การอ่าน ถือเป็นอีกปัญหาหนึ่งสำหรับผู้สอบภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการสอบ GAT CU-TEP TOEIC TOEFL หรือแม้แต่ SAT เพราะผู้สอบส่วนใหญ่มักจะขาดความชำนาญ ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดการขัดเกลาทักษะทางด้านการอ่านอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ด้วยข้อบกพร่องดังกล่าว ผู้สอบมักจะไม่ทราบถึงความหมายของคำศัพท์ที่ปรากฏในข้อสอบ ไม่สามารถแปลบทความได้ถูกหลักไวยากรณ์ อีกทั้งยังจับใจความได้อย่างกำกวม และทำข้อสอบไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนด แต่ถ้าหากผู้สอบได้รับการเตรียมตัวมาอย่างดี รวมถึงการฝึกฝนที่เพียงพอ การทำข้อสอบการอ่านก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
การเตรียมตัวเพื่อการสอบการอ่านมีหลักการง่ายๆอยู่สามข้อ ข้อที่หนึ่ง ผู้สอบควรจะปรับเปรียบทัศนคติที่มีต่อการอ่าน จากการอ่านอย่างเร่งรีบเป็นการอ่านอย่างรอบคอบ เพราะสำหรับข้อสอบภาษาอังกฤษระดับสูง ยกตัวอย่างเช่นข้อสอบ CU-TEP ผู้อ่านไม่สามารถไล่อ่านแบบกวาดสายตาได้ เนื่องจากคำถามของข้อสอบดังกล่าวเป็นคำถามเชิงวิเคราะห์ ซึ่งต้องอาศัยการอ่านอย่างมีสติ ค่อยเป็นค่อยไป และต้องเชื่อมโยงความคิดไปตามบทความได้อย่างรู้ทัน ดังนั้น ผู้สอบต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ถึงแม้จะมีเวลาที่จำกัด แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผู้สอบจะอ่านแบบผ่านผ่านได้ เพราะข้อสอบประเภทนี้มีชื่อ ความเข้าใจในการอ่าน (Reading Comprehension)
ข้อที่สอง ผู้สอบต้องฝึกฝนการอ่านให้พร้อม เนื่องจากข้อสอบที่ผู้สอบ กำลังจะสอบคือข้อสอบภาษาอังกฤษระดับสูง มันกำลังบ่งบอกว่าผู้สอบมีความสามารถ ในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับสูง แต่ถ้าหากผู้สอบยังไม่พร้อมกับคำว่าข้อสอบระดับสูง จงเตรียมตัวเสียให้พร้อม โดยที่ผู้ทำข้อสอบต้องอ่านบทความทางวิชาการให้มากพอ หรือไม่ก็เตรียมอ่านบทความบันเทิงคดีที่มีประโยชน์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นบทความของ National Geography หรือ Reader Digest เพราะลักษณะทางการเขียนจากปลายปากกาของผู้มีความรู้ หรือผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการการศึกษา ย่อมแตกต่างจากบทความทั่วไป ทั้งในเรื่องของโครงสร้างการเขียน รูปแบบการวางตำแหน่งของคำ และการใช้คำศัพท์ระดับอุดมศึกษา ดังนั้น จงอ่าน จงใฝ่รู้ และจงกวาดตาดูหนังสือให้มาก
ข้อที่สาม ผู้สอบต้องมีสมุดบันทึกคำศัพท์เป็นเพื่อนเดินทาง เพราะคำศัพท์ถือเป็นใจหลัก ของการทำข้อสอบวิชาภาษาทุกภาษา ยิ่งเป็นข้อสอบภาษาอังกฤษอังกฤษระดับสูง คำศัพท์ที่ผู้ออกข้อสอบได้นำมาใช้ มักจะเป็นคำศัพท์ที่พบไม่บ่อยในชีวิตประจำวัน อีกทั้ง คำศัพท์เหล่านั้นอาจจะอยู่ในรูปแบบที่ผู้อ่านไม่คุ้นเคย ยกตัวอย่างเช่น compromise reputation ที่หมายถึงทำให้ชื่อเสียงอ่อนลง หรือมีมาตรฐานน้อยลง หรือคำว่า accommodate myself ที่หมายถึงปรับพฤติกรรมของตัวเองให้เข้ากับคนใหม่ ๆ หรือสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ นอกจากนี้ ผู้สอบจงระวังไว้ด้วยว่า คำศัพท์บางคำที่ท่านเห็นจนคุ้นตา หรือท่านคาดเดาเอาเองว่า น่าจะความหมายอย่างนั้นอย่างนี้ อาจจะมีความหมายที่ผิดจากที่คิดเอาไว้ อาทิเช่น Embed ที่แปลว่าฝังตัวลงไป คำนี้ ๆ ไม่ได้ความหมายเกี่ยวกับเตียงเลยด้วยซ้ำ อีกทั้ง มันยังแปลว่า ‘ซึ่งได้รับการปกป้องจากทหาร’ เมื่ออยู่ในรูปของคำคุณศัพท์ ( Embedded reporters นักข่าวที่ได้รับการคุ้มครองจากทหาร ) นอกจากนี้ เจ้า Embedded ตัวดังกล่าวยังสามารถปรากฏอยู่ในรูป Imbedded ได้ เมื่ออยู่ในรูปแบบของ American English และด้วยเหตุนี้ การปรากฏขึ้นของคำศัพท์ต่าง ๆ ที่ทั้งยาก และทั้งไม่คุ้นชินกับการนำไปใช้ จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้เข้าสอบทุกท่าน ดังนั้น ในช่วงเวลาก่อนสอบนี้ ผู้เข้าสอบจงมีเป็นดิกชั่นนารีเป็นเพื่อน และต้องเตือนตนเองไว้ว่า ‘ พกสมุดบันทึกคำศัพท์ ด้วย
จากสามคำแนะนำข้างต้น ผู้เข้าสอบทุกคนคงจะเห็นแล้วว่า การเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษระดับสูงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเสียทีเดียว แต่แค่ต้องฝึกปรือให้เชี่ยวชาญ ร่วมกับผสมผสานความรู้ที่ได้จากการอ่าน แต่อย่างไรเสีย ถ้าผู้สอบยังไม่เริ่มต้นตั้งแต่ยังพอมีเวลา ข้อสอบวิชาสายภาษาก็จะเป็นปัญหาเรื้อรัง ดังนั้น ‘ จงพกสมุดบันทึกคำศัพท์ติดตัวไว้ จงใช้เวลาอ่านให้บ่อย และจงค่อย ๆ อ่านเมื่อสอบ ’ เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบที่ยากกว่านี้ ผู้สอบก็จะมีความความรู้ที่ดี และสามารถทำได้