เรียน TU-GET ติว รับรองผล

โรงเรียน ACKNOWLEDGE กรุงเทพ
เกี่ยวกับสถาบัน
กลับหน้าแรก
คอร์สทั้งหมดที่เปิดสอน
ครูผู้สอนภาษา
ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และการคำนวณ
วิธีการสมัครเรียน - แผนที่ของสถาบัน
เกี่ยวกับสถาบัน Acknowledge
ภาพบรรยากาศการเรียน
คำถามที่พบบ่อย
บทความที่น่าสนใจ
คอร์สรับรองผลสอบ
CU-TEP รับรองผล 550 คะแนน
SAT I รับรองผล 1200 คะแนน
CU-AAT รับรองผล 1200 คะแนน
TOEIC รับรองผล 700 คะแนน
IELTS รับรองผล 6.5
TU-GET รับรองผล 600 คะแนน
 

เรียน TU-GET กับสถาบัน Acknowledge


เรียน TU-GET ที่สถาบันของเรา TU-GET ที่สถาบัน Acknowledge เน้นเป็นคอร์สกลุ่มเล็กรับรองผล และการเรียนตัวต่อตัว โดยการเรียน ตัวต่อตัวนั้น สามารถกำหนดวัน เวลา ได้ด้วยตัวเอง ในแต่ละปีสถาบันของเรา มีผู้เรียน สอบได้คะแนนสูงหลายคน พูดง่ายๆก็คือ คนที่ได้มากกว่า 600 เป็นเรื่องธรรมดา ด้วยความพร้อม ของทีมอาจารย์ สอน TU-GET ระดับปริญญาโท ที่มีประสบการณ์ มายาวนาน ทำให้ผู้ที่เรียนมีความมั่นใจในการลงสู่สนามสอบ สิ่งที่อยากจะแนะนำผู้เรียน คือผู้เรียนต้องขยันท่องคำศัพท์ให้มาก เมื่อกลับไปที่บ้าน โดยคำศัพท์อาจจะท่องเพิ่มโดยการนำศัพท์ TOEFL มาท่องเพิ่มเติม หากเทียบกับการสอบ CU-TEP แล้วถือว่าการทำข้อสอบ TU-GET ยากกว่าแต่จะง่ายกว่า การสอบ SAT ดังนั้นจึงมีหลักการง่ายๆ คือนำข้อสอบ CU-TEP ในส่วนของ ไวยากรณ์และส่วนของ cloze test มาทำ และนำคำศัพท์ SAT มาท่อง ก็จะทำให้การสอบได้คะแนนสูงเพิ่มขึ้น

เกณฑ์ของข้อสอบ TU-GET ที่จะถูกแบ่งออกเป็นทั้งสิ้น 3 ตอนอย่างไรก็ตามการเรียนที่เห็นผลดี คือผู้เรียนควรนำข้อสอบเก่าๆ มาทำเสริม อีกด้วย เพราะแนวข้อสอบ ในแต่ละครั้งจะเปลี่ยนไปไม่มาก หากไม่สามารถหาข้อสอบเก่าๆมาทำได้ แนะนำว่าให้นำข้อสอบ เข้ามหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนของการอ่านบทความมาทำ ก็จะได้คะแนน ออกมาดีเช่นเดียวกัน การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ (TU-GET) เป็นการสอบของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์เป็นผู้จัดสอบขึ้น โดย จะใช้สำหรับ ผู้ที่ต้องการเรียนต่อ ด้านปริญญาโท หรือการสอบเพื่อเข้าในระดับปริญญาตรีในระบบอินเตอร์ รวมถึงผู้ที่ต้องการสอบ เพื่อวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม สำหรับการผู้ที่ต้องการ สอบเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อเข้าคณะที่เป็น อินเตอร์ของธรรมศาสตร์ ก็อาจจะต้องใช้คะแนนสอบ TU-GET เพื่อใช้ในการยื่น โดยลักษณะของข้อสอบ TU-GET จะแบ่งออกเป็น 3 ตอน รวมคะแนนเต็ม ทั้งสิ้น 1000 คะแนน โดยแบ่งออกเป็นหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้

ตอนที่ 1 ความรู้ทางไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ จะมีทั้งสิ้น 25 ข้อ คะแนนเต็ม 250 คะแนน โดยจะแบ่งย่อย ออกเป็น 2 หัวข้อ หลักๆได้แก่ ส่วนแรกจะเป็นประโยคที่มีการเว้นช่องว่างไว้ โดยผู้สอบจะต้องเลือกตัวเลือก ที่เหมาะสมและมีความถูกต้อง ทางด้านไวยากรณ์ และในส่วนที่สอง จะเป็น ส่วนของ Error นั่นคือ จะต้องหาตัวเลือกที่ผิดกฎของไวยากรณ์ ในการเตรียมตัวสอบในส่วนนี้ให้นำข้อสอบ CU-TEP ส่วนของ Error มาทำ

ตอนที่ 2 จะเป็นการเน้นความรู้ทางด้านคำศัพท์ที่จำเป็น ที่จะต้องรู้ คำศัพท์ที่อยู่ในลักษณะของคำพ้อง ความหมาย ในการทำข้อสอบตอนที่ 2 นี้ จะมี 25 ข้อ รวมทั้งสิ้น 250 คะแนน การเตรียมตัวสอบในส่วนนี้ แนะนำว่า ควรนำศัพท์ TOEFL หรือ SAT มาท่อง เพิ่มเติม

ตอนที่ 3 เป็นข้อสอบที่เน้นการอ่าน โดยจะเป็นการอ่านบทความยาวๆ ส่วนใหญ่แล้วจะทำไม่ทันกันในส่วนนี้ โดยข้อสอบส่วนนี้จะเป็นการวัดความรู้ความเข้าใจในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการหา main idea การเช็คคำศัพท์ การหาข้อสรุป รวมถึงการเช็คไวยากรณ์ โดยในตอนนี้จะมีทั้งสิ้น 50 ข้อ ทั้งสิ้น 500 คะแนน โดยจะเห็นได้ว่า ในตอนที่ 3 นี้ เป็นส่วนที่มีคะแนนมากที่สุด วิธีการเตรียมตัวก็คือการนำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเก่าๆ มาทำ โดยการสอน TU-GET ที่สถาบัน จะเน้นชุดคำศัพท์ที่ออกเป็นประจำ

ความแตกต่างระหว่างข้อสอบ TU-GET กับ CU-TEPสรุปกันง่ายๆเลยคือ คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน  100 ข้อ แบ่งออกเป็น Error Recognition + Structure (250 คะแนน) Vocabulary + Cloze Passage (250 คะแนน) และ Reading Comprehension (500 คะแนน) เกณฑ์ผ่านเพื่อพิจารณารับเข้าศึกษาต่อ หรือขอจบส่วนใหญ่และจะอยู่ที่ประมาณ 550 คะแนน คำถามที่พบได้บ่อยคือ TU-GET กับ CU-TEP จะเลือกสอบอันไหนดี ซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับความถนัด สิ่งที่แตกต่างและสำคัญมากที่สุดที่จะเป็นปัจจัยในการวัดว่าสอบอะไร คือ จะต้องถามตัวเองว่าไม่ถนัดอะไร และชอบอะไร สำหรับตัว Reading Comprehension นั้น ทั้งสองค่ายให้ีความสำคัญพบกัน นั่นคือค่ายจุฬา CU-TEP (60/120) ในขณะที่ของฝั่งลูกแม่โดมธรรมศาสตร์ TU-GET (500/1000) แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Listening ที่ค่าย TU-GET ไม่มีแต่ CU-TEP มี (30/120)

 
 

คอร์ส TU-GET รับรองผล


เริ่มเรียนอังคารที่ 26 สิงหาคม 2557 ราคา 7,500 บาท เรียนสด 60 ชั่วโมง อาจารย์สามท่าน เรียนสด 60 ชม. (เรียนวันอังคาร พฤหัส ศุกร์) เรียนวันละ 2.5 ชั่วโมง โดยจะเรียน 3 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลาทั้งสิ้น 8 สัปดาห์จึงจบคอร์ส

PART
จำนวนชั่วโมง
วันเรียน
เวลาเรียน
Grammar Error
20
อังคาร
17.30-20.00
Cloze test + Vocab
20
พฤหัส
17.30-20.00
Reading
20
ศุกร์
17.30-20.00

หมายเหตุ

  • อาจารย์ 3 คน สอนแยกในแต่ละ PART และเป็นอาจารย์คนไทยที่ชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด โดยจะเป็นอาจารย์ที่ล้วนเคยเจอข้อสอบ TU-GET มาเป็นประจำ ที่สำคัญคือ อาจารย์ของเราได้คะแนน 850 อัพทุกคนนะครับ โดยเราจะส่งอาจารย์เข้าอัพเดทแนวข้อสอบ และชุดคำศัพท์อยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว
  • รับรองผลคะแนนที่ 600 คะแนน ถ้าไม่ผ่านเรียนคอร์สต่อไปได้ฟรี แต่มีเงื่อนไขที่เราจะมีการเช็คชื่อ และมีการตรวจการบ้าน (เยอะนะ) โดยเราจะดูความตั้งใจเรียนของน้องๆเป็นหลัก และจะมีการประเมินความตั้งใจจากทีมอาจารย์ผู้สอน ที่ผ่านมาน้องจะบ่นว่าการบ้านเยอะ คำศัพท์เยอะ ก็แน่นอนครับ ถ้ามันเข้าธรรมศาสตร์ได้ง่ายๆ ก็คงจะเข้ากันได้หมดทุกคนแล้วจริงไหม?
  • ปูพื้นฐาน 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทำโจทย์ 70 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสำหรับน้องๆที่เคยสอบมาได้ประมาณ 400 ต้นๆ หากได้คะแนนต่ำกว่า 400 ไม่แนะนำให้ลงเพราะอาจจะตามไม่ทัน แนะนำเป็นเรียนตัวต่อตัวไปน่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า
  • สำหรับน้องๆที่คิดว่าตนเองมีพื้นฐานที่ไม่ดีนัก และมีความกังวลว่าจะตามคอร์สเรียน TU-GET ของสถาบันเราไม่ทัน ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น เราจะมีการปรับพื้นฐานให้เพิ่มเติมเป็นในวันจันทร์ช่วงเย็น สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้กับที่สถาบันนะครับ
  • คอร์สของเราไม่มีวันเสาร์หรืออาทิตย์นะครับ เหตุผลคือ ปกติแล้วน้องๆจะต้องสอบกันในวันอาิทิตย์ หากน้องคนไหนติดสอบ ก็มักจะต้องหยุดเรียน อีกทั้งหากมาเรียนวันเสาร์วันรุ่งขึ้นถ้าติดสอบก็เหนื่อย เพราะต้องเดินทางไกลครับ สรุปคือ มีแต่คอร์สที่เป็นวันธรรมดาช่วงเย็น (จะเป็นแบบนี้ไปตลอด) แต่สถาบันเราเดินทางสะดวก เพราะติดกับรถไฟฟ้าสถานีช่องนนทรี ห่างจากสยามเพียง 2 สถานี แถมมาเมื่อลงมาแล้ว เดินไม่เกิน 100 เมตร ก็ถึงแล้วครับ
  • คอร์สนี้หนักแต่หวังผลได้ครับ เป็นการเรียนแบบเร่งรัด ที่เรียนแถบทุกวัน เป็นการปลุกลมหายใจเฮือกสุดท้ายขึ้นมาสู้ 8 สัปดาห์เท่านั้น รู้ผล!
 
 

การเตรียมตัวสอบ TU-GET ให้ได้คะแนนสูง


การเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อสอบ TU-GETสำหรับหัวข้อนี้เป็นหัวข้อยอดฮิตที่ น้องๆหลายคนมักจะถามเข้ามาจากการโทรศัพท์บางทีก็ผ่านทาง FB ดังนั้น ถึงเวลาแล้วก็เลยรบกวนครูเรา มาแวะมาตอบกันเลยครับ นั่นคือ หมั่นศึกษาหลักไวยากรณ์ และคำศัพท์ต่างๆ ในระดับกลาง ถึงระดับสูง จากคลังข้อสอบเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบ TOEFL CU-TEP หรือข้อสอบ TU-GET เก่าๆเองก็ทรงประสิทธิภาพมิใช่ย่อย เพื่อทำให้ตัวเราเองเกิดความคุ้นเคย และประเมินภาพออกว่า  ข้อสอบ เรื่อง English Sentence Structure, Synonyms และ Reading Comprehension จะออกมาในรูปแบบไหน เช่น เชิงสังคมศาสตร์  วิทยาศาตร์เทคโนโลยี  หรือ การเมืองประวัติศาสตร์ เป็นต้น (รู้เขารู้เรารบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครัง) และแน่นอนว่าขาประจำของ Reading ของ TU-GET นั้น มักจะเอามาจากนิตยสาร National Geographic ลองฝึกอ่านให้คล่องจะเป็นการเตรียมตัวสอบ Reading ที่ดีมาก สำหรับน้องๆ (บางคน) บางทีก็จะคิดว่า โห อ่านตั้งมากมาย อ่านยังไงก็ไม่ตรงกับข้อสอบหรอก จริงครับ อ่านยังไงก็ไม่มีทางตรง แต่สิ่งที่ได้คืออะไร? สิ่งที่จะได้คือชุดคำศัพท์ และการเข้าใจใน Main Idea ซึ่งข้อสอบก็มักจะถามเป็นประจำ ฝึกก่อนไม่เสียหลาย สำหรับ การสอบมีทุกเดือนสอบทุกอาทิตย์ปลายเดือน แบ่งเวลาดังนี้

การเตรียมตัวส่วนใหญ่จะเป็น Reading นอกนั้นก็จะเป็นหลักไวยากรณ์จำกัดการอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นเดือนไม่เกิน 24 วัน ใช้ระบบ  7+8+9 = 24 วันพอดี โดย 7 วันแรก อ่านและทำความเข้าใจเรื่อง Grammar  ทบทวนหลักไวยากรณ์ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Tense รวมถึงลักษณะของประโยคประเภทต่างๆ ประโยคความเดียว ความรวม และความซ้อน (ทำโจทย์มากๆเข้าไว้) ซึ่ง 8 วันต่อมา อ่านและสรุปกลุ่มคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง เช่นคำเหมือน  คำที่พบบ่อยๆทางสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อมวลชน ไม่ต้องไปหาอ่านจากหนังสืออะไรมากมาย อ่านจากหนังสือพิมพ์นี่แหละชัวร์สุด จัดกลุ่ม Categories ช่วงนี้หาข่าวสุดฮอต  และเป็นที่สนใจของประชาคมโลก ไว้พอประมาณเพื่อนำไปสาน ต่อในอีก 9 วันสุดท้าย โดย 9 วันสุดท้าย ทบทวนคำศัพท์ที่ได้จาก 8 วัน แรก และหลักไวยากรณ์ที่สำคัญบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน เช่น Pronoun   Relative Pronoun   Synonyms Modification (กลุ่มคำอธิบายข้อความที่ต้องการ)

นอกเหนือจากหลักไวยากรณ์เราจะให้ชุดคำศัพท์ที่ต้องท่องไปด้วยระบบ 7+8+9    จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับ  Vocabulary Words  และ Reading มากถึง 17 วัน เมื่อเทียบสัดส่วนกับภาคไวยากรณ์ 7 วัน จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับ Vocabulary Words  และ Reading มากกว่า Grammar เพราะบางครั้งน้องๆ บอกทำได้  แต่ผลสอบออกมาทำไมคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดเลย เวลาที่เหลือประมาณ 3-4 วัน พักผ่อนให้สบายใจ  ผ่อนคลายตามอัธยาศรัย เพราะ TU-GET มักจะสอบ วันที่ 26-30 โดยประมาณ (ดูวันสอบแต่ละรอบที่ลงทะเบียนดีๆ นะครับ) สิ่งที่อยากจะฝากเพิ่มเติมคือ

Understand ตีความหรือทำความเข้าใจกับโจทย์ แต่ละข้อ ของแต่ละส่วน ขณะทำข้อสอบ สมาธิเป็นสิ่งสำคัญอย่าใช้เวลา กับส่วนของไวยากรณ์นานเกินไปเดี๋ยวจะทำส่วนการอ่านไม่ทัน พยายามเข้าใจเนื้อหาของ Reading ด้วย Context Meaning  ส่วนเนื้อหา Grammar เรียนรู้จากทฤษฎี Error

Guess เดาอย่างมีเหตุผลโดย เฉพาะการอ่าน อย่าทึกทักว่าคำตอบที่ยาวต้องเป็นคำตอบที่ถูกต้องเสมอ ให้ใช้หลักของ การ Analysis and  Comparative Approach คือการวิเคราะห์ ความหมาย และเปรียบเทียบ แบบคัดออก

English  Skills ควรทบทวนทักษะด้าน ไวยากรณ์    คำศัพท์ และเทคนิคการอ่าน (เดี๋ยวนี้หาสื่อ online ไม่ยาก) แต่แนะนำว่า ถ้ามั่นใจว่าอยากเสริมความรู้ก็ควรจะเตรียมตัวเรื่องพื้นฐานไปบ้าง มิฉะนั้น เขาก็จะเตรียมสอนให้เท่าที่น้องรู้ (เหนื่อยแทนน้องครับ)

Trust จงสร้างความมั่นใจตั้งแต่วัน สมัครว่าการสอบครั้งนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด และต้องสอบผ่าน เกณฑ์คือ 550 คะแนน บอกกับตัวเองเลยเราต้องได้ 650 690  750  810 ... ไม่มีใครห้ามคุณครับและจงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า มนุษย์อย่างเรา ถ้าทำไม่สำเร็จเราก็แพ้ความคิดของเราเอง (จริงจังหน่อยครับ เพราะ 24 วันแรกคุณทำอะไรไว้กับตัวน้องเอง วันนี้แหละจะเป็นวันประกาศชัยชนะของน้องแล้วครับ) วันสอบทำให้มันเต็มที่  คิด  อ่าน เลือกด้วยเหตุผล + ความรู้ + ประสบการณ์ ครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  น้องๆ ที่ปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้จะได้เป็นบัณฑิต หรือ มหาบัณฑิตที่สง่างามตามแบบอย่าง รุ่นพี่ลูกแม่โดมนะครับ

 
 

ทีมคณาจารย์ผู้สอน


ทีมอาจารย์ผู้สอน TU-GET ของสถาบันเรา

ครูกอล์ฟ & ป๊อบอาย

ครูทั้งสองไม่เคยเรียนจากที่ธรรมศาสตร์ (อ้าว แล้วมาสอน TU-GET ได้ไงฟระ?) อย่าเพิ่งตกใจและรมณ์เสีย น้องๆอย่าเพิ่งดูจากสิ่งที่เค้าจบมาสิ ต้องดูจากความรู้ที่เค้ามี ปกติแล้วครูกอล์ฟจะสอน Error Identification ในคอร์ส CU-TEP เป็นประจำ ส่วนครูป๊อบอายก็สอนทั้ง Critical Reading (SAT) กับ Reading Comprehension เป็นประจำเหมือนกัน ที่สำคัญคือ เค้าสอนมาจะสิบปีอยู่แล้ว ลูกศิษย์ลูกหา เรียนจบจุฬาธรรมศาสตร์กันจะเป็นร้อยคนแล้ว ปล่อยให้เค้าสอนต่อไปเหอะนะ!!!

ครูกุ้ง & ต่าย

ครูทั้งสองจบสายตรงจากธรรมศาสตร์ โดยเรียนจบปริญญาโททั้งคู่ เรื่องข้อสอบ พี่ท่านทั้งสองมักจะหลับตาทำ (แบบว่าซดก๋วยเตี๋ยวก่อนเข้าห้องสอบ แล้วพริกมันเข้าตา เฮ้ย!!!) ทั้งสองเป็นผู้ชำนาญและคุ้นเคยกับข้อสอบเป็นประจำ ดังนั้น น้องไม่ต้องกลัว ข้อสอบมันจะมาอีท่าไหน เดี๋ยวจะดักทางให้ โอมะ?

ยังมีอีกเยอะที่ไม่ได้ลงรูป และประวัติของครูบางท่าน แต่น้องๆไม่ต้องกังวลทั้งเรื่องประสบการณ์สอน และ ความชำนาญเรื่องข้อสอบ รับรองว่าไม่แพ้กันเลย พบกับคำตอบสุดท้ายของการหาที่ติว TU-GET ที่ไหนดีที่สุด ได้ที่สถาบันเรานะครับ

 
โทร 088-4913362 , 081-4267996 สีลม กรุงเทพ (11.00 - 19.00 น.) ดูแผนที่