หมวดหมู่: IELTS Tips

Band 9 ในข้อสอบการอ่านและการฟัง

Published / by Language Tutor

เรามีคำแนะนำดีเยี่ยมสำหรับคุณในวันนี้ Monica Jo จากประเทศอินโดนีเซีย หญิงสาวน่ารักที่มาพร้อมกับคะแนนรวม Band 8 ชนะเลิสการแข่งขันสอบ IELTS ประจำเดือนของเรา บอกให้เราแบ่งปันเคล็ดลับของเธอให้กับพวกคุณ Monica ได้คะแนนสูงสุดของ IELTS (Band 9) ในส่วนของการฟังและการอ่าน ฉะนั้นเป็นไปได้ว่าเธอทำบางสิ่งถูกต้อง ลองนำเอาคำแนะนำของเธอไปใช้ดูสิว่ามันช่วยเพิ่มคะแนนของคุณได้อย่างไรบ้าง:

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ Minica มาจากประเทศอินโดนีเซีย และภาษาแม่ของฉันคือภาษาอินโดนีเซีย ฉันมีเวลาเตรียมตัวก่อนสอบ IELTS สองเดือน ทั้งหมดนี้มีสองสิ่งที่ช่วยให้ฉันประสบความสำเร็จ นั่นคือการจัดสรรเวลา (ในการฝึกและในข้อสอบจริง) และการเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง และนี่คือรายละเอียด:

การฟัง

นี่คือส่วนแรกที่ฉันทำการเตรียมตัว มันอาจดูง่ายแต่สำหรับฉันนี่เป็นส่วนที่มีกลลวงมากที่สุดเพราะคุณจะเสียคะแนนได้ง่ายเพียงเพราะข้อผิดพลาดทั่วไป ฉันเริ่มต้นเตรียมตัวด้วยการอ่านทฤษฏีก่อน เข้าใจโครงสร้างส่วนของการฟังของข้อสอบ IELTS ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบคำถาม เรียนรู้พื้นฐานทางไวยากรณ์บางข้อ เช่น คำนำหน้านาม เอกพจน์/พหูพจน์ และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งนี้ดูเหมือนง่ายๆแต่จากประสบการณ์ฝึกทำข้อสอบของฉัน นี่เป็นส่วนที่ฉันทำพลาดบ่อยมาก ฉะนั้นฉันฝึกทำข้อสอบสองหรือสามชุดเพื่อให้รู้ถึงรูปแบบคำถามข้อสอบการฟังของ IELTS และมันช่วยให้ฉันวิเคราะห์จุดอ่อนที่ฉันต้องฝึกให้หนักขึ้นอีกด้วย

จากนั้นฉันอ่านหนังสือ “Ace the IELTS” สำหรับฉันหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มากเพราะมีเคล็ดลับที่เรียบง่ายแต่สำคัญ หลังจากอ่านเคล็ดลับแล้ว ฉันเรียนรู้เกี่ยวกับกับดักเยอะขึ้น (และในข้อสอบก็มีจริงๆด้วย) เคล็ดลับข้อหนึ่งที่ฉันใช้คือ “การเดาคำตอบ” คุณมีเวลานิดเดียวที่จะอ่านคำถามก่อนที่เทปเสียงจะเริ่มเล่น ใช้เวลาช่วงนี้อ่านคำถามอย่างเร็ว ขีดเส้นใต้คำสำคัญและเดาว่าหัวข้อเกี่ยวกับอะไร และคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ในแต่ละช่องว่าง (ตัวเลข คำนาม คำกริยา เวลา และอื่นๆอีกมากมาย) เมือฟังอยู่นั้น โฟกัสไปที่คำสำคัญและจดคำสำคัญบางคำลงบนหน้ากระดาษคำถามเพราะสิ่งนี้ช่วยให้ฉันเดาคำตอบได้หากพลาดมันไป เมื่อคุณหาคำตอบเจอแล้ว รีบเอาไปใส่ในช่องว่าง ลืมเรื่องการกำหนดให้ใส่สามคำก่อนแล้วอ่านประโยคถัดไป

ส่วนที่ยากที่สุดสำหรับฉันระหว่างที่ทำข้อสอบคือจับคู่ประโยคกับแต่ละบทบาท (A – E) ฉะนั้นแทนที่ฉันจะพยายามจับคู่ประโยคตอนฟัง ฉันเขียนคำสำคัญลงไปในแต่ละบทบาทก่อน และหลังจากนั้นช่วงระหว่าง 10 นาทีที่ให้ย้ายคำตอบ ฉันจับคู่คำสำคัญกับตัวเลือก (A – E) เพราะฉันว่ามันยากที่จะจับคู่ประโยคยาวใน (A – E) กับบทบาทในขณะที่ฟังเทปเสียง

ระวังเรื่องการใช้คำเอกพจน์พหูพจน์ (เช่น apple/apples) และคำนำหน้านาม (a/an/the) ใช้เวลา 3 นาทีสุดท้ายเพื่อตรวจทานคำตอบทั้งหมดและให้แน่ใจว่าคำตอบนั้นไม่เกินจำนวนที่คำที่กำหนดไว้ การฝึกฝนช่วยได้จริงๆ โชคดีที่ฉันได้ข้อสอบตัวอย่าง 10 ชุดจากเวบ IELTS-Blog.com ฉันฝึกทำอย่างน้อย 7 ชุด และในข้อสอบจริงฉันรู้สึกเหมือนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทดสอบเท่านั้น เพราะยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ฉันยิ่งรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่คาดหวังและเทคนิคที่ต้องใช้เพื่อให้ประสบความสำเร็จ ฉันมีความสุขที่ได้เห็นว่าตัวเองทำคะแนน Band 9 ในข้อสอบการฟังเพราะนี่เป็นทักษะอย่างแท้จริงที่เราสามารถเรียนรู้เมื่อมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าและแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องในการเรียนรู้

การอ่าน

นี่เป็นข้อสอบส่วนที่สองที่ฉันเตรียมตัวและพบว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่ง่ายที่สุด กุญแจสำคัญในการอ่านคือการจัดสรรเวลา ทำตามเคล็ดลับจาก “Ace the IELTS” หลังจากที่ฉันได้รับกระดาษคำถามส่วนการอ่าน ฉันนับว่ามีบทความกี่เรื่องในนั้น ฉันมีบทความ 5 เรื่องในข้อสอบและฉันแบ่งเวลาให้กับแต่ละบทความ แต่แบ่งเวลาให้กับบทความสุดท้ายมากที่สุดเพราะว่ายากและยาวที่สุด ในทุกๆบทความฉันอ่านคำถามก่อนและพยายามหาคำตอบในบทความ เคล็ดลับนี้ช่วยให้ฉันโฟกัสไปที่ประโยคสำคัญในบทความที่มีคำตอบอยู่ในนั้น มันช่วยให้ฉันจัดการกับเวลาเช่นเดียวกับฉันสามารถอ่านประโยคที่ไม่จำเป็นข้ามไปได้ ขีดเส้นใต้หรือวงกลมคำสำคัญสามารถช่วยได้เมื่อต้องกลับไปตรวจทานคำตอบ

สำหรับข้อสอบ T/F/NG นี่เป็นส่วนที่มีกลลวง ฉันเห็นด้วยกับหนังสือที่ว่า “อย่าคิดเยอะ” มันเป็นเรื่องง่ายๆที่เห็นว่าคำนั้นอยู่ในบทความหรือไม่เท่านั้นเอง สำหรับการอ่าน คำตอบต้องอยู่ในบทความฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเดาหรือแต่งประโยคด้วยตัวเอง เพียงแค่หาคำตอบในบทความและลอกลงในกระดาษคำตอบ จำไว้ว่าต้องฝึกฝนด้วยเช่นกัน ฉันฝึกทำข้อสอบประเภท General ประมาณ 6 ชุดก่อนสอบจริงและข้อสอบประเภท Academic 2 ชุดเพื่อให้มีการทดสอบที่เพิ่มเข้ามาในการอ่านบทความที่ยากขึ้น ระหว่างทำข้อสอบต้องระวังเรื่องเวลาให้ดี ทำให้เร็วที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถทำได้ในย่อหน้าแรกเพราะย่อหน้าที่สองและสามใช้เวลาเกือบทั้งหมด อย่าไปติดอยู่ที่คำถามใดคำถามหนึ่ง หากคุณไม่รู้ข้ามไปก่อน กลับมาทำต่อทีหลังเพราะคุณต้องเดินหน้าต่อไป เผื่อเวลาไว้ 15 นาทีเพื่อตรวจทานคำตอบทั้งหมด ตรวจไวยากรณ์ และดูว่าคำตอบเกินคำที่กำหนดหรือไม่

การเขียน

เคล็ดลับการเขียนในหนังสือ Ace the IELTS เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ฉันประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง หนังสือพินิจพิเคราะห์แต่ละรูปแบบของจดหมายและแนะแนวการตอบจดหมายในแต่ละรูปแบบอย่างแท้จริง สำหรับส่วนของการเขียนบทความ หนังสือยังให้คำแนะนำที่ชัดเจนในการตอบและช่วยฉันในการฝึกและทำข้อสอบจริงด้วย หากคุณสามารถจำประโยคสำคัญบางประโยคและโครงสร้างสำคัญที่ต้องการได้ คุณสามารถประสบความสำเร็จในข้อสอบส่วนนี้ การฝึกเรื่องการจัดสรรเวลาเป็นเรื่องสำคัญ มันช่วยให้ฉันแบ่งเวลาให้กับจดหมาย บทความ และเวลาเหลือสำหรับตรวจทานได้อย่างถูกต้อง ฉันแบ่งเวลา 15 นาทีให้กับจดหมาย 3 นาทีกับโครงสร้างของจดหมายและคิดถึงคำสำคัญบางคำสำหรับบทความ 11 นาทีสำหรับการเขียนจดหมาย 1 นาทีตรวจให้แน่ใจว่าครบ 150 คำหรือไม่ (ฉันคำนวณด้วยการนับคำในหนึ่งบรรทัดและคูณด้วยจำนวนบรรทัดที่ฉันเขียน) จากนั้นฉันแบ่งเวลา 35 นาทีเพื่อตรวจทานไวยากรณ์ทั้งหมดและปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมเล็กน้อย

ลายมือสวยอ่านง่ายเป็นเรื่องสำคัญเพื่อทำให้ผู้ตรวจข้อสอบประทับใจ ฉันยังพบว่าการใช้ดินสอง่ายกว่าอีกด้วยและมันทำให้บทความและจดหมายของฉันสะอาดเพราะฉันสามารถลบประโยคที่เขียนผิดได้อย่างง่ายดายและเขียนใหม่ได้อย่างมีระเบียบเรียบร้อย การฝึกฝนเป็นเรื่องสำคัญอีกเช่นกัน ฉันเขียนจดหมายและบทความประมาณ 6 ชุด การอ่านตัวอย่างบทความในเวบ IELTS-blog.com ช่วยฉันวิเคราะห์ว่าบทความประเภทไหนจะได้คะแนน Band  6 และแบบไหนได้คะแนน Band 8 และเพราะอะไรอีกด้วย

Credit : www.ielts-blog.com

<< กล้ับหน้าแรก เรียน IELTS

อ่านเคล็ดลับจากผู้ประสบความสำเร็จ ต่อ >>