เคล็ดลับอัพคะแนน Reading

เคล็ดลับพิชิตข้อสอบ Reading ของ IELTS ทั้ง 16 ข้อนี้จะช่วยให้คุณมีกลยุทธ์เด็ดในการทำข้อสอบเพื่อให้ได้คะแนนอย่างที่คุณต้องการอย่างแน่นอน

  • อ่านบทความและคำถามคร่าวๆก่อน เป็นความคิดที่ดีที่จะอ่านบทความคร่าวๆก่อนเพื่อที่จะได้เข้าใจว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไรและผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร ดูที่ชื่อเรื่อง หัวข้อย่อย และรูปภาพ จากนั้นดูที่คำถามเนื่องจากประเภทของคำถามจะช่วยให้คุณรู้วิธีการรับมือว่าคำถามแบบนี้ต้องใช้หลักการอย่างไรในการตอบ
  • อย่างไรก็ตาม ให้ใช้วิธีการที่เหมาะสมกับตัวคุณ บ่อยครั้งที่คุณพบกับคำแนะนำมากมายหลายหลากวิธี นักเรียนที่กำลังเตรียมตัวสอบมักจะบ่นว่า “ครูคนหนึ่งบอกให้ผมใช้วิธีนี้ อีกคนบอกให้ใช้วิธีนั้น” แต่ไม่เป็นไร คนเรามีวิธีการอ่านที่แตกต่างกันออกไปและสิ่งที่เหมาะกับคนคนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับอีกคนหนึ่ง ควรฟังคำแนะนำ ลองทำทั้งสองวิธีดู และเลือกวิธีไหนก็ได้ที่คุณถนัด
  • อ่านคำสั่งอย่างระมัดระวัง เคล็ดลับพิชิตข้อสอบ Reading ของ IELTS ที่สำคัญอีกวิธีหนึ่งคือ การอ่านคำสั่งให้ดี คำสั่งจะแตกต่างกันในแต่ละคำถาม ตัวอย่างเช่น คำสั่งบอกให้คุณสามารถใช้คำได้กี่คำหรือคุณสามารถดึงคำศัพท์จากบทความมาใช้ได้หรือไม่ ฉะนั้นอ่านให้ดีอยู่เสมอเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่เสียคะแนนเพียงเพราะคุณทำผิดคำสั่ง
  • ใส่ใจเรื่องการสะกดคำและไวยากรณ์ คุณจะเสียคะแนนหากคุณสะกดคำผิดหรือประโยคผิดหลักไวยากรณ์  ฉะนั้นตรวจทานให้แน่ใจ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆสำหรับการสะกดคำผิดถ้าคุณเพียงแค่ลอกคำมาจากบทความ
  • ข้ามไปทำข้ออื่นก่อนหากไม่รู้คำตอบ อย่างเสียเวลากับคำถามแค่ข้อเดียว ถ้าคุณไม่รู้คำตอบจริงๆ เดาและข้ามไปทำข้ออื่น คุณอาจไม่มีโอกาสตอบคำถามข้ออื่นถ้าคุณมัวแต่เสียเวลาอยู่กับข้อนั้นข้อเดียว คุณสามารถกลับไปยังคำถามนั้นทีหลังได้หากมีเวลาเหลือในช่วงท้าย
  • ขีดเส้นใต้คำสำคัญในบทความ คุณต้องกลับไปอ่านบทความและควานหาคำตอบ ฉะนั้นตอนที่คุณอ่านบทความขีดเส้นใต้หรือทำเครื่องหมายในคำนามเฉพาะ (อาทิเช่น ชื่อบุคคล สถานที่ สิ่งของ) นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมมันจึงเป็นความคิดที่ดีในการอ่านคำถามก่อนที่จะอ่านบทความ คุณจะได้รู้ล่วงหน้าว่าคุณต้องมองหาคำตอบแบบไหน
  • ระวังคำที่มีความหมายเหมือน คุณจะถูกพร่ำบอกอยู่เสมอว่าให้ขีดเส้นใต้คำสำคัญในคำถามเพื่อช่วยในการหาคำตอบจากบทความ นี่เป็นความคิดที่ดีแต่จำไว้ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้นเสมอไปเพราะคำในบทความที่คุณขีดเส้นใต้ไว้มักจะมารูปแบบคำที่มีความหมายเหมือนกัน ดังนั้นควรระวัง อย่าควานหาคำที่ตรงเป๊ะกับคำที่คุณขีดเส้นใต้ไว้เท่านั้น ควรหาคำที่มีความเหมือนด้วย
  • เดาความหมายจากบริบท ต่อให้คุณเก่งภาษาอังกฤษแค่ไหนก็ตาม ส่วนใหญ่จะมีบางคำหรือหลายคำที่คุณไม่เข้าใจความหมาย เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คุณควรพยายามและเดาความหมายจากบริบท นี่หมายความว่าให้คุณดูคำและประโยคใกล้เคียงกับคำที่คุณไม่รู้ความหมายนั้น อย่างไรก็ตามคุณไม่มีเวลามากนัก คุณควรรีบทำให้เร็วที่สุด ตอบคำถามอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าไม่รู้ความหมายของคำเพราะคำนั้นอาจไม่สำคัญเลยก็ได้ 9. เข้าใจใจความสำคัญ แต่ละย่อหน้าจะมีใจความสำคัญอยู่ คุณควรฝึกวิเคราะห์หาใจความสำคัญของย่อหน้าเพราะจะช่วยให้คุณหาคำตอบได้และจับคู่ชื่อเรื่องให้เข้ากับย่อหน้า คุณต้องวิเคราะห์ใจความสำคัญเพื่อที่จะเลือกหัวข้อที่ถูกต้อง ใจความสำคัญมักอยู่ในประโยคเริ่มต้น อย่างไรก็ตามบางครั้งคุณอาจต้องอ่านทั้งย่อหน้าเพื่อให้มั่นใจว่าเข้าใจใจความสำคัญอย่างแท้จริง
  • อ่านบทความเลื่อนลงมาหลังจากตอบคำถามแล้ว คำตอบของแต่ละคำถามมักจะเรียงตามลำดับอยู่เสมอ ฉะนั้นเมื่อคุณตอบคำถามข้อหนึ่งแล้ว คำตอบข้อต่อไปจะอยู่ด้านล่างถัดลงมา อย่างไรก็ตามจำไว้ว่าวิธีการนี้ไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกประเภทของคำถาม อาทิเช่น การจับคู่ย่อหน้ากับชื่อเรื่องซึ่งมีการสลับคำตอบกันอยู่
  • เรียนรู้ทักษะการอ่านคร่าวๆและการสแกน นี่คือวิธีการอ่านเร็วและคุณควรฝึกทำทั้งสองอย่างนี้ การอ่านคร่าวๆคือการที่คุณไล่สายตาไปทั่วทั้งบทความจากต้นไปท้ายเรื่องเพื่อให้รู้ว่าใจความสำคัญเกี่ยวกับอะไร ในขณะที่การแสกนคือการที่คุณค้นหาคำตอบเฉพาะคำตอบใดคำตอบหนึ่งในบทความ
  • อ่านเนื้อหาบางส่วนของบทความอย่างละเอียด คุณจะไม่มีเวลามากพอที่จะอ่านทั้งบทความอย่างละเอียด เว้นเสียแต่เมื่อคุณกำลังจะตอบคำถามและกำลังวิเคราะห์หาคำตอบในบทความอยู่นั้น คุณอาจต้องอ่านอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าคุณตอบถูกจริงๆ
  • เริ่มฝึกทำข้อสอบอย่างช้าๆ บ่อยครั้งที่เคล็ดลับข้อสอบ Reading บอกให้คุณฝึกทำข้อสอบ และนั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่คุณควรทำให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพราะผู้สอบหลายท่านมักจะมีปัญหาเรื่องเวลาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามควรเริ่มฝึกทำอย่างช้าๆจนกระทั้งคุณคุ้ยเคยกับคำถาม พัฒนาทักษะและกลยุทธ์ของคุณและตัดสินใจว่าวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ฉะนั้นอย่ากังวลเรื่องเวลามากเกินไป ทำใจให้สบายค่อยๆทำและเรียนรู้โจทย์คำถามหลากหลายรูปแบบ
  • ค่อยๆเพิ่มความเร็วในการฝึกทำข้อสอบ เมื่อคุณรู้สึกว่าได้เพิ่มความรู้เกี่ยวกับข้อสอบ Reading มากพอแล้ว คุณค่อยเพิ่มความเร็วขึ้น แต่อย่าเพิ่งเริ่มทำข้อสอบทั้งหมดภายในเวลา 60 นาทีโดยทันที ค่อยๆเร่งความเร็วในแต่ละช่วงจนกระทั้งคุณพร้อมที่จะรับมือกับคำถามทั้งหมดใน 60 นาที ค่อยๆทำไปอย่ารีบร้อน15. ใช้เวลา 20 นาทีในการทำข้อสอบแต่ละส่วน ในข้อสอบจริง คุณมีเวลา 60 นาทีตอบคำถามทั้งสามช่วงและแตกต่างจากข้อสอบ Listening คุณไม่มีเวลา 10 นาทีเพื่อย้ายคำตอบของคุณในช่วงท้าย ดังนั้นคุณต้องใช้เวลา 20 นาทีต่อคำถามแต่ละช่วงพร้อมทั้งย้ายคำตอบลงในกระดาษคำตอบภายในเวลา 20 นาทีด้วยเช่นกัน ให้มั่นใจว่าตอนคุณฝึกทำข้อสอบคุณต้องย้ายคำตอบของคุณลงในกระดาษคำตอบด้วยฉะนั้นให้คิดพิจารณาถึงเวลาพิเศษนี้อยู่เสมอ
  • ฝึกฝนด้วยบทความที่น่าสนใจ ในเคล็ดลับข้อสอบ Reading ของ IELTS คุณจะถูกบอกอยู่เสมอว่าให้ฝึกทำให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คุณจะอ่านบทความอะไรหล่ะ คุณควรที่จะต้องฝึกอ่านบทความในข้อสอบจริงและบทความที่ยากๆด้วยแต่มันจะทำให้คุณเบื่อ คุณสามารถอ่านบทความทางวิชาการมากมาย บทความทุกประเภทสามารถช่วยได้ ดังนั้นหาหนังสือเกี่ยวกับนิยาย (เรื่องเล่า) ภาษาอังกฤษบางประเภทที่คุณชอบและบทความสั้นๆในนิตยสารหรือจากอินเตอร์เนต ถ้าคุณสนุกไปกับมันคุณก็อยากอ่านอีก วิธีนี้ดีกว่าที่คุณอ่านบทความสั้นๆเพราะคุณไม่อยากอ่านเพราะคุณจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย หาบทความที่คุณต้องเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ในบางครั้ง แต่ถ้าหากเป็นเรื่องเล่าจะดีมากเพราะคุณจะสนุกกับการอ่านและอยากอ่านต่ออีกเรื่อยๆ มันจะทำให้คุณพัฒนาคำศัพท์ ความเร็วในการอ่าน และทักษะการอ่านอื่นๆอีกด้วย

Credit : http://www.ieltsbuddy.com/

<< กล้ับหน้าแรก เรียน IELTS