เรียน TOEFL ติวสอบเข้า MUIC

โรงเรียน ACKNOWLEDGE กรุงเทพ
เกี่ยวกับสถาบัน
กลับหน้าแรก
คอร์สทั้งหมดที่เปิดสอน
ครูผู้สอนภาษา
ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และการคำนวณ
วิธีการสมัครเรียน - แผนที่ของสถาบัน
เกี่ยวกับสถาบัน Acknowledge
ภาพบรรยากาศการเรียน
คำถามที่พบบ่อย
บทความที่น่าสนใจ
ติว ADMISSION - อินเตอร์ - สอบเทียบ
CU-ATS ฟิสิกส์ - เคมี
GAT ภาษาอังกฤษ - การอ่านเชื่อมโยง
TOEFL - สอบเข้า MUIC
GED สอบเทียบวุฒิ ม.6 (ระบบอินเตอร์)
 

เรียน TOEFL ติวสอบเข้า MUIC


ติวสอบเข้า MUIC กับสถาบันของเราAcknowledge ซึ่งเป็นสถาบันสอน TOEFL เพื่อใช้ในการเตรียมตัวสอบที่จะมาถึงนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบ iBT , Paper Base (แบบเก่า) หรือจะเป็นแบบ TOEFL เฉพาะของการสอบเข้า MUIC สำหรับการเตรียมตัว หลักๆที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือการท่องคำศัพท์ TOEFL โดยจะต้องท่องที่เป็นคำพ้อง การเตรียมตัวสอบ TOEFL นั้น จำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวมาอย่างดี เนื่องจากการสอบแต่ละครั้ง จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง สถาบัน Acknowledge ตระหนักถึงความยากของการทำข้อสอบ TOEFL เป็นอย่างดี ดังนั้นอาจารย์ที่รับผิดชอบและดูแล ผู้เรียนแต่ละท่านจะเป็นอาจารย์ที่มีคุณวุฒิสูง ด้วยทีมอาจารย์จากผู้ที่สอบ TOEFL ได้เกือบเต็ม อาจารย์บางท่าน เป็นผู้เขียนในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษชื่อดัง (ไม่สามารถเปิดเผยได้) อาจารย์บางท่าน จบปริญญาโทเกียรตินิยมด้านภาษาอังกฤษ ทำให้ทุกท่านที่ติวกับสถาบันของเราได้คะแนนสูงแน่นอน สำหรับที่สถาบันจะเน้นไปทางด้านการสอนแบบกลุ่มเล็ก และตัวต่อตัว เพื่อแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะทาง อย่างไรก็ตามการเรียนจะประสบผลสำเร็จ ก็ต่อเมื่อผู้เรียนจะต้องกลับไปทบทวนและท่องศัพท์เพิ่มเติม

การสอบ TOEFL เป็นการสอบ TOEFL เป็นการสอบในจุดประสงค์เพื่อ ศึกษาต่อในระดับสูง ในแบบที่จะต้องใช้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ด้วยการผสมผสานอย่างกลมกลืน นั่นหมายถึง จำเป็นต้องมีความคล่องทั้งในส่วนของการฟัง พูด อ่าน รวมถึง การเขียนอย่างมีเหตุมีผล ซึ่งการสอบในทุกๆส่วน จะเชื่อมโยงถึงกันหมดนั่นคือ ผู้สอบจะต้องเริ่มต้นจากการตั้งใจฟัง ในสิ่งที่ พูดออกมา จากนั้นจึงตอบ พูด หรือเขียน ตามสิ่งที่กำหนด อย่างไรก็ตามหาก การฟังในตอนแรกเริ่มมาจากความไม่เข้าใจ ก็จะมั่วยาวเลย ดังนั้นการเรียน TOEFL จะต้องเริ่ม ฝึกจาก skill การฟัง ก่อนเป็นอันดับแรก นะครับ

ในการสอบแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง (อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง) ซึ่งจะเน้นไปที่การใช้ภาษาอังกฤษ ในเชิงวิชาการ โดยแบ่ง ออกเป็นดังต่อไปนี้

การอ่านเพื่อจับใจความ1. Reading เป็นการทำข้อสอบที่เน้นไปที่ ความเข้าใจทางด้านการอ่านจับใจความของผู้เข้าสอบ โดยจะต้อง ตอบคำถาม จากบทความ 3 บทความ ซึ่งในแต่ละบทความจะต้องตอบคำถาม 13 ถึง 14 ข้อ โดยรวมๆแล้วจะต้องทำประมาณ 40 ข้อ อย่างไรก็ตาม การที่จะทำคะแนนในส่วนนี้ ให้ได้ดีนั้น จะต้องเริ่มจากการท่องศัพท์ที่ไม่ยากเกินไปนัก ส่วนใหญ่จะเป็นคำศัพท์ ที่เห็นได้ตาม หนังสือพิมพ์ ภาษาอังกฤษ เช่น Bangkok post เป็นต้น ดังนั้น นอกเหนือ การ ติว TOEFL ในห้องเรียนแล้ว ผู้เรียนทุกท่านควรอ่านเพิ่มเติมเอง ด้วยนะครับ

 

การเตรียมความพร้อมด้านการฟัง2. Listening เป็นการสอบที่เน้นไปที่ความเข้าใจในการฟังบทสนทนา รวมถึงคำพูด เชิงวิชาการที่เกี่ยวกับเรื่องที่หลากหลาย ประมาณ 2 เรื่อง และจะต้องฟัง บทสนทนาที่มีการโต้ตอบ ของคนหลายๆคน ประมาณ 4 เรื่อง หลังจากฟังแล้วให้ตอบคำถาม ซึ่งจะมีประมาณ 35 ข้อ (ฟัง หนึ่ง เรื่อง แล้วตอบนะครับ) อย่างไรก็ตามในส่วนนี้ มีสิ่งที่อยากจะเตือนผู้สอบก็คือ หากฟังแล้วหลุดในข้อนั้นๆ ให้รีบทิ้งไปทำข้ออื่นๆ เลย เพราะถ้า มัวแต่งมอยู่จะหลุดยาวเลย อีกทั้งมีเทคนิคเล็กน้อยก็คือก่อนที่จะเริ่มการฟัง บทสนทนาใหม่ๆ ให้ดูที่คำถามก่อน ก็จะทำให้ง่ายขึ้นมาก สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ก็คือ คนที่ฟังบทสนทนาไม่รู้เรื่อง สาเหตุหลักก็คือที่ฟังไม่รู้เรื่อง เป็นเพราะตัวเองออกเสียงผิดมาตั้งแต่เริ่มแรก จึงทำให้เวลาฟังคนอื่นพูดก็กลายเป็นว่า ไม่คุ้นกับคำๆนั้น (ที่เราออกเสียงมาผิดๆ) ท้ายสุดก็เลยฟังไม่รู้เรื่อง ดังนั้นการเรียนในส่วน listening ก็อย่าลืมออกเสียงตาม (ในใจ) ไปด้วยนะครับ

คราวนี้ข้อสอบให้เราพูดยาวๆ พูดสั้นๆยังทำไม่ค่อยจะได้เลย3. Speaking เป็นการสอบที่เน้นไปที่การพูดแบบยาวๆ โดยจะต้องพูดทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยใน 2 คำถาม แรกเป็นการตอบแบบแสดงความคิดเห็น โดยอาจจะเป็นประสบการณ์ หรือความเห็นส่วนตัว สิ่งหนึ่งที่อยากจะย้ำในการตอบส่วนนี้ นั่นคือ เราสามารถตอบไปในทิศทางใดก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ประโยคที่จะต้องมาสนับสนุน คำพูดในประโยคแรก เช่น หากเราบอกว่า มลพิษที่อันตรายที่สุด คือ มลพิษทางเสียง เพราะว่า .... เราจะเห็นได้ว่าในความเป็นจริง ถึงแม้ว่ามลพิษทางเสียงจะไม่อันตรายที่สุด แต่ ความสำคัญอยู่ที่ประโยคตรงหลังจากคำว่า เพราะว่า... สำหรับในคำถาม ในข้อที่เหลือ อีก 4 ข้อ จะเป็นทั้งการฟังและ การอ่าน นำประเด็น มาคิดวิเคราะห์เพื่อตอบคำถามในข้อสอบ TOEFL อย่างเหมาะสม

เขียนมันก็ต้องให้ถูกหลักไวยากรณ์ด้วยจริงไหมครับ4. Writing เป็นการสอบที่เน้นไปที่ การเขียนอย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ โดยคำถามที่ 1 ผู้สอบจะได้อ่านบทความทางวิชาการ ในเวลาประมาณ 3 นาที โดยจะต้องเขียน ตามหัวข้อที่กำหนดให้ การให้คะแนนบทความนั้นจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น เน้นประเด็นสำคัญ ความชัดเจนของโครงร่างรูปประโยค การใส่ความคิดเห็นใหม่ๆ และมีเหตุผลมาสอดคล้องกับความคิดเห็นนั้นๆ การใช้คำ การเว้นวรรค มีการสรุปที่กะทัดรัด กระชับ และได้ใจความ สำหรับคำถามที่ 2 ผู้สอบจะได้อ่านประโยคสั้นๆ และตอบคำถามโดยการบรรยาย อย่างมีเหตุผล จากสิ่งที่ได้อ่าน โดยต้องเขียนอย่างน้อย 300 คำ ภายในเวลา 30 นาที สำหรับการสอน TOEFL ในส่วนนี้ นอกเหนือ จาก การเรียนรู้ เพื่อประโยชน์ในการทำข้อสอบแล้ว ยังสามารถเอาไปใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

 
 

ทีมคณาจารย์ผู้สอน TOEFL


ทีมอาจารย์ผู้สอน TOEFL

ครูจอม และครูลูกหว้า

ครูจอมไปมาหลายประเทศทั่วโลก แทบจะเกือบทุกทวีป ยกเว้นก็คงแต่ขั้วโลกเหนือ กับขั้วโลกใต้เท่านั้น แต่ประเทศที่ครูจอมต้องใช้ชีวิตอยู่มากที่สุด คือประเทศอังกฤษ สิ่งที่ครูจอมถนัดมากที่สุดคือ Speaking และ Writing นะครับ ดังนั้น นักเรียนไม่ต้องกลัวว่าจะพูดไม่ได้ เพราะครูจอมจะพยายามฉุดกระชาก ลากถู จนกว่าจะพูดได้แน่นอน สำหรับครูลูกหว้าแม้ว่าจะไม่ได้ชีพจรลงเท้าเท่าใดนัก แต่ด้วยความเก่งกาจที่ได้รับการฝึกฝนมาจากอักษรจุฬา และด้วยประสบการณ์สอนกว่า 8 ปี ก็เป็นเครื่องการันตีได้ว่า เก่งชัวร์ แหม ขี้เกียจพิมพ์มากเดี๋ยวจะหาว่าโม้ มาเจอกันเลยดีกว่านะ

ครูกุ้ง และครูต่าย

สองพี่น้องขาใหญ่ที่คุมอยู่ย่านตลาดบางแค ซึ่งสเต็ปการเรียนจะคล้ายๆกันคือ ผ่านการเรียนมาจาก MUIC มหิดลอินเตอร์และเรียนปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์เหมือนกัน เรื่องความเก่งกาจคล้ายกัน สำหรับพี่จะกินเก่ง สำหรับน้องจะนอนเก่ง (เฮ้ย ไม่ใช่แล้ว) เรื่องการติว TOEFL เฉพาะทางที่ต้องสอบเข้า MUIC รับรองชัวร์!!! พบกับคำตอบสุดท้ายของการเรียน TOEFL ที่ไหนดีที่สุด ได้ที่นี่แล้วเจอกันนะครับ

 
โทร 088-4913362 , 081-4267996 สีลม กรุงเทพ (11.00 - 19.00 น.) ดูแผนที่