร์
09.00-12.00
พักเที่ยง
12.00-13.00
Math
30
จันทร์ พุธ ศุกร์
13.00-16.00

หมายเหตุ

  • อาจารย์ 2 คน สอนแยกในแต่ละ PART และเป็นอาจารย์คนไทยที่ชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด โดยช่วงเช้าจะเป็นคณิตศาสตร์ ส่วนใหญ่จะเ็ป็นครูมิว และตอนช่วงบ่ายจะเป็นครูกอล์ฟสำหรับวิชาภาษาอังกฤษ
  • ในการสอนเลขจะเน้นไปในแนวข้อสอบ CU-AAT และในการสอนภาษาอังกฤษ จะเน้นไปในการสอบ SAT I อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกๆของคณิตศาสตร์จะเน้นข้อสอบที่ค่อนข้างง่ายไปก่อนเพราะต้องการปูพื้นฐานด้วย
  • ผู้เรียนผ่านคอร์สไปแล้วจะสามารถไปสอบได้ทั้งสองสนาม
  • เตือนกันไว้นิดว่าการบ้านเยอะมาก โดยเฉพาะเลขที่ต้องทำกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำกันจนจำได้ว่ามันต้องทำกันอย่างไร ดังนั้น ถ้าคิดจะมาเรียนสวยๆ ไม่ทำการบ้าน หรืออยากจะมานั่งรอแต่เฉลย ขอความกรุณาไม่ต้องมาลงเรียนนะครับไปเรียนที่อื่น เสียเวลา ไปกันที่คนที่อยากเรียนเปล่าๆ สิ่งสำคัญต่อมาคือ ในแต่ละห้องนั้นรับน้อย ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ประมาณ 15 คน เพราะอะไรน่ะเหรอ บอกได้เลยว่าครูจะถามค่อนข้างมาก หากตั้งใจทำการบ้านมาก็ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าไม่ได้ทำมางานนี้เหนื่อยหน่อยนะ บอกได้เลยว่าครูค่อนข้างถามเยอะ (ถามในเรื่องที่สอนไปแล้วนะ)
  • รับรองผลคะแนนที่ 1,200 คะแนน โดยเป็นคะแนนรวม MATH + Critical Reading
  • นำเครื่องคิดเลขมาด้วย (ถ้ามี) แต่ไม่ต้องซื้อเพื่อนำมาเรียน (ถ้าไม่มี...มันเปลือง)
  • คอร์สของเราจะมีแต่วันอาทิตย์ไม่มีวันเสาร์นะครับ ปัจจุบันและในอนาคต แต่บางช่วงของปีจะมีคอร์สช่วงปิดเทอมที่จะเรียนทั้งวันของวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์
  • สำหรับผู้ที่ต้องการลงเพียง PART เดียว ราคาจะอยู่ที่ 6,500 บาท/ PART และไม่มีการรับรองผลให้ เหตุผลคือ เรารับรองผลคะแนนรวม แต่ถ้าน้องลงอันเดียวแล้วจะรับรองยังไงล่ะ จริงไหม
 
 

เรียน SAT มาก็หลายที่ แต่ไม่ผ่านซักทีเพราะ...


การจะเรียนให้ประสบความสำเร็จต้องท่องศัพท์ด้วยคำศัพท์ไม่ท่อง งานนี้ไม่ต้องอธิบายถึงผลเสีย งานนี้ใช้คำว่าผลเสียไม่ได้ ต้องใช้คำว่าบรรลัย เพราะมันจบตั้งแต่ความคิด หรือต้นตอของความขี้เกียจแล้วครับ ไม่ต้องสอบ SAT หรอก ไม่ว่าจะสนามสอบภาษาอังกฤษใดๆบนโลกนี้ ก็ไม่สามารถที่จะสอบผ่านได้ น้องๆหลายคนเคยไปเรียนตามสถาบันอื่นๆ ก็มักจะได้เทคนิค ความคิดเกี่ยวกับการเดาศัพท์ การดูรากศัพท์ การนั่งทางใน (อันนี้ไม่เกี่ยว) หรือแม้กระทั่งการเดาศัพท์จากในบริบท ความคิดแบบนี้ ย้ำว่า ลืมมันไปเถอะ ตั้งใจท่องศัพท์ให้ดี ศัพท์เบสิคให้ได้ เอาศัพท์หลายๆคำนำมามัดเป็นกลุ่มแล้วท่องซะ ถ้าไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองก็ไปซื้อบัตรคำศัพท์มาท่องตอนนั่งรถ นั่งเรือ นั่งเครื่องบิน สารพัดเวลาว่างก็นำมาท่อง ถ้าน้องๆทำได้ซะอย่างนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมาเรียนกับพี่หรอกครับ สิ่งที่ครูกอล์ฟฝากบอกกับนักเรียนทุกคนคือ การสอบ SAT มีทางลัดที่จะให้ผ่านง่ายๆคือ คำศัพท์ งานนี้มาหาคำอธิบายจากครูกอล์ฟเองนะ

การทำข้อสอบ Critical Reading ห้ามอ่านข้ามๆอ่านไม่ทันมั่วมันส์ไปเลย หลายๆคนน่าจะเคยกับการสอบในสนามอื่นๆมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น IELTS หรือ CU-TEP (ซึ่งเป็นข้อสอบยอดฮิตของผู้ที่ต้องการสอบเข้าภาคอินเตอร์) และก็น่าจะเคยฝึกฝนเกี่ยวกับการอ่านแบบ skip กับสถาบันอื่นๆมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่บอกไว้ตรงนี้เลยว่าคำว่า skip ไม่สามารถที่ใช้กับการสอบ SAT ได้ ดังนั้นลืมไปได้เลย (จริงๆแล้วขนาดการสอบ CU-TEP ในหัวข้อของ Reading Comprehension ก็ไม่สามารถจะ skip ได้แล้วล่ะนะ) คราวนี้ถ้าเราติดกับการ skip ล่ะ งานนี้ไม่ต้องสงสัยเลยเพราะเวลาเราเจอข้อสอบ เราจะพยายามอ่านอย่างรวดเร็ว แต่สรุปง่ายๆคือ เหมือนอ่านได้เร็ว แต่ไม่รู้เรื่อง ขอบอกว่าต้องกลับมาปรับนิสัยกันหน่อยแล้วครับงานนี้ อ่านช้าๆเน้นคำศัพท์ และการวิเคราะห์ความคิด และน้องต้องอย่าลืมว่าสิ่งที่น้องอ่านมันคือ Critical Reading ซึ่งมันคือการอ่านแบบวิจารณ์นะครับ

ส่วนใหญ่น้องๆเลือกเพียงวิชาใดวิชาหนึ่ง เอาเลขไม่เอาอังกฤษเอาแต่เลขไม่เอาอังกฤษ ฟิตอังกฤษไม่เอาเลข งานนี้สำหรับน้องๆที่ต้องใช้คะแนนเพียงตัวใดตัวหนึ่งก็คงจะรอดตัวไป เราสามารถฟิตในวิชาเดียวที่เราต้องใช้ยื่นได้อย่างไม่มีปัญหา เพียงแต่ในบางคณะที่จำเป็นต้องใช้คะแนนรวมล่ะ เช่น EBA BBA จุฬา หรืออีกหลายๆคณะที่ต้องใช้คะแนนรวมอย่างที่เราเข้าใจว่า ควรจะต้องให้ได้มากกว่า 1200 คะแนนไง หลายคนมักจะประสบปัญหาทางความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองถนัด น้องหลายคนจะเข้าใจว่าเลขไม่ถนัดให้ทิ้งเลข ภาษาอังกฤษถนัดทำแต่ภาษาอังกฤษ หรืออะไรทำนองนี้เป็นต้น เห็นมานักต่อนัก หงายหลังกลับบ้านไม่ถูกหลังจากออกมาจากห้องสอบ ย้ำตรงนี้จากประสบการของพี่ที่สอน SAT มากว่า 10 ปี ว่าไม่ว่าน้องจะทำยังไงก็ตาม ถนัดอันไหนหรือไม่ถนัดอันไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราจะต้องให้ได้คะแนนคณิตศาสตร์ มากกว่า 700 รวมกับภาษาอังกฤษ Critical Reding เกินกว่า 500 บอกตรงๆว่างานนี้ยากทั้งคู่ แต่ต้องทำทั้งคู่นะครับ

หนังสือที่วางขายทั่วไป เอาแต่ทำไม่เคยกลับมาตรวจแก้หนังสือได้แต่ทำ ผิดไม่เคยแกขอแค่ทำเยอะๆก็พอ น่าสงสารกับเคสนี้ เป็นเคสของผู้มีเงินเพียงพอและเหลือใช้ในการที่จะซื้อ Text Book ราคาแพงไม่น้อย ถ้าเทียบกับหนังสือของเด็กๆชาวเขา ที่ต้องการเรียนแค่ให้อ่านออกและเขียนได้ ไม่ว่าจะเป็นค่ายอันโด่งดังเช่น Baron Princeton College Board McGraw หรืออื่นๆอีกมากมายสุดแสนจะสรรหามาได้ ว่าจะตรงแนวสุดขีด สุดชีวิตกันไปเลย ราคาแต่ละเล่มน้อยๆต้องมี 700 บาทแน่นอน แต่ที่เห็นมานักเรียนแต่ละคนใช้มันยังกับว่าคุณค่ามันประมาณ 70 บาท บางคนเอามาท่องๆ แล้วเดี๋ยวก็ลืม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ MATH ที่ฟิตจัดนั่งทำไปหลายร้อยข้อ แต่พอผิดก็แค่กาผิด แล้วก็ดูผ่านๆ คิดในใจว่า อ๋อ อย่างงั้น มันเป็นอย่างงี้ แล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จำไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าเป็นแบบนี้ หากเราผิดแบบไหนก็ตาม อยู่ในห้องสอบจริงเราก็จะต้องผิดแบบนั้นอยู่เรื่อยไป ไม่มีทางที่จะได้คะแนนเพิ่ม งานนี้ Confirm!!!

เว็บมาสเตอร์ได้มีโอกาสสอนคอร์สกับเค้าด้วยนะไม่ชอบเรื่องไหน ก็ปล่อยไปตามนั้น หลายครั้งหลายหนที่ผมมีโอกาสได้สอน SAT ซักคอร์สสองคอร์ส ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นช่วงปิดเทอมในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ถึงแ้ม้ว่านานๆจะได้สอนซักทีแต่ก็ไม่ลืมว่าเราจะต้องสอนอะไร (ปกติเว็บมาสเตอร์ก็สอนนักเรียน ม.ปลายเป็นประจำอยู่แล้ว) และคำถามยอดฮิตที่เรามักจะถามเด็กๆเป็นประจำคือ เคยสอบกันมาบ้างไหม หรือไม่ก็ใครแนะนำให้มาเรียนที่นี่ล่ะ หรือไม่ก็ชอบเรียนเลขไหม ไม่ชอบเรียนบทไหนมากที่สุด กับคำถามสุดท้ายนี่ผมจะถามบ่อยสุดๆ สิ่งที่ได้รับคำตอบกลับมาคือ เด็กส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ตอบเหมือนกันคือ หนูไม่ชอบเรียนเกี่ยวกับเรื่องของกราฟ (อ้าว แล้วหนูทำยังไงล่ะ) เด็กๆเหล่านั้นก็จะพูดทำนองเสียงเดียวกันว่า หนูก็ข้ามไปสิเพ่ไม่เห็นยากเลย โ่ด่..... บอกตรงๆว่าคราวนี้งานเข้าแล้ว เหตุผลคือ หากเราไม่ชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งหากจะโชคดีหน่อย เรื่องนั้นๆที่เราไม่ชอบดันออกน้อย เราก็จะมีโอกาสได้คะแนนเยอะ แต่ถ้าแย่หน่อยก็ได้คะแนนน้อยหากมันออกเยอะ ส่วนใหญ่หากเด็กมีความคิดแบบนี้ สำหรับคณิตศาสตร์แล้วงานนี้บอกได้เลยว่า คะแนนส่วนใหญ่จะไปกองอยู่ที่ 600 ต้นๆ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีเรื่องที่ไม่ชอบอยู่กี่เรื่อง แล้วเด็กพยายามหนีอยู่กี่เรื่องนั่นเอง

เกี่ยวกับการบวกลบคูณหาร ไม่ยากแต่ต้องการความละเอียดบวกลบคูณหารนึกว่าง่าย ยกกำลังก็งั้นๆ พื้นที่ก็ใส่สูตร แต่ทำไมเวลาสอบออกมาแล้ว ได้คะแนนออกมาก็หกร้อยกว่าๆทุกทีเลย (วะ) อันนี้ผมกำลังยังตัวอย่างที่เป็นกรณีศึกษา ของนักเรียนที่ผมมักจะเจอประจำ โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์ (ก็ผมสอน MATH นี่นา) และจะเห็นได้บ่อยมากขึ้นหากเป็นเด็กผู้ชาย สายวิทย์ ไม่รู้เป็นอะไรเห็นประจำแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นคือ คิดว่ามันง่าย!!! แน่นอนครับน้องๆที่เรียนสายวิทย์มาโดยเฉพาะที่เป็นภาคไทย เรียนอะไรมาบ้าง โอโห ตรีโกณ ลำดับอนุกรม ว้าว แคลคูลัส เวคเตอร์ เมตริกซ์ แล้วพอมาเจอข้อสอบก็จะประมาณว่าข้อสอบอะไรกันนี่ทำไมง่ายจัง เลข ม.ต้นชัดๆ พอทำได้ก็ไม่เคยใส่ใจกับรายละเอียด ไม่เคยจะยอมเข้าใจที่มา แล้วก็ประมาท เห็นมานักต่อนักแล้ว กับการที่ไม่เคยจะถึง 700 ไหนบอกว่าง่าย ถ้าง่ายก็ไม่ไปเรียนภาคไทยล่ะ หรือไม่ก็ SAT ทำเต็ม 800 ไปเลย จะมานั่งเรียน SAT กันทำไม๊

เด็กๆหลายคนชอบทำ pretest เชื่อแม่งอยู่นั่นแหละถึงเวลาจริง ก็ทำไม่ได้เชื่อมันอยู่นั่นแหละเกี่ยวกับ Pre test นู่นนี่นั่น อันนี้ไม่อยากจะโจมตี ได้แต่บอกให้เป็นอุทาหรณ์ว่ามันมีจริงๆ ทุกๆครั้งผมก็มักจะมีโอกาสสัมผัสกับเด็กกลุ่มเล็กๆแบบนี้เป็นประจำ นั่นคือ ชอบไปทำข้อสอบเสมือนจริง ของหลายๆสถาบัน ได้คะแนนประเมินออกมาประมาณนั้น ขาดความถนัดประมาณนี้ หลายครั้งหลายหนที่ประเมินออกมาว่าได้ 600 พอสอบจริงทำไมมันได้ 300 กว่าๆหว่า เกิดอะไรขึ้น ลองไปประเมินใหม่ดีไหม? ไปเหอะฟรีด้วย!!! ขอบอกกันเลยแล้วกันว่า จะประเมินกันไปถึงไหนว่าได้คะแนนกันเท่าไหร่ เพราะสนามสอบจริงมันคนละเรื่องกันเลย และต่อให้ประเมินได้เต็มแล้วเต็มอีก มันไม่มีมหาลัยไหนรับคุณหรอกถ้าคุณไปยืนกรานว่าคุณประเมินได้คะแนนเยอะ อีกอย่างหลายๆสถาบันอยากให้เข้ามาประเมินเพื่อที่จะได้จับลงคอร์สนั้น คอร์สนี้ สรุปคือ ขายของ จบไหม? อีกอย่างจำไว้ว่า มันทำให้เราประมาทและย่ามใจกับคะแนนเพ้อๆ ตื่นกันได้แล้วนะ

สูตรลัดน่ะจากเอาจากที่ไหน ในเมื่อพื้นฐานมันยังไม่ได้กันเลยอะมีสูตรลัดไหมอะเพ่!!! ประเด็นนี้เริ่มมาจากเมื่อต้นปีที่แล้วผมมีโอกาสได้สอนคอร์ส SAT ในช่วงวันอาทิตย์ (ถ้าจำไม่ผิด) หลังจากเรียนผ่านไปครั้งแรกมีผู้ปกครองท่านหนึ่ง โทรมาหาผมในทำนองตำหนิว่า ครูไม่ยอมให้สูตรลัดเลย แล้วลูกดิฉันจะทำเลขได้เร็วไ้ด้ยังไง? ถามไปถามมาพบว่าน้องคนนั้นเป็นกลุ่มเด็กปานกลางค่อนไปทางอ่อน อะไรที่ทำให้เค้าคิดอย่างนั้น แน่นอนคำตอบคือ เค้าไม่ชอบเลข เค้าเพียงแต่ต้องการทำให้มันผ่านๆไป และความคิดที่จะทำให้มันผ่านไปเร็วๆได้คือ ใช้สูตรลัด ใช้เทคนิค ใช้ทริคสุดแสนจะสรรหามาทำ บอกไว้ตรงนี้เลยครับ สูตรลัดมาจากพื้นฐาน เมื่อน้องมีพื้นฐานที่ดีนั่นคือสุดยอดสูตรลัด เพราะเราจะทำโจทย์ที่พลิกแพลงได้ทุกข้อ คำพูดนี้ยืนยันจากประสบการณ์สอนเลข ม.ปลายกว่า 18 ปีของเว็บมาสเตอร์ และกว่า 10 ปีที่มีโอกาสได้ติว SAT แน่นอนว่าผมใช้คำอธิบายนี้ไปบอกกล่าวกับผู้ปกครองคนนั้น ซึ่งเค้าคงไม่เชื่อผม แน่นอนว่าผมจะไม่บอกหรอกว่าน้องเค้าได้ไปเรียนที่ไหน?

งานนี้ลุยไปข้างหน้า ไม่ต่างอะไรกับควายไถนาไปเรื่อยๆลุยไปข้างหน้า มีกี่ข้อข้าทำหมด จำไว้ตรงนี้เลยนะ สำหรับ Critical Reading หากเรามีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เราจะเหนือกว่าคนอื่น และถ้าเราทำคณิตศาสตร์ หากเรารู้จักเลือกข้อทำ มันจะทำให้เราประสบความสำเร็จ จากจุดๆนี้ผมต้องการบอกว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ลงสนามสอบ หากไม่ตื่นเต้น ก็ต้องงก คำว่างกในที่นี้หมายถึง อยากจะทำคะแนนให้ได้มากที่สุด (มันก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะมันเป็นการแข่งขัน) ดังนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาคือ จะทำทุกข้อ โดยการลุยถั่วเข้าไป ไม่ข้าม ลุยแหลก งานนี้เละ... สำหรับตัวผมที่เป็นคนสอน MATH ผมมักจะบอกกับเด็กว่า หากข้อไหนมีรูปภาพให้ทำก่อน เพราะตัวเลขจะอธิบายอยู่ในภาพ หากเป็นโจทย์ปัญหาที่มีแต่ตัวอักษรและมีความยาวเกิน 3 บรรทัด ให้ข้าม จะเห็นได้ว่ามันคือการเลือกทำว่าเราจะเสียเวลากับข้อใดข้อหนึ่งนานๆไม่ได้ เราจำเป็นต้องแข่งกับเวลา และแน่นอนว่าสำหรับ Critical Reading ให้เรากวาดตาดูหลายๆบทความก่อนเพราะในบางครั้งอาจจะมีเรื่องที่ีเราถนัด เช่นอะไรที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (ซึ่งส่วนใหญ่เด็กภาคไทยจะรู้มาก่อน)

 
 

ทีมคณาจารย์ผู้สอน


ครูกอล์ฟ สอน Critical Reading ซึ่งถนัดไวยากรณ์มากครูป๊อบอายสอน SAT ถนัด Reading ทุกประเภทครูแซมสอน SAT I คณิตศาสตร์

ครูกอล์ฟ
ครูกอล์ฟของเราเริ่มสอนพิเศษภาษาอังกฤษมาตั้งแต่วัยทีน โดยเริ่มจากนิสิตปี 2 อักษรจุฬา จากนั้นก็เริ่มที่จะมาสอนนักเรียนที่ต้องเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย ถึงแม้ว่าครูกอล์ฟจะทำงานตลอดการเีรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 มาได้ และก็ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่สเปนด้านการสอนประมาณ 2 ปี พอกลับมาเราก็รีบติดต่อเพื่อให้มาสอนให้กับสถาบันของเรา จากประวัติอันโชกโชนที่ถามมาจากเพื่อนสนิท (ครูอัพ สอนภาษาสเปน) บอกว่าตั้งแต่รู้จักกับครูกอล์ฟมา ครูกอล์ฟจะทำหลักภาษาที่เป็นไวยากรณ์ได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นภาษาสเปนสมัยเรียนระดับมหาลัย หรือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสที่เรียนสมัย ม.ปลาย จะบอกได้ว่าที่สุดของความเป๊ะจริงๆ งานนี้เป็นโชคดีของน้องๆที่ได้เรียน SAT กับครูกอล์ฟ แต่ก็อาจจะโชคร้ายหน่อยถ้าต้องมาท่องชุดคำศัพท์ที่ครูกอล์ฟรวบรวมมา (ตกลงจะดีใจหรือเสียใจกันแน่ อิอิ)

ครูป๊อบอาย
กับอดีตที่โชกโชนไม่แพ้กับครูกอล์ฟ จะแตกต่างกันที่ครูป๊อบอายอาจจะจบมาจากต่างสถาบัน แต่ความโหดในการโหลดศัพท์เข้าลงไปในหน่วยความจำของน้องๆนั้น จัดได้ว่าโหดพอๆกัน ย้อนกลับมาที่ประวัติซักเล็กน้อยกับครูป๊อบอาย ด้วยปริิญญาโทด้านภาษาอังกฤษที่ ม.เกษตร ปัจจุบันกำลังจะศึกษาปริญญาเอก  ภาคภาษาอังกฤษ ที่อักษรจุฬา  กับอดีตการสอบเอ็นทรานซ์ (ชื่อเรียกสมัยนั้น) กับคะแนนที่กดไปเกือบเต็ม (แบบว่าไปพลาดที่คณิตศาสตร์ที่ได้เกือบศูนย์ เฮ้ย!!!) อีกทั้งกับการสอบชิงทุนที่มักจะติดอันดับท๊อป 5 ประจำ (แต่ก็มักจะอาภัพตกสัมภาษณ์ เฮ้อ!!!)   สิ่งที่ถนัดและชอบเป็นชีวิตจิตใจคือเล่นเกมส์ (เอ อันนี้ท่าจะไม่เกี่ยว) ทั้งภาคไวยากรณ์ และข้อสอบการอ่านทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Critical Reading หรือ Reading Comprehension ก่อนมาเรียนยำว่าเอาสมุดเปล่าๆมาจดคำศัพท์ด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไ่ม่เตือน หุๆ

ครูแซม
แม้ว่าชื่อจะออกอินเตอร์นิดๆ แต่สั่งตรงมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เฮ้ย!!!) กับอดีตอาจารย์พิเศษโรงเรียนชื่อดังกว่า 2 แห่งในกรุงเทพ และขอลามาเรียนต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ โดยสมัยปริญญาตรี ครูแซมของเราจบตรงมาจากวิทยาศาสตร์จุฬา เรื่องประสบการณ์สอนโดยเฉพาะด้านการคำนวณไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะเป็น SAT หรือ CU-AAT คณิตศาสตร์ที่สอนมากว่า 7 ปี CU-ATS Physics ที่สอนมากว่า 5 ปี คอนเซ็ปในการสอนคือเน้นไปที่ความเข้าใจ ไม่เน้นท่องจำ และการเรียงลำดับให้เป็นขั้นเป็นตอน พบกับครูแซมแนวอินเตอร์โดยด่วน

จริงๆแล้วมีครูอีกมากที่ยังไม่ได้พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นครูต่าย ครูมิว ครูเตย อย่างไรก็ตาม ครูที่ลงคอร์สอาจจะสับเปลี่ยนกันไป เช่นบางคอร์สอาจจะเป็น ครูกอล์ฟ - ครูมิว หรือ บางทีครูเตย กับครูแซม จะมาแจมบ้าง แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เก่ง งานนี้อาจารย์เก่งกันทุกคนครับ ที่สำคัญคือ การบ้านตรึมเหมือนกันหมด เสร็จ!!!

ลองทำข้อสอบ SAT - CU-AAT MATH Online คลิ๊กเลย!!!

 
โทร 088-4913362 , 081-4267996 สีลม กรุงเทพ (11.00 - 19.00 น.) ดูแผนที่