สถาบันสอนภาษา Acknowledge


เรียนภาษาเยอรมัน


สถาบัน Acknowledge เปิดสอนภาษาเยอรมันมาเป็นเวลายาวนาน ผู้สอนมีประสบการณ์การสอนภาษาเยอรมันมากกว่า 10 ปี ครูของสถาบันได้ผ่านการฝึกอบรม การสอนภาษาเยอรมันให้กับชาวต่างชาติ (Deutsch als Fremdsprache: DaF) หลักสูตรครูสอนภาษาเยอรมัน (Deutschlehrerqualifizierung) และ ได้รับการรับรองจากสถาบันเกอเธ่ (Goethe – Institut Thailand) ดังนั้น ผู้เรียนมั่นใจได้ว่าการเรียนที่สถาบัน Acknowledge จะเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนภาษาเยอรมันที่เหมือนกันทั่วโลก แต่สิ่งพิเศษที่ผู้เรียนจะได้รับจากสถาบัน Acknowledge คือการเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆกับครูไทย ทำให้ผู้สอนสามารถมองเห็นปัญหาของผู้เรียนและได้รับการปรับแก้อย่างตรงจุด อีกทั้งการซักถามข้อสงสัยก็สามารถทำได้อย่างสบายใจ 

ภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่มีความแตกต่างจากภาษาไทยอย่างมาก และมีรายละเอียดที่แตกต่างจากภาษาอังกฤษอีกมากด้วยเช่นกัน ผู้เรียนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาบ้างอาจช่วยในการเรียนได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับภาษาเยอรมันต้องเป็นไปอย่างทีละขั้นและมีขั้นตอน เพราะเนื้อหาแต่ละเรื่องจะมีความสัมพันธ์กันทั้งหมด หากตามไม่ทันหนึ่งเรื่อง อาจส่งผลให้ตามเรื่องต่อไปในบทเรียนลำบาก ด้วยเหตุนี้ ผู้เรียนจึงควรเรียนกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการสอนภาษาเยอรมันให้กับชาวต่างชาติโดยตรง จะช่วยให้ผู้เรียนมีพื้นฐานภาษาเยอรมันที่มั่นคงและพร้อมต่อยอดในการเรียนระดับที่สูงขึ้น 

พบกับคำตอบสุดท้าย ของการเรียนภาษาเยอรมันที่ไหนดี กับสถาบันของเราครับ สถาบันอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี (กรุงเทพ) เดินทางสะดวก ราคาไม่แพง ที่สำคัญคือดูแลเอาใจใส่นักเรียนทุกคน เปิดโอกาศให้ซักถามทั้งภายใน และภายนอกห้องเรียนครับ

บรรยากาศห้องเรียน

บรรยากาศการเรียนเป็นกันเอง เน้นสนทนา แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในเยอรมนี


คอร์สภาษาเยอรมันเบื้องต้น ติวสอบ A1


สถาบันของเรามีการสอนสองแบบ ได้แก่ คอร์สเรียนรวม และ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการลงคอร์สรวมสามารถเลือกเรียนแบบตัวต่อตัวที่สถาบัน หรือเรียนผ่าน Skype ก็ได้ครับ มีข้อดีอยู่ตรงท่ีจัดเวลาเรียนได้ด้วยตัวเอง คอร์สเบื้องต้น 40 ชั่วโมง 5,900 บาท ต่อคอร์ส

วันเริ่ม
เวลา
วัน
ประเภท
4 กค. 2564
08.30-12.30
อาทิตย์
A1/2 สด
3 กค. 2564
13.00-17.00
เสาร์-อาทิตย์
 สอบ A1 เร่งรัด สด
27 กค. 2564
18.00-20.00
อังคาร-พฤหัส
A1/1 ออนไลน์

รายละเอียดคอร์ส

  • คอร์สเบื้องต้น 1 เป็นคอร์สพื้นฐาน เน้นการฟังพูด อ่าน และเขียน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ภาษาเยอรมันเลย
  • ในกรณีเปิดคอร์สเรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • ในกรณีดรอปคอร์ส (พักการเรียน) นักเรียนจะต้องชำระค่าดรอปคอร์ส 1,500 บาท
  • สำหรับการเรียนแบบตัวต่อตัว ถ้าขาดการติดต่อเกินสามเดือนถือว่าสละสิทธิ์
  • โรงเรียนจะมีการออกใบรับรองให้ได้ ต่อเมื่อผู้เรียนได้ผ่านการเรียนตามคอร์สนั้นๆโดยจะต้องเข้าเรียนสม่ำเสมอ และมีการทำการบ้าน ที่ได้รับมอบหมายจากครูผู้สอนอย่างเต็มความสามารถ โดยใบรับรองได้กล่าวเป็นการรับรองว่าได้เรียนจากที่สถาบันของเราไปจริง และรับรองจำนวนชั่วโมงตามจริง อย่างไรก็ตามใบรับรองดังกล่าวจะแตกต่างกับใบผ่านการสอบ A1

สำหรับผู้เรียนที่ต้องการสอบ A1 เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่าแต่งงานหรือเรียนต่อ

คอร์สเรียนของสถาบัน Acknowledge จะแบ่งออกเป็น A1.1 และ A1.2 ผู้ที่ต้องการสอบภาษาเยอรมัน A1 จะต้องเรียนคอร์ส A1.1 และ A1.2 ทั้งสองคอร์สจนจบ ซึ่งแต่ละคอร์สใช้เวลา 40 ชั่วโมง (คอร์สรวม) ดังนั้น ผู้เรียนคอร์สรวมที่ต้องการสอบ A1 จะใช้เวลาทั้งหมดอย่างน้อย 80 ชั่วโมงในการเรียน ในขณะที่คอร์สส่วนตัว ผู้สอนจะเป็นผู้ประเมินระยะเวลาการเรียนของผู้เรียนแต่ละคนเอง


เนื้อหาที่ได้รับจากคอร์สเรียน


  • บทที่ 1 การทักทาย และความรู้เกี่ยวกับตัวเลข

รายละเอียด :  การทักทาย การแนะนำตัว บอกเกี่ยวกับรายละเอียดตัวเอง

คำศัพท์  :  คำทักทาย เช่น Guten Tag, Tschau  พยัญชนะในภาษาเยอรมัน รวมถึง วิธีการนับเลข หรือการบอกตัวเลขในลักษณะต่างๆ

  • บทที่ 2 ครอบครัวและเพื่อน

รายละเอียด:  แนะนำคนในครอบครัวและเพื่อน ถามรายละเอียดส่วนบุคคล

คำศัพท์  :  คนครอบครัว เช่น Eltern, Geschwister สถานะครอบครัว เช่น geschieden

  • บทที่ 3 อาหารและเครื่องดื่ม

รายละเอียด:  อาหารและเครื่องดื่ม ถามและบอกราคา บอกปฏิเสธ ถามราคา ต่อราคา

คำศัพท์  :  อาหารและเครื่องดื่ม เช่น Apfel, Saft คำระบุปริมาณ เช่น Kilo, Becher

  • บทที่ 4 บ้าน ที่พักอาศัย และอพาร์ทเมนต์

รายละเอียด:  ถามและตอบเกี่ยวกับบ้าน บรรยายลักษณะของที่อยู่ ถามเกี่ยวกับความชอบ

คำศัพท์  :  ห้อง เช่น Wohnzimmer เฟอร์นิเจอร์ เช่น Tisch, Stuhl เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น Wohnzimmer คำคุณศัพท์บรรยายบ้าน

  • บทที่ 5 ชีวิตประจำวัน

รายละเอียด:  เวลา ชีวิตประจำวัน แต่งประโยค

คำศัพท์  :  กิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น austehen, anrufen, arbeiten

  • บทที่ 6 เวลาว่างและสภาพอากาศ

รายละเอียด:  งานอดิเรก บอกสภาพอากาศ การตอบคำถามที่เป็นปฏิเสธ

คำศัพท์  :  งานอดิเรก เช่น Fahrrad fahren สภาพอากาศ เช่น kalt, windig

  • บทที่ 7 ความสามารถและการพูดเกี่ยวกับอดีต

รายละเอียด:  บอกความสามารถ พูดเกี่ยวกับอดีต

คำศัพท์  : Modalverben เช่น wollen können


รายละเอียดการสอบ A1


Goethe-Zertifikat A1: Start Deutsch 1 เป็นการสอบภาษาเยอรมันสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรับรองความสามารถขั้นต้นระดับหนึ่งหรือ A1 จากทั้ง 6 ระดับ (ซึ่งมีทั้งหมดคือ A1 A2 B1 B2 C1 และ C2) โดย A1 เป็นการทดสอบที่ง่ายสุด จนไปถึงระดับสูงสุดที่ C2 ซึ่งเป็นความสามารถทางภาษาตามกรอบความตกลงร่วมกันของสหภาพยุโรป หรือ GER ความคาดหวังของการสอบคือผู้เรียนสามารถแนะนำตัวเองและผู้อื่นได้ รวมถึงสามารถถามผู้อื่นเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว เช่น พวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหน หรือ พวกเขาชอบอะไร เข้าใจสำนวนที่คุ้นเคย เป็นสำนวนในชีวิตประจำวันที่ใช้บ่อย รวมถึงเข้าใจและสามารถใช้ประโยคที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน (เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ครอบครัว การสั่งอาหาร การจับจ่ายซื้อของ เพื่อการทำงาน และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว) สื่อสารอย่างง่ายได้เมื่อคู่สนทนาพูดช้าและชัดเจน และสามารถกรอกแบบฟอร์มเอกสารสำคัญขั้นพื้นฐานอย่างง่ายได้ ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก นั่นคือ การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด

ข้อสอบอ่าน (เวลา 25 นาที) ข้อสอบฟังแบ่งออกย่อยๆเป็น 3 ส่วน ผู้เข้าสอบจะต้องอ่านข้อความต่างๆ เช่น โน้ตสั้นๆ โฆษณา ป้ายข้อความหรือประกาศต่างๆ จากนั้นตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ข้อสอบมีทั้งให้ตอบถูก (richtig) หรือผิด (falsch) และตอบข้อมูลที่ถูกต้อง

    

ตัวอย่างข้อสอบอ่าน

ข้อสอบฟัง (เวลา 20 นาที) ผู้เข้าสอบจะได้ฟังบทสนทนาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันสั้นๆ การสนทนาทางโทรศัพท์ หรือเสียงประกาศในที่สาธารณะ จากนั้นตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง ข้อสอบมีทั้งให้ตอบถูก (richtig) หรือผิด (falsch) และตอบข้อมูลที่ถูกต้อง

ตัวอย่างข้อสอบฟัง

ข้อสอบเขียน (เวลา 20 นาที) ข้อสอบเขียนแบ่งย่อยออกเป็น 2 ส่วน  นั่นคือ การกรอกแบบฟอร์มและเขียนจดหมายหรืออีเมล์ ผู้เข้าสอบจะต้องกรอกแบบฟอร์มแบบง่าย เช่น การกรอกแบบฟอร์มสมัครเรียนภาษาเยอรมัน และเขียนข้อความสั้นๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น การเขียนจดหมายสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การเขียนจดหมายเชิญมางานวันเกิด การเขียนจดหมายตอบรับมางาน การเขียนโปสต์การ์ด เป็นต้น

ตัวอย่างข้อสอบเขียน

ข้อสอบพูด (เวลา 15 นาที) ข้อสอบพูดแบ่งออกย่อยๆเป็น 3 ส่วน นั้นคือ แนะนำตัว ตั้ง-ตอบคำถาม และขอร้องแบบสุภาพ ผู้เข้าสอบจะต้องแนะนำตัวในกลุ่ม ตั้งคำถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องในชีวิตประจำวันตามบัตรคำศัพท์ที่จับได้ และพูดขอร้องตามบัตรภาพที่จับได้ให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มตอบสนอง ข้อมูลสำหรับการแนะนำตัว เช่น ชื่อ นามสกุล (พร้อมทั้งสะกดชื่อ) อายุ ที่อยู่ ภาษาที่พูด ประเทศ อาชีพ งานอดิเรก เบอร์โทรศัพท์ รหัสไปรษณีย์ เป็นต้น

ตัวอย่างข้อสอบพูด

 


เรามารู้จักภาษาเยอรมันให้มากขึ้นดีกว่า


Hallo! Guten Tag! สวัสดีค่ะ หากพูดถึงภาษาที่ทรงพลังในโลก หนึ่งในภาษาเหล่านั้นต้องมีภาษาเยอรมันอย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะ ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในหลายแง่มุมต่อโลกใบนี้ ทั้งทางด้านวิศวกรรม การแพทย์ การศึกษา ปรัชญา ดนตรี และการท่องเที่ยว ในทุกๆปีองค์กร DAAD (Deutscher Akademischer Austauschdienst) หรือมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า German Academic Exchange Service  ซึ่งเป็นองค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการของประเทศเยอรมนีจะประกาศทุนการศึกษาที่องค์กรต่างๆ หรือสถาบันการศึกษาในเยอรมนีมอบให้ มีทั้งทุนเรียนฟรี ทุนครึ่งหนึ่ง สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และทุนทำวิจัย หากสนใจสามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ที่ https://www.daad.or.th/th/ ดังนั้น การมีความรู้พื้นฐานภาษาเยอรมันควบคู่กับภาษาอังกฤษย่อมช่วยเปิดโอกาสให้กับชีวิตของทุกคนอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพียงแค่โอกาสในการไปศึกษาหรือใช้ชีวิตในประเทศเยอรมนีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสการใช้ชีวิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ออสเตรีย (Austria) และ ลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein) นั่นเป็นเพราะภาษาเยอรมันเป็นภาษาทางการของประเทศเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

จากตรงนี้จะเห็นว่าการภาษาเยอรมันจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถไปใช้ชีวิตได้อย่างน้อยใน 4 ประเทศนี้ นั้นคือ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ลิกเตนสไตน์ มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสันสนว่าประเทศออสเตรียคือประเทศที่มีจิงโจ้ แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ นะคะ!!! ประเทศออสเตรียเป็นประเทศที่อยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนี เป็นบ้านเกิดของคีตกวีคนสำคัญของโลกหลายคน เช่น โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ต (Wolfgang Amadeus Mozart) จนกระทั้งเวียนนา (เมืองหลวงของออสเตรีย) ได้รับสมญานามว่าเป็น “นครหลวงแห่งดนตรีของโลก” ถ้าอยากรู้ว่าประเทศออสเตรียเป็นอย่างไร เข้าไปดูต่อได้ที่นี่เลยค่ะ

กลับมาต่อที่ประเทศเยอรมนีกันบ้าง นอกเหนือจากนานาประโยชน์ของการภาษาเยอรมัน ประเทศเยอรมนีก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อย่างเช่น ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein) ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจและต้นแบบในการสร้างปราสาทเจ้าหญิงนิทราของวอล์ท ดีสนีย์ (Walt Disney) และเส้นทางสายโรแมนติก หากสนใจเส้นทางโรแมนติกในประเทศเยอรมนี สามารถเข้าไปดูได้ที่

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ประเทศเยอรมนี

  1. ประเทศเยอรมนีใช้สกุลเงินยูโร (EURO) แต่ออกเสียงเป็นภาษาเยอรมันว่า “ออยโร”
  2. ภาษาเยอรมันในแต่ละถิ่นหรือภาคมีความแตกต่างกัน สิ่งของบางอย่างอาจเรียกไม่เหมือนกัน เช่น คำว่าขนมปัง ภาษากลาง (Hochdeutsch) เรียกว่า Brot แต่ทางตอนใต้หรือในออสเตรียเรียก Semmel 
  3. อาหารเช้าคนเยอรมันมักจะเป็นอาหารที่ทำง่ายๆ เช่น นม ขนมปัง ธัญพืช ไข่ ไส้กรอก ชีส แฮม เป็นต้น
  4. ประเทศเยอรมนีเป็นประเทศอุตสาหกรรม ที่สนับสนุนให้การศึกษาเน้นสายอาชีพมากกว่าสายวิชาการเพื่อให้สามารถเรียนจบและทำงานประกอบอาชีพได้รวดเร็ว มีประชาชนจำนวนมากในประเทศเยอรมนีนิยมเลือกที่จะเรียนสายอาชีพมากกว่าสายวิชาการ
  5. ประเทศเยอรมนีได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงหลากหลายแขนงเอาไว้ โดยเฉพาะในเชิงเทคนิคหรือวิศวกรรมมาตรฐานสูง
  6. คนเยอรมันเป็นคนจริงจังในเวลาทำงานมาก แต่ก็ใช้ชีวิตสบายๆในช่วงเวลาพักผ่อน
  7. ในเยอรมนีวันอาทิตย์จะเป็นวันเงียบๆ ห้างร้านส่วนใหญ่ปิดให้บริการ จะมีเฉพาะร้านอาหารเล็กๆ (ส่วนใหญ่เป็นของชาวต่างชาติ เช่น ตุรกี) เปิดทำการ
  8. ในช่วงฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูร้อน กลางวันจะยาวนานกว่ากลางคืนมาก เราจะยังเห็นแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาสามทุ่มได้
  9. ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ท้องฟ้าจะสว่างช้าในตอนเช้าและมืดเร็วมากในตอนเย็น ประมาณ 5 โมงเย็นท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
  10. เบียร์และไส้กรอกเยอรมันมีหลายประเภทมาก แต่ละเมืองใหญ่ก็มีเบียร์และไส้กรอกขึ้นชื่อเป็นของตัวเอง

บทเรียนออนไลน์


อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม