IELTS คืออะไร

IELTS (ออกเสียงว่า “ไอเอลส์”) เป็นอีกหนึ่งคอร์สการเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษคือการสอบ IELTS ที่ได้ยินกันบ่อยๆ ควบคู่ไปกับ การสอบ TOEIC และ TOEFL อย่างไรก็ตาม การสอบ IELTS มีลักษณะเฉพาะของตัวเองอยู่ เนื่องจากมันมีข้อสอบที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้อสอบ Academic ที่ใช้สำหรับการเข้าศึกษาต่อในต่างประเทศ หรือ การศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ กับ ข้อสอบ General Training ที่ใช้สำหรับการสมัครงาน การเข้าทำงาน หรือการยื่นขอ Work Permit เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งผลคะแนน IELTS นั้นถือเป็นคะแนนที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานสูงมาก มีองค์กรต่างๆ ให้การยอมรับมากกว่า 9000 องค์กร ใน 135 ประเทศทั่วโลก ทั้งที่เป็น สถาบันการศึกษา สถานประกอบการ องค์กรวิชาชีพ หรือแม่แต่หน่วยงานของรัฐ การ เรียน IELTS จึงเป็นอีกหลักสูตรที่น่าสนใจเข้าเรียน เพราะมันทำให้เรามีโอกาสที่กว้างมากสามารถเลือกได้ทั้งใช้ทำงานและศึกษาต่อ

IELTS คำนี้ ย่อมาจากคำว่า International English Language Teaching System ซึ่งมันคือการทดสอบทักษะในด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อออกมาแนวนี้เนื้อหาย่อมจะต้องมีความยากและลึกในเรื่องของภาษาในระดับที่มากกว่าการสนทนากันทั่วๆ ไป ดังนั้นก่อนการเข้าสอบส่วนใหญ่จึงนิยมเข้า เรียน IELTS ก่อนเพื่อให้เกิดความพร้อมให้มากที่สุด

ในการ เรียนจะมีการเน้นเพื่อให้เกิดทักษะภาษาอังกฤษอยู่ 4 ด้าน คือ

  • ทักษะการฟัง เนื่องจากจะต้องใช้ในการสอบทักษะเรื่องนี้ที่เรียกว่า Listening Test ที่จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนส่วนละ 10 นาที มีทั้งหมด 40 ข้อ หรือมีเวลาในการสอบทักษะเรื่องการฟังทั้งหมด 40 นาที
  • ทักษะการพูด ก็จะได้รับการเน้นเช่นกันในการ เรียน IELTS เนื่องจากมีการสอบ Speaking Test ซึ่งเป็นการสอบแบบสนทนาจริงๆ มี 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการถามด้วยคำถามทั่วๆ ไป อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว ชีวิตประจำวัน ส่วนที่ 2 ผู้สอบจะได้รับหัวข้อและต้องพูดอธิบายเรื่องนั้นแสดงความคิดเห็น ส่วนที่สามเป็นการถามเชิงลึกซึ่งผู้เข้าสอบจะถูกถามเพื่อให้แสดงความสามารถในการสื่อสารและแสดงความคิดเห็น อาจจะดูยาก แต่ทั้งหมดนี้กินเวลาแค่ไม่เกิน 15 นาที (ซึ่งก็เป็น 15 นาทีที่ต้องเตรียมตัวกันมาดีพอสมควร)
  • ทักษะการอ่าน เนื่องจากจะต้องใช้สอบ Reading Test เป็นการเอาบทความภาษาอังกฤษมาให้อ่านและทำแบบทดสอบเพื่อตอบคำถาม ซึ่งจะมีอยู่ 3 เรื่อง มีขนาดความยาวแต่ละบทความยาวประมาณ 700 คำ ซึ่งอาจจะเป็นเนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ หรือหนังสือวิชาการอะไรก็ได้แล้วแต่ผู้ทดสอบจะเลือกเอามาให้ แล้วทำข้อสอบที่เป็นคำถามจำนวน 40 ข้อ แต่อย่าได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายหาก จะอาศัยหาคำตอบเอาในเนื้อหาที่ถูกนำมาให้อ่าน เพราะมาแนวอ่าน แล้ววิเคราะห์คิดและทำความเข้าใจก่อนจึงจะสามารถตอบคำถามในแต่ละข้อได้
  • ทักษะการเขียน แน่นอนว่าต้องได้เรียน เนื่องจากต้องใช้สอบ Writing Test ซึ่งจะมีชุดคำถามมาให้ 2 ชุด เนื้อหาในการสอบไม่ใช่แบบเลือกข้อถูกหรือข้อผิด แต่เป็นการเขียนบรรยายความคิดเห็น อธิบายและสรุปความเข้าใจจากคำถามหรือโจทย์ที่ได้รับ

นี่คือสิ่งที่จะต้องฝึกฝนเป็นพิเศษในการ เรียน IELTS ซึ่งก็คงจะเห็นแล้วว่าการสอบไม่ง่าย แต่ในเวลาเดียวกันนั่นก็ทำให้มันเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ คนที่ผ่านการสอบนี้ถือว่ามีระดับมาตรฐานในการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับที่ดีมาก สามารถสื่อสารและใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการได้ดี และมีทักษะครบถ้วนในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทุกอย่างในการสื่อสารกันของคนเรา ซึ่งจุดประสงค์ในการสอบทั้งหมดก็เพื่อวัดสิ่งนี้ นั่นก็คือ ระดับความสามารถในการสื่อสารที่บอกให้ทราบว่าเราสามารถสื่อสารเชิงวิชาการได้ดีในระดับไหนนั่นเอง !

การไปศึกษาต่อต่างประเทศในปัจจุบันนับเป็นเรื่องที่ง่ายมาก มีมาตรฐานต่างๆ ออกมาชี้วัดผู้ที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศได้โดยที่เจ้าตัวต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้เดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศได้โดยมีความพร้อมทักษะด้านภาษาอังกฤษในระดับหนึ่ง การเรียน IELTS เพื่อใช้สอบ IELTS ก็เป็นอีกมาตรฐานการวัดผลทักษะภาษาอังกฤษของเราด้วยเช่นกัน เรามารู้จัก IELTS เพื่อเห็นประโยชน์กันดีกว่า

  • การสอบวัดผล IELTS คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร? IELTS หรือ International English Language Testing System เป็นการสอบวัดผลทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ใช้เพื่อวัดผลทักษะภาษาอังกฤษที่ใช้ในการขอยื่นศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยการวัดผลจะทำโดยการแยกวัดทักษะด้านภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้านนั่นคือ ด้านการพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง ซึ่งแต่ละบททดสอบในแต่ละด้านมีการออกแบบให้วัดผลระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสถานศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เพิ่งจะยอมรับการทดสอบนี้เป็นประเทศท้ายๆ จึงมั่นใจได้ว่าการวัดผลนี้จะสามารถช่วยให้ผู้สนใจทำการทดสอบนี้สามารถนำไปใช้งานได้จริง
  • การสอบวัดผล IELTS มีกี่แบบ อะไรบ้าง? การสอบวัดผล IELTS คำนึงถึงฐานความรู้ของผู้เข้าสอบแยกตามระดับการศึกษา โดยแบ่งออกเป็นการสอบวัดผล IELTS Academic Module สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือสูงกว่าในทุกสาขาวิชา และการสอบวัดผล IELTS General Training Module สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี เช่น การสอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศปลายทางระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรฝึกอบรมต่างๆ โดย Academic Module จะมีการแบ่งแยกตามสาขาวิชาจึงมีรายละเอียดความยากง่ายไม่เท่ากัน ซึ่งจะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสาขาวิชาของผู้สอบนั้นๆ
  • มาตรฐานข้อสอบ IELTS เป็นอย่างไร? การสอบ IELTS ในประเทศไทยใช้ข้อสอบกลางจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ Cambridge ประเทศอังกฤษ โดยข้อสอบทุกชุดทุกรอบจะเหมือนกันทั้งหมดตามมาตรฐาน ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าสอบข้อสอบ IELTS รอบไหนจะง่ายรอบไหนจะยาก
  • การเตรียมตัวสอบ IELTS การสอบ IELTS ทางศูนย์รับสมัครสอบ หรือที่เรียกว่า IELTS Registration Centre สามารถรับผู้เข้าสอบสัญชาติไทยเท่านั้น กรณีเรียนกับทางสถาบัน เช่น British Council และ IDP ซึ่งเป็นศูนย์รับสมัครสอบด้วยและเปิดให้เรียน IELTS ด้วยนั้นผู้เรียนสามารถสมัคร ได้โดยตรงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเติม ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสมัครสอบประมาณ 5,900-6,300 บาท ต้องสมัครล่วงหน้าก่อนสอบรอบจริง 2-3 อาทิตย์ กรณีติดขัดสามารถยื่นขอเลื่อนวันสอบได้ล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 800 บาท
  • เตรียมตัวเตรียมใจไปสอบ ตามสถานศึกษาเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะที่ต้องทราบก่อนจะไปเตรียมตัวสอบนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในกรณีที่ต้องการหวังผลการสอบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ความอดทน ความขยัน และมีวินัย จึงจะสามารถสร้างทักษะการฝึกฝนให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ สามารถนำเอาความรู้ที่ได้จากการเรียนที่ได้รับมาขยันหมั่นทบทวนเพื่อให้พร้อมลงสนามสอบ

ความพยายามย่อมสร้างความสำเร็จ การเรียน IELTS ให้ได้ผลก็ต้องทราบถึงประโยชน์ของการสอบ IELTS เสียก่อน เมื่อทราบประโยชน์ของมันแล้วอย่ารอช้า รีบเตรียมตัวให้พร้อมไปสอบกันเถอะ

สำหรับคนบางคนที่ต้องการจะไปเรียนต่อเมืองนอก เพื่อความก้าวหน้าในชีวิตนับเป็นความต้องการของทุกคน ทุกชีวิตเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะพัฒนาตัวเองได้ หนทางที่มาแห่งโอกาสที่จะได้รับความก้าวหน้าในชีวิตที่เราสร้างได้เองนั่น คือการเปิดโอกาสพัฒนาการศึกษาด้วยการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบใช้งานได้ นั่นคือเราต้องพัฒนาและสอบให้ผ่านมาตรฐานการใช้ภาษาอังกฤษผ่านมาตรฐานวิชา เช่น TOEFL – Test Of English as a Foreign Languageและ IELTS – International English Language Testing System อดีตจนปัจจุบันชื่อที่คุ้นหูเรามากคือ TOEFL แต่ด้วยข้อสอบที่นำบางส่วนของโจทย์มาจากหนังสือวิชาการ และการตอบข้อสอบแบบมัลติ-ช้อยเพียงอย่างเดียว ในปัจจุบันจึงเปิดโอกาสให้มีการทดสอบ IELTS ซึ่งอิงข้อสอบจากข่าวจากความรู้ทั่วไป นำมาประยุกต์ใช้เป็นข้อทดสอบความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษทั่วไปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงได้มากกว่า จนเป็นที่ยอมรับกันสถานศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังตามประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง ความน่าสนใจของ IELTS จึงอยู่ที่การทดสอบที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติของการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปได้มากกว่าและเราควรที่จะใช้การทดสอบแนว IELTS นี้เพื่อใช้เปิดโอกาสให้เราได้พัฒนาภาษาเพื่อต่อยอดให้เราได้เข้าศึกษาต่อนอกประเทศต่อไป

  • ผลสอบ IELTS เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง สถานศึกษา มหาวิทยาลัย บริษัท องค์กรทางวิชาชีพ และรัฐบาลใน 135 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐ จีน อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย อาหรับเอมิเรตส์ และตุรกี ต่างประกาศการยอมรับการสอบมาตรฐาน IELTS ซึ่งสามารถวัดทักษะทางภาษาครบถ้วนทั้งสี่ด้าน เช่น การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด การสอบเป็นการทำการทดสอบความสามารถทุกด้านในวันเดียวกันทั้งหมดจึงทำให้น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นการทดสอบที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงการใช้งานจริงมากที่สุดโดยการสอบจะไม่มีการหยุดพักในระหว่างการสอบ อีกทั้งการสอบเป็นการวัดพื้นฐานภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีหมดสิทธิ์ที่จะท่องแนวข้อสอบเข้าไปตอบ
  • ได้รับการพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ เนื้อหาในการสอบความสามารถทักษะด้านภาษาอังกฤษมาตรฐาน IELTS ได้รับการวิจัยและพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ออกแบบการทดสอบความสามารถให้มีความยุติธรรม และเป็นกลางสำหรับผู้ทดสอบ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วิถีการดำเนินชีวิต IELTS วิจัยถึงความแตกต่างวิธีในการตอบรับคำการทดสอบที่ต่างกันจึงยอมให้ผู้สอบเลือกตอบคำถามในข้อสอบการอ่าน หรือเลือกลำดับคำถามคำตอบในการสอบได้ตามต้องการ ตลอดจนสามารถแก้ไขคำตอบแบบทดสอบในระหว่างการสอบได้อีกด้วย
  • ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปี 2013 มีผู้เข้ารับการทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ IELTS ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคนและเพิ่มปริมาณสูงมากขึ้นเรื่อยๆ หากเราดูใน Wikipedia เราจะพบว่ามีสถานศึกษามหาวิทยาลัยต่างประกาศระดับการสอบ IELTS ขั้นต่ำที่ทางมหาลัยจะรับพิจารณาเพื่อให้ศึกษาต่อในกรณีเป็นนักศึกษาจากต่างประเทศ

จากเหตุผล 3 ข้อที่กล่าวมาก็พอจะทราบได้ว่าการสอบ IELTS นั้นได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและเหมาะกับผู้ที่ต้องการวัดผลความสามารถทางภาษาอังกฤษ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สอบไม่ผ่าน TOEFL มีโอกาสสอบ IELTS แทนได้นั่นเอง