CU-TEP คืออะไร

ความสามารถทักษะทางด้านภาษาอังกฤษเป็นความสามารถที่สามารถหาความรู้เพิ่มเติม ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญเพื่อสร้างโอกาสมากมายให้กับชีวิตได้ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษา การเรียน CU-TEP ช่วยเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษนี้ช่วยให้คุณเหนือกว่า นอกเหนือจากความรู้ความสามารถเฉพาะด้านต่างๆ ที่คล้ายคลึงกัน หรือเรียนในสาขาเดียวกัน จุดมุ่งหวังที่จะสร้างประสบการณ์ที่สร้างโอกาสเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้กับชีวิต เพื่อจุดมุ่งหมายสำเร็จการศึกษาที่สามารถนำเอาความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษไปประยุกต์ใช้ จนเปิดทางให้เรามีโอกาสได้รับการศึกษาที่สูงดังตั้งใจหวังและมีโอกาสให้เราได้รับค่าตอบแทนในการทำงานที่เหนือกว่าปรกติ ซึ่งวิถีทางที่จะวัดความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของคุณต้องทำบทสอบตามมาตรฐานต่างๆ ที่นิยมกัน ซึ่งในไทยมีการทดสอบที่ออกแบบโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชื่อว่า CU-TEP

  1. CU-TEP บททดสอบความสามารถทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ

CU-TEP เริ่มต้นจากสถาบันภาษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กำหนดมาตรฐานการสอบวัดผลความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งได้เริ่มจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ก่อนแล้วขยายออกไปจนได้รับความนิยมอย่างมากในสถานศึกษาในประเทศไทย ทั้งหลักสูตรการสอนทั่วไปและหลักสูตรที่มีการใช้งานภาษาอังกฤษเป็นหลัก เดิมทีเป็นการสอบวัดผลความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษภายในมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์เท่านั้น แต่ได้รับความนิยมจนเป็นที่แพร่หลายจนสถานศึกษามหาวิทยาลัยภายนอกได้ให้การยอมรับผลสอบ CU-TEP จนกลายเป็นความนิยมที่นักเรียนชั้นอุดมศึกษาในปัจจุบันจำเป็นต้องมีผลสอบ CU-TEP เพื่อใช้รับรองการศึกษาต่อ จึงก่อให้เกิดสถานศึกษาเปิดสอนกันอย่างแพร่หลาย

  1. CU-TEP บททดสอบทักษะความสามารถรอบด้าน

CU-TEP ออกแบบบททดสอบเพื่อใช้วัดทักษะความสามารถด้านภาษาอังกฤษทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะการอ่าน(reading) ทักษะการฟัง(listening) และทักษะการเขียน(writing) กรณีต้องการสอบวัดผลด้านการพูด(Speaking) ให้แจ้งศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อให้จัดการทดสอบตามต้องการเป็นพิเศษได้ โดยคะแนนสอบ CU-TEP ที่ได้สามารถนำไปเทียบกับ TOEFL เพื่อใช้เทียบเกณฑ์ทักษะระหว่างมาตรฐานกันได้ โดยการสอบจะมีผลรับรองอายุ 2 ปี หากต้องการใช้หลังจาก 2 ปีต้องทำการสอบรับรองผลใหม่อีกครั้ง ผลสอบ CU-TEP เป็นการการันตีรับรองความสามารถของผู้สอบผ่าน CU-TEP ว่าเป็นผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้มาตรฐานทั้ง 3 ทักษะได้แก่ ทักษะการอ่าน(reading) ทักษะการฟัง(listening) และทักษะการเขียน(writing) ซึ่งผู้ที่สอบผ่าน CU-TEP สามารถใช้ผลสอบอ้างอิงคะแนน CU-TEP กับผลสอบ TOELF ได้ในบางมหาวิทยาลัย จึงควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดปลีกย่อยของมหาวิทยาลัยที่ต้องการสอบเข้าให้เข้าใจเสียก่อน เพราะบางที่อาจไม่รับผลการสอบ CU-TEP เป็นต้น และหากต้องการวัดผลด้านการพูด(Speaking) สามารถติดต่อขอทดสอบเป็นพิเศษได้ที่ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อนสอบ ผลสอบ CU-TEP จะรับรองผลภายใน 2 ปีเท่านั้น หากต้องการใช้ผลสอบ CU-TEP เมื่อเกินระยะ 2 ปีจากวันประกาศผลจำเป็นต้องสอบใหม่ทุกกรณี

  1. CU-TEP ใช้สอบคัดเลือกศึกษาต่อและสมัครงาน

CU-TEP กลายเป็นบททดสอบชี้วัดด้านทักษะการใช้งานภาษาอังกฤษที่ยอมรับกันในหมู่สถานศึกษา มหาวิทยาลัยหลายแห่งต่างประกาศรับผู้เข้าศึกษาต่อต้องผ่านด่าน CU-TEP ให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยประกาศเป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะหลักสูตรอินเตอร์ที่ต้องใช้งานภาษาอังกฤษเป็นหลัก ดังนั้นหากต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกก็ควรหาที่เรียน CU-TEP และเตรียมตัวสอบไว้แต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด ผู้สอบผ่าน CU-TEP ว่าเป็นผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้มาตรฐาน สามารถใช้อ้างอิงผลการสอบ CU-TEP เพื่อประโยชน์ต่างๆ ตั้งแต่การรับสมัครเข้าศึกษาต่อตามมหาวิทยาลัยที่เราต้องการโดยต้องศึกษาเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัยว่าสามารถใช้ CU-TEP ได้หรือไม่ให้สอดคล้องกันด้วย ในด้านการอ้างอิงผลเพื่อสมัครเข้ารับทำงานก็สามารถใช้ผลสอบ CU-TEP ได้ด้วยเช่นกัน การพิจารณาจากผู้ว่าจ้างจะทราบถึงความสามารถทักษะในการใช้งานภาษาอังกฤษของผู้ผ่านการทดสอบและอาจได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษหรือมีค่าตำแหน่ง ค่าวิชาในการสื่อสารภาษาอังกฤษเพิ่มให้ได้เช่นกัน

ในงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศบางสถานประกอบการจะลงรายละเอียดการวัดทักษะด้วย TOEFL และ CU-TEP ไว้เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานการสมัครรับเข้าทำงาน หากเราได้เตรียมการสอบ CU-TEP ไว้ตั้งแต่ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อจบการศึกษาและต้องการเริ่มต้นการสมัครเริ่มต้นการทำงาน CU-TEP ของเดิมนั้นจะหมดอายุภายใน 2 ปี ซึ่งคุณจำเป็นต้องสอบใหม่อีกครั้งการเรียนตามสถาบันการศึกษาต่างๆ นอกจากจะสร้างความรู้ความชำนาญให้กับตัวคุณแล้วยังเป็นการสร้างโอกาสที่รับรายได้จากการทำงานที่เพิ่มสูงให้คุณได้ดีอีกด้วย รู้แบบนี้ รออะไร ไปหาที่เรียนได้แล้ว!

<< กลับหน้าแรก เรียน CU-TEP