เรียนภาษาญี่ปุ่น ม.4-ม.5 ติว PAT 7 ภาษาญี่ปุ่น

โรงเรียน ACKNOWLEDGE กรุงเทพ
เกี่ยวกับสถาบัน
กลับหน้าแรก
คอร์สทั้งหมดที่เปิดสอน
ครูผู้สอนภาษา
ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และการคำนวณ
วิธีการสมัครเรียน - แผนที่ของสถาบัน
เกี่ยวกับสถาบัน Acknowledge
ภาพบรรยากาศการเรียน
คำถามที่พบบ่อย
บทความที่น่าสนใจ
เรียนภาษาที่สาม
ภาษาฝรั่งเศส
ภาษาเยอรมัน
ภาษาสเปน
ภาษาญี่ปุ่น
ภาษาอิตาเลียน
ภาษาอังกฤษเบื้องต้น
ภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ
บริการล่ามและรับแปลเอกสาร
 

เรียนภาษาญี่ปุ่นกับ Acknowledge


เรียนภาษาญี่ปุ่นกับสถาบันของเราซึ่งทีมอาจารย์จบมาจากจุฬาโดยตรงทีมอาจารย์จากสถาบันของเรา เป็นบัณฑิตสายตรงเอกภาษาญี่ปุ่นจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีประสบการณ์สอนภาษาญี่ปุ่นให้กับนักเรียนในระดับ ม.ปลาย กว่า 20 ปี (ครูเคี้ยง) และประสบการณ์ด้านล่ามและการสอนเพื่อติวสอบกว่า 10 ปี (ครูลูกหว้า และครูต้น) ทำให้นักเรียนที่มาเรียนกับสถาบันของเรา มั่นใจในความชัวร์ ทั้งการติวเพิ่มเกรดที่โรงเรียน การติวเพื่อสอบชิงทุน หรือการไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น เราเป็นสถาบันแรกๆที่มีการติว เก็ง และดักข้อสอบ PAT 7 ทำให้นักเรียนของเราเป็นจำนวนมากสอบติดเข้าอักษรจุฬาได้ และมีอยู่หลายต่อหลายครั้งที่เด็กของเราเข้าอักษรจุฬา ด้วยคะแนนท๊อป 5 ของทั่วประเทศ กระซิบกันวงในว่าเด็กเตรียมอุดมที่ว่าอมความรู้ ส่วนใหญ่มักจะมาเรียนกับเราแทบทั้งนั้น ไม่ว่าน้องจะเพิ่งขึ้น ม.4 ปีนี้ หรือน้องๆเก่าในระดับ ม.5 บางคน ก็ได้ท๊อปห้องเป็นประจำ

ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่สามของฝั่งตะวันออกที่มีโครงสร้างยากการเรียนภาษาญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นการเรียนเฉพาะทาง คล้ายกับการเรียนภาษาเยอรมัน ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ 3 ที่มีโครงสร้างยากที่สุด เมื่อเทียบกับภาษาอื่นๆ ในภาษาตะวันออกด้วยกันเอง หรือหากจะเทียบกับภาษาจีน เหตุที่เรียนได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากภาษาญี่ปุ่นมีโครงสร้าง ไวยากรณ์ที่ซับซ้อนมาก และคำน้อย (คำน้อยในที่นี้หมายถึงคำเดียวกันแต่มีได้หลายความหมาย) และนอกเหนือจากนี้ ยังมีคำศัพท์หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นศัพท์ ภาษาญี่ปุ่นที่เป็นตัวฮิรางานะ คาตาคะนะ และ ตัวคันจิที่มีพื้นฐานมาจากคำศัพท์ภาษาจีน แต่ถึงกระนั้นหลายๆคนยังมีสนใจใน ภาษาญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจจะตระหนักดีว่า บริษัทหลายๆบริษัทที่เข้ามาลงทุนในเมืองไทย ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทของประเทศญี่ปุ่นทั้งนั้น โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านวิศวกรรม นั่นหมายถึงเป็นโอกาสดีที่เรียนภาษา สำหรับเพื่อใช้ในการทำงานต่อไปในอนาคต นอกเหนือจากที่เราจะเห็นได้ว่าการทำงานทางด้านญี่ปุ่นที่เปิดกว้าง ทำให้ในอักษรจุฬา ในภาคภาษาตะวันออก ภาษาญี่ปุ่นเป็นอันดับต้นๆที่ เลือกเรียนกันมากที่สุด (เ้ค้าว่ากันว่าแทบจะเหยียบกันตาย)

สสท.ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักจะไปเรียนที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น และมีหน่วยงานอีกหลายที่ที่มีการส่งเสริมภาษาญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง การหาที่เรียนดีๆซักที่ไม่ยากเลยครับ แต่ สิ่งที่บอกมาหมายถึงการหาที่เรียนสำหรับเืพื่อใช้ในการสื่อสาร อ้าว.... แล้วถ้าหากเป็นน้องๆ ม.4 ม.5 ที่อยู่ในสายศิลป์ภาษา ต้องการเรียนเพื่อเพิ่มเกรดที่โรงเรียน หรืออยากจะต้องการนำไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยล่ะ? งานนี้หลายสถาบันที่ว่ามาอาจจะไม่พอแล้ว เพราะหากยากเหลือเกิน ในการติวสอบให้ตรงประเด็นกับที่โรงเรียนเค้าสอนกัน!!! ดังนั้นสถาบันเราซึ่งมักจะชอบคิดอะไรนอกกรอบ แต่ไม่นอกเรื่อง จึงกลายเป็นประเด็น ให้มีการติวเพื่อเน้นสำหรับการเรียนการสอนเด็กๆนักเรียนเกิดขึ้น หากไม่เชื่อ (สำหรับน้องๆที่เพิ่งขึ้น ม.4 มาใหม่ๆ) ลองไปลงเรียนที่ สสท. ดูก็ได้ ซึ่งอาจารย์ที่สอน มักจะเป็นอาจารย์เจ้าของภาษา ที่เป็นคนญี่ปุ่นโดยแท้ (มีอาจารย์คนไทยสอนด้วย) สอนดีนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ว่าไม่ตรงประเด็น ถ้าอยากตรงประเด็นสอบเข้ามหาลัย หรือที่โรงเรียนมาที่ Acknowledge ครับ สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับน้องๆ ม.4-ม.5 ที่คน PANTIP บอกต่อ อีกทั้งการเดินทางยังสะดวกสบาย ติดกับ BTS ช่องนนทรี ถัดจากสถานีสยามเพียง 2 สถานี

การเรียนเพื่อจุดประสงค์ในการทำงานสำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อสำหรับใช้ในการทำงาน ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีมากๆ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวการโรงแรม หรืองานที่ต้องเกี่ยวข้องกับงานทางวิศวกรรม เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาเที่ยว และเข้ามาทำงานในประเทศไทย มีจำนวนมหาศาลนับเป็นแสนๆคน อีกทั้งยังมีการขยายตัว ของโรงงานผลิตสินค้าต่างๆที่มีเจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่น เข้ามาตั้งฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อนคนหนึ่งของเว็บมาสเตอร์เรียนจบ มาทางด้านวิศวกรรมทำงานทางด้าน เซลขายเครื่องจักร ในตอนแรกพูดภาษาญี่ปุ่น ไม่ได้เลย ทำงานไปได้ซักระยะหนึ่ง เงินเดือนเริ่มคงที่ เลยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเปิดคอร์สสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับบุคคลทั่วไป พอเริ่มพูดได้คล่องขึ้นเค้าเข้าไปเสนอขายเครื่องจักร แต่คราวนี้เขาเข้าไปพบกับเจ้าของโรงงาน ที่เป็นชาวญี่ปุ่นโดยตรง ในตอนนี้ยอดขายของเขาทะลุเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าตัว เงินเดือนของเขาเกือบจะสามแสนบาทไปแล้ว ภายในเวลาไม่ถึงห้าปี เพื่อนของผมกลายเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ไปอย่างรวดเร็ว

 
 

เรียนญี่ปุ่นอย่างไรให้ประสบผล


การเรียนให้ประสบผลสำเร็จ น้องๆ ควรตั้งเป้าหมายในใจไว้ก่อนว่า เราจะเรียนญี่ปุ่นไปเพื่ออะไร เช่น เพื่อทำงานในบริษัทญี่ปุ่น, เพื่อศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น หรือว่าอยากอ่านการ์ตูน เล่นเกมส์ ฟังเพลง ดูละครญี่ปุ่นได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงบัลดาลใจ ให้น้องๆ มุมานะตั้งใจเรียนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แนวทางการเรียนให้สำเร็จนั้น น้องๆอาจจะนำเทคนิคของครูเคี้ยงไปประยุกต์ใช้ก็ได้ ก่อนอื่น หมั่นทบทวนบทเรียนที่เรียนไปแล้วบ่อยๆ และถ้าไม่เข้าใจจุดไหน ก็ควรจดไว้และมาถามครูในห้องเรียน และหาเทคนิคช่วยจำตัวอักษรและคำศัพท์ เช่น อาจจะถ่ายเอกสารย่อตารางอักษรฮิรางานะ และคาตาคานะ เก็บไว้ในกระเป๋า แล้วพอมีเวลาว่างๆ อย่างรถติด ก็หยิบขึ้นมาดูจะช่วยจำได้ หัดทำการ์ดคำศัพท์เล็กๆเอง ด้านหน้าเขียนคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น ด้านหลังเขียนความหมาย และนำมาเปิดทายคำศัพท์กับความหมาย ฝึกอ่านออกเสียงเอง บางครั้งอาจจะนำคำที่คิดว่ายังไม่คล่องมากนัก นำมาเขียนคัดซ้ำไปซ้ำมาโดยเฉพาะตัวคันจิ จะช่วยได้มาก และฝึกความคุ้นเคยกับมัน เวลาอยู่ในห้องสอบจะไม่กลัว

น้องๆที่เรียนกับครูเคี้ยงจะได้เล่นเกมส์ทายบัตรคำศัพท์เป็นหมวดๆกับเพื่อนๆจนจำคำศัพท์กับความหมายได้ (อิอิ... แอบโฆษณาไปในตัว ) ส่วนอักษรคันจิก็หมั่นคัดและจำเสียงอ่านแบบจีนและแบบญี่ปุ่นเป็นประจำ อักษรคันจิก็เช่นกันครูเคี้ยงได้ทำเอกสารสรุปวิธีลากเส้นและเสียงอ่าน กับความหมายไว้แล้วเช่นกัน ถ้าน้องๆ มาเรียนกับครูเคี้ยง น้องๆ ก็จะได้เทคนิคช่วยจำคันจิไปใช้  อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือการฟัง น้องๆ อาจฝึกฟังเพลงการ์ตูนญี่ปุ่นก่อนก็ได้ อย่างเช่น เพลงโดราเอม่อน อิกคิวซัง ชินจัง หรือหาสื่อการฟังอะไรก็ได้ที่เราชอบมาฟัง ถ้ามาเรียนกับครูเคี้ยง ก็จะได้ฟังเพลง j pop เพลง anime ดังๆด้วยนะครับ  และสุดท้ายหัวใจสำคัญของการเรียนภาษาญี่ปุ่น คือไวยากรณ์  น้องๆ อาจจะสรุปย่อเนื้อหาไวยากรณ์แต่ละบท และอ่านทบทวน รวมทั้งเตรียมบทเรียนมาล่วงหน้า ถ้าเป็นไปได้นะครับ ในส่วนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่น ครูเคี้ยงได้ทำเอกสารสรุปเนื้อหาไวยากรณ์แต่ละบท ตั้งแต่ง่าย ไปยาก และให้น้องๆเรียนชีทเสริมเพื่อให้ไม่เบื่อ บรรยากาศชิล ๆ สบายๆ เป็นกันเอง และเข้าใจเนื้อหาที่เรียน นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงการติวสอบระดับ ม.4 ม.5 หรือการติว PAT ญี่ปุ่น

 
 

ก่อนจะสมัครเรียนอ่านซักนิด


คำเตือนก่อนจะสมัครเรียน เราต้องการเด็กตั้งใจนะครับสถาบันเราจะสอนภาษาญี่ปุ่นเป็นตัวต่อตัวเท่านั้น ไม่ได้เปิดรับเป็นคอร์สเรียนรวม เหมือนกับสถาบันทั่วๆไป เนื่องจากว่าเราต้องการคุณภาพของเด็ก เราต้องการที่จะให้น้องๆ ม.ปลายแต่ละคนได้เกรดที่ดี และคณะที่ตรงใจ ไม่ว่าจะเป็นอักษรจุฬา รัฐศาสตร์จุฬา หรือ คณะอื่นๆที่ต้องใช้ภาษาที่สามสอบ แน่นอนว่าคณะเหล่านี้ ไม่ง่าย เหตุผลอีกอย่างที่เรารับสอนแต่ตัวต่อตัวเท่านั้นคือ จะว่าไปแล้วการเลือกเรียนศิลป์ภาษาญี่ปุ่นนั้นเป็นดาบสองคม คมแรก น้องๆต้องตระหนักว่า คนเก่งภาษาญี่ปุ่นในปัจจุบันมีมากมายเหลือเกิน ทำให้ข้อสอบ PAT ภาษาญี่ปุ่น จึงยากเหลือหลายกว่า PAT ภาษาอื่นๆ ในปัจจุบันผู้ที่สอบภาษาที่สามโดยใช้ PAT ยื่น นักเรียนแต่ละคนนั้น โดยเฉพาะภาษาญี่ปุ่นได้คะแนนเกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนเต็ม คมที่สอง หากน้องต้องการที่เข้าเรียนในคณะอักษรจุฬา ภาคภาษาญี่ปุ่นนั้นเข้ายากเหลือหลาย แทบเหยียบกันตาย นั่นหมายถึงหากน้องเข้าไปได้แล้ว ใช่ว่าจะสบาย ต้องไปลำบากต่อเพราะเราก็คงต้องเรียนต่อเป็นด้านญี่ปุ่นต่อไป ดังนั้น การเรียนตัวต่อตัวเป็นการตอบโจทย์ของเด็กได้มากที่สุด
 
 

ทีมอาจารย์ผู้สอนภาษาญี่ปุ่น


ครูเคี้ยงและครูลูกหว้าสอนภาษาญี่ปุ่นครูต้นเคยไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น

ครูเคี้ยง และครูลูกหว้า

ครูทั้งสองของเราเป็นรุ่นพี่ รุ่นน้องในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน คือที่อักษรจุฬา มีอุปนิสัยในการรักการสอนเหมือนกัน โดยเฉพาะภาษาญี่ปุ่น โดยครูเคี้ยงปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ในโรงเรียนที่มีชื่อ กว่า 4 แห่ง ในขณะที่ครูลูกหว้าก็เป็นอดีตอาจารย์พิเศษอยู่ที่เตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ ก่อนที่จะลาออกมาเรียนต่อปริญญาโทที่อักษรจุฬาเช่นเดิม เรื่องประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง เพราะครูเคี้ยงสอนมากกว่า 15 ปี และครูลูกหว้าที่สอนมากว่า 10 ปี (ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น) งานนี้เค้าเรียกว่าแหล่งรวมเทพ!!!

ครูต้น

ถึงแม้ว่าหลักๆครูต้นของเราจะเน้นการสอนคณิตศาสตร์เป็นสำคัญ แต่หากเข้าไปอ่านประวัติของครูต้นจะเห็นได้ว่า ใช้ชีวิตคุ้มสุดๆกับการได้ทุนไปเรียนต่อที่ญีปุ่น ในช่วงที่ตนเองเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ลาดกระบัง ทำให้ได้หอบหิ้ว Diploma เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นติดไม้ติดมือมาด้วยหว่างที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่นมากว่า 2 ปี พบกับครูต้นตัวเป็นๆได้ที่นี่ที่เดียวนะคร๊าบบ

 
 

ครูต้นกับความประทับใจในการใช้ชีวิตที่อยู่ที่ญี่ปุ่น


ประเทศญี่ปุ่นครูได้รับทุนไปเรียนภาษาญี่ปุ่น 2 ปี โดยอยู่ที่เมือง yokohama ก็อยากจะขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความประทับใจน่ะครับ อย่างแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องของความสะอาด ตามถนนหนทาง แทบจะไม่เห็นขยะตกตามพื้นเลยครับ และที่สำคัญถังขยะตามถนนก็แทบไม่มีด้วย นี่ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่มีใครกล้าทิ้งลงถนน (ถ้าเป็นบ้านเราล่ะก็เละ แน่ๆ) สงสัยมั้ยครับว่าแล้วเราจะทิ้งได้ที่ไหน .......เฉลย ถังขยะอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้า หน้า convenient store ( 7 eleven, family mart, etc) และก็ในห้างสรรพสินค้าครับ ต้องยกความดีให้การศึกษาครับ เด็กนักเรียนตั้งแต่อนุบาลถูกสอนว่าห้ามทิ้งขยะตามท้องถนน ให้นำกลับไปทิ้งที่บ้าน ดังนั้นในกระเป๋ากางเกงเด็ก ก็จะมีพวกเปลือกลูกอม ห่อขนม นอกจากนี้แล้วแทบจะทุกจุด ของที่ทิ้งขยะจะมีถังแยกขยะเสมอครับ เพื่อที่จะนำกลับมารีไซเคิลได้ง่าย

สำหรับจุดทิ้งขยะหน้าบ้านนั้น ทางญี่ปู่นจะกำหนดไว้ทุก 100 - 200 เมตร น่ะครับ โดยจะกำหนดว่าวันนี้ทิ้งขยะประเภทไหน เช่น วัน จ.พ.ศ เป็นขยะสด อ. พฤ. เป็นขยะเผาไม่ไม้ได้ (แก้ว หลอดไฟ) พ. ขวด อาหารกระป๋อง โลหะขนาดเล็กๆ

ถ้าเราส่งผิดประเภท ขยะจะไม่ถูกเก็บครับ คนญี่ปุ่นจะอับอายมากในเรื่องนี้ สาเหตุที่ต้องแยกขยะก็เพื่อประโยชน์ในการรีไซเคล ครับ ในส่วนของขยะชิ้นใหญ่ที่มากกว่า 50 cm.ต้องโทรไปแจ้งเขตที่เราอยู่ก่อน เพื่อที่จะแจ้งขนาดและประเภทของสินค้า จากนั้นทางเขตจะแจ้งว่า ให้เราไปวางขยะวันไหน ก่อนที่จะทิ้งขยะเราต้องไปซื้อแสตมป์ที่ร้านสะดวกซื้อน่ะครับ ยิ่งขยะชิ้นใหญ๋ก็จ่ายเงินยอะ เพราะทางเขตต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะอีก ค่อนข้างยุ่งยากทีเดียวใช่มั้ยครับ ในการทิ้งขยะ ข้อดีก็คือ ก่อนที่จะซื้อของใหม่คนญี่ปุ่นต้องคิดให้ดีว่าคุ้มค่ารึปล่าว สรุปคือ คิดก่อนซื้อ และใช้ให้คุ้มครับ

อีกเรื่องก็จะเป็นเรื่องตารางเดินรถไฟ รถเมล์ ครับ เป็นที่รู้กันว่าคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญเรื่องเวลามาก ดังนั้นทุกสถานนีทั้งรถไฟฟ้า และรถเมล์มีตารางบอกเวลารถเสมอ บอกถึงหลักนาทีเลยน่ะครับ เช่น 7:32, 7:37, 7:45 ในส่วนของรถไฟนั้นหลักๆก็มีอยู่ สาม ประเภท คือ ธรรมดา ด่วน ด่วนพิเศษ ทั้ง สาม ประเภทก็มีเวลาบอกชัดเจน การคลาดเคลื่อนอยูในหลักวินาทีครับ ไม่เคยเกินหนึ่งนาทีเลย

 
โทร 088-4913362 , 081-4267996 สีลม กรุงเทพ (11.00 - 19.00 น.) ดูแผนที่