เรียน IELTS ติวเร่งรัด คอร์สสดครบ 4 Skills

ติวฟรี IELTS Reading + Writing พร้อมเทคนิค ไม่มีหมกเม็ด

เรียนวันเสาร์ทั้งวัน ลงทะเบียนด่วนๆ 095-6082292

เต็มแล้วเต็มเลย 10 คน เท่านั้นไม่เปิดเพิ่มนะจ๊ะ

เรียน ielts ของสถาบันเราเน้นการสอนสด รับรองผล อาจารย์สี่ท่าน

คอร์สเรียน IELTS ระยะยาว 70 ชั่วโมง มีการปูพื้นฐานระหว่างการเรียน ที่สำคัญคืออาจารย์คนไทยทั้งหมด  4 ท่าน กับประสบการณ์สอน IELTS มากว่า 10 ปี (ว่างๆก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเรียนกับคนไทย แล้วจะรู้ว่าหนูจะเรียนรู้เรื่องตลอดๆ งานนี้เฟิร์ม) สอนไปกันอย่างช้าๆ ค่อยๆสร้างความมั่นใจ อีกทั้งพร้อมลากกันไปทำโจทย์ แต่ระวังการบ้านให้ดี เพราะงานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ (แบบว่าการบ้านเพียบ) แต่ที่ผ่านมาผลการตอบรับของเราสอบผ่านกันเพียบจริง อะไรจริง (แต่ก็ทำการบ้านเหนื่อยจริง)

โดยนอกจากคอร์สรวมราคาไม่แพงแล้ว ยังมีการเรียน IELTS Private ซึ่งเป็นการเรียนตัวต่อตัวแบบเน้นๆกับครูที่สอนคอร์สได้โดยตรง พบกับคำตอบสุดท้ายกับการ เรียน IELTS ที่ไหนดี ราคาค่าเรียนสมเหตุสมผล กับสถาบันเรานะครับ

การติวในส่วนของการพูดเรียน Speaking IELTS เน้นความคิดที่จำเป็นต้องสรุปรวบยอด มีการจัดหมวดหมู่ข้อสอบที่เป็นฟอร์มที่ออกบ่อยๆ รวมถึงการ discussion ที่จะต้องนำความคิดของคนอื่นๆมาช่วยกันระดมสมอง เน้นการแก้ไขจุดอ่อนในส่วนที่ผู้เรียนไม่ถนัด ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนให้สามารถคิดหาประเด็นต่างๆ ที่จะพูดในระยะเวลาอันจำกัด และเรียนถึงวิธีการเรียบเรียงและการจัดระบบความคิด ให้มีความสอดคล้อง และแสดงความคิดเห็นได้ออกมาชัดเจน อย่างไรก็ตามสถาบันของเราได้มีการสอนหลักไวยากรณ์ที่จำเป็น สำหรับการ Speaking อีกด้วย

การเรียนในส่วนของการอ่าน และการฟังReading และ Listening ผู้เรียนจะถูกฝึกฝนอย่างเข้มข้นให้สามารถสร้างภาพ และความรู้สึกร่วมกับเนื้อหาของแต่ละบทความ ที่กำลังอ่านอยู่ โดยผู้เรียนจะได้รับชุดคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกัน และเทคนิคในการเดาคำศัพท์ที่ไม่รู้จากบริบท โดยในส่วนของการฟังจะให้มีการฟังจากเทปเสมือนจริง และการสนทนาที่หลากหลายรูปแบบ รู้ถึงวิธีในการจับประเด็นสำคัญ การนึกภาพถึงเหตุการณ์ในขณะนั้นๆ การจับความรู้สึกของผู้พูด รวมถึง Techniques การจับใจความ

การติวด้านการเขียนบทความในข้อสอบ ieltsเรียน IELTS Writing เน้นการทำแบบฝึกหัดที่ตรงแนวข้อสอบ โดยเราสอนให้เรียนรู้เทคนิคการเขียนอย่างทรงประสิทธิภาพ เขียนบทความออกมาแล้ว ถูกหลักไวยากรณ์ สื่อความหมาย สอดคล้อง ชัดเจน มีการใช้ศัพท์และสำนวนที่ถูกต้อง มีการใช้คำเชื่อมที่ทำให้ประโยคไพเราะและน่าคล้อยตาม โดยจะเน้นที่การจัดระบบความคิด การหาเหตุผลมารองรับสิ่งที่บรรยายออกมา โดยครูป๊อบจะมีเทคนิควิธีเขียน writing IELTS ได้อย่างมีโครงสร้างที่ชัดเจน และสามารถนำโครงสร้างดังกล่าวไปสวมได้ทันที อีกทั้งยังชุดคำศัพท์ที่หลากหลายและมีความเป็นเอกลักษณ์ที่จะเรียกคะแนนได้ออกมาอย่างชัดเจน


คอร์สเรียน IELTS


สถาบันสอนทั้งคอร์สเรียนรวม และ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการลงคอร์สรวมสามารถเลือกเรียนแบบตัวต่อตัวที่สถาบัน   มีข้อดีอยู่ตรงที่จัดเวลาเรียนได้ด้วยตัวเอง

รายละเอียดคอร์สเรียน IELTS

มีสองแบบโดยจะเรียนสัปดาห์ละวันคือเรียนทั้งวันของวันเสาร์ และเรียนสัปดาห์ละสามวัน คือเรียนทุกๆวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ อาจารย์คนไทย 4 ท่าน คลาสเล็ก เอาใจใส่ สอบถามได้ทั้งภายใน และะภายนอกห้องเรียน โดยคอร์สของทางสถาบันจะเป็นคอร์ส เรียน IELTS ราคา ค่าเรียน 13,500 บาท ใช้เวลา 70 ชั่วโมง

วันเริ่ม
เวลา
วัน
ประเภท
22 มค. 2564
08.45-17.00
จันทร์ พุธ ศุกร์
เร่งรัด 3 วัน/ สัปดาห์
23 มค. 2564
08.45-17.00
เสาร์
1 วัน/ สัปดาห์
16 มค. 2564
09.00-16.00
เสาร์
ติวฟรี !!!
22 กพ. 2564
08.45-17.00
จันทร์ อังคาร พุธ
เร่งรัด 3 วัน/ สัปดาห์
20 กพ. 2564
08.45-17.00
เสาร์
1 วัน/ สัปดาห์
13 กพ. 2564
09.00-16.00
เสาร์
ติวฟรี !!!

หมายเหตุ

  • เป็นการสอนสด กลุ่มเล็กไม่เกิน 9-10 คน เปิดโอกาสในการซักถามทั้งในและนอกห้องเรียน แต่หากนักเรียนไม่ได้มาเรียน ทางสถาบันจะไม่ได้โทรแจ้งกับทางผู้ปกครองนะครับ แต่ถ้าผู้ปกครองต้องการทราบเกี่ยวกับการเรียนของน้องก็สามารถโทรมาติดต่อ สอบถามได้ตลอดๆครับ
  • คอร์สเรียน IELTS วันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ จะเป็นคอร์สเร่งรัดโดยจะเป็นการเรียนสัปดาห์ละ 3 วัน มีหลักสูตรการเรียนการสอนคล้ายกับเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน เพียงแต่คอร์สเร่งรัดจะจบเร็วกว่า โดยจะใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนครับ
  • ค่าเอกสารฟรีตลอดการเรียน ราคาของสถาบันไม่มีหมกเม็ด ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่มีค่าลงทะเบียน
  • สอบไม่ผ่าน 6.5 เรียนคอร์สต่อไปได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม (รบกวนเขียนรีวิวให้ทางสถาบันก่อนมาซ้ำคอร์ส) ทั้งนี้ เราจะมีการเช็คชื่อ ตรวจการบ้าน ดูความตั้งใจประเมินผ่านจากอาจารย์ด้วยนะครับ
  • นอนและพักผ่อนกันมาเยอะๆหน่อยครับ และเนื่องจากว่าต้องเรียนวันละ 7 ชั่วโมง ดังนั้นตอนพักเที่ยงน้องๆผู้หญิงอาจจะต้องรีบทานข้าวกันนิดนึง
  • ในกรณีเปิดคอร์สเรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • ในกรณีดรอปคอร์ส (พักการเรียน) นักเรียนจะต้องชำระค่าดรอปคอร์ส 1,500 บาท


IELTS คือ


IELTS (ออกเสียงว่า “ไอเอลส์”) ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นอีกหนึ่งคอร์สการเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษคือการสอบ IELTS ที่ได้ยินกันบ่อยๆ ควบคู่ไปกับ การสอบ TOEIC และ TOEFL อย่างไรก็ตาม การสอบ IELTS มีลักษณะเฉพาะของตัวเองอยู่ เนื่องจากมันมีข้อสอบที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้อสอบ Academic ที่ใช้สำหรับการเข้าศึกษาต่อในต่างประเทศ หรือ การศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ กับ ข้อสอบ General Training ที่ใช้สำหรับการสมัครงาน การเข้าทำงาน หรือการยื่นขอ Work Permit เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งผลคะแนน IELTS นั้นถือเป็นคะแนนที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานสูงมาก มีองค์กรต่างๆ ให้การยอมรับมากกว่า 9000 องค์กร ใน 135 ประเทศทั่วโลก ทั้งที่เป็น สถาบันการศึกษา สถานประกอบการ องค์กรวิชาชีพ หรือแม่แต่หน่วยงานของรัฐ การ เรียน IELTS จึงเป็นอีกหลักสูตรที่น่าสนใจเข้าเรียน เพราะมันทำให้เรามีโอกาสที่กว้างมากสามารถเลือกได้ทั้งใช้ทำงานและศึกษาต่อ

IELTS คำนี้ ย่อมาจากคำว่า International English Language Teaching System ซึ่งมันคือการทดสอบทักษะในด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อออกมาแนวนี้เนื้อหาย่อมจะต้องมีความยากและลึกในเรื่องของภาษาในระดับที่มากกว่าการสนทนากันทั่วๆ ไป ดังนั้นก่อนการเข้าสอบส่วนใหญ่จึงนิยมเข้า เรียน IELTS ก่อนเพื่อให้เกิดความพร้อมให้มากที่สุด มักจะมีคำถามยอดนิยมจากนักเรียนหลายคนซึ่งมักจะถามว่า ต้องการสอบ IELTS 5.5 ยากไหม ซึ่งก็ต้องตาม ณ ตรงนี้เลยว่าสำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ ม.ปลาย และเรียนภาษาอังกฤษได้เกรดค่อนข้างดี (ประมาณเกรด 3.5-4) การสอบ IELTS ให้ได้ 5.5 นั้น อาจจะไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก จะแนะเพิ่มเติมก็เพียงต้องไปฟัง หรือฝึกพูดเพิ่มเติม แต่สำหรับ ผู้ใหญ่ที่ทำงานไม่ได้ใ่ช้ภาษาอังกฤษเลยทิ้งภาษาอังกฤษไปนาน หรือน้องๆนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนทางด้านสายภาษา อาจจะต้องบอกว่าค่อนข้างยาก แม้ว่าจะต้องการแค่ IELTS 5 ก็ถือว่ายาก และต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก

สำหรับในการสอนของสถาบันเรานั้นจะมีการเน้นเพื่อให้เกิดทักษะภาษาอังกฤษอยู่ 4 ด้าน คือ

  • ทักษะการฟัง เนื่องจากจะต้องใช้ในการสอบทักษะเรื่องนี้ที่เรียกว่า Listening Test ที่จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนส่วนละ 10 นาที มีทั้งหมด 40 ข้อ หรือมีเวลาในการสอบทักษะเรื่องการฟังทั้งหมด 40 นาที
  • ทักษะการพูด ก็จะได้รับการเน้นเช่นกันในคอร์สเรียน IELTS เนื่องจากมีการสอบ Speaking Test ซึ่งเป็นการสอบแบบสนทนาจริงๆ มี 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการถามด้วยคำถามทั่วๆ ไป อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว ชีวิตประจำวัน ส่วนที่ 2 ผู้สอบจะได้รับหัวข้อและต้องพูดอธิบายเรื่องนั้นแสดงความคิดเห็น ส่วนที่สามเป็นการถามเชิงลึกซึ่งผู้เข้าสอบจะถูกถามเพื่อให้แสดงความสามารถในการสื่อสารและแสดงความคิดเห็น อาจจะดูยาก แต่ทั้งหมดนี้กินเวลาแค่ไม่เกิน 15 นาที (ซึ่งก็เป็น 15 นาทีที่ต้องเตรียมตัวกันมาดีพอสมควร)
  • ทักษะการอ่าน เนื่องจากจะต้องใช้สอบ Reading Test เป็นการเอาบทความภาษาอังกฤษมาให้อ่านและทำแบบทดสอบเพื่อตอบคำถาม ซึ่งจะมีอยู่ 3 เรื่อง มีขนาดความยาวแต่ละบทความยาวประมาณ 700 คำ ซึ่งอาจจะเป็นเนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ หรือหนังสือวิชาการอะไรก็ได้แล้วแต่ผู้ทดสอบจะเลือกเอามาให้ แล้วทำข้อสอบที่เป็นคำถามจำนวน 40 ข้อ แต่อย่าได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายหาก จะอาศัยหาคำตอบเอาในเนื้อหาที่ถูกนำมาให้อ่าน เพราะมาแนวอ่าน แล้ววิเคราะห์คิดและทำความเข้าใจก่อนจึงจะสามารถตอบคำถามในแต่ละข้อได้
  • ทักษะการเขียน แน่นอนว่าต้องได้เรียน เนื่องจากต้องใช้สอบ Writing Test ซึ่งจะมีชุดคำถามมาให้ 2 ชุด เนื้อหาในการสอบไม่ใช่แบบเลือกข้อถูกหรือข้อผิด แต่เป็นการเขียนบรรยายความคิดเห็น อธิบายและสรุปความเข้าใจจากคำถามหรือโจทย์ที่ได้รับ

นี่คือสิ่งที่จะต้องฝึกฝนเป็นพิเศษในการ เรียน IELTS ซึ่งก็คงจะเห็นแล้วว่าการสอบไม่ง่าย แต่ในเวลาเดียวกันนั่นก็ทำให้มันเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ คนที่ผ่านการสอบนี้ถือว่ามีระดับมาตรฐานในการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับที่ดีมาก สามารถสื่อสารและใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการได้ดี และมีทักษะครบถ้วนในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทุกอย่างในการสื่อสารกันของคนเรา ซึ่งจุดประสงค์ในการสอบทั้งหมดก็เพื่อวัดสิ่งนี้ นั่นก็คือ ระดับความสามารถในการสื่อสารที่บอกให้ทราบว่าเราสามารถสื่อสารเชิงวิชาการได้ดีในระดับไหนนั่นเอง !

การไปศึกษาต่อต่างประเทศในปัจจุบันนับเป็นเรื่องที่ง่ายมาก มีมาตรฐานต่างๆ ออกมาชี้วัดผู้ที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศได้โดยที่เจ้าตัวต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้เดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศได้โดยมีความพร้อมทักษะด้านภาษาอังกฤษในระดับหนึ่ง การเรียน IELTS เพื่อใช้สอบ IELTS ก็เป็นอีกมาตรฐานการวัดผลทักษะภาษาอังกฤษของเราด้วยเช่นกัน เรามารู้จัก IELTS เพื่อเห็นประโยชน์กันดีกว่า

  • การสอบวัดผล IELTS คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร? IELTS หรือ International English Language Testing System เป็นการสอบวัดผลทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ใช้เพื่อวัดผลทักษะภาษาอังกฤษที่ใช้ในการขอยื่นศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยการวัดผลจะทำโดยการแยกวัดทักษะด้านภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้านนั่นคือ ด้านการพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง ซึ่งแต่ละบททดสอบในแต่ละด้านมีการออกแบบให้วัดผลระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสถานศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เพิ่งจะยอมรับการทดสอบนี้เป็นประเทศท้ายๆ จึงมั่นใจได้ว่าการวัดผลนี้จะสามารถช่วยให้ผู้สนใจทำการทดสอบนี้สามารถนำไปใช้งานได้จริง
  • การสอบวัดผล IELTS มีกี่แบบ อะไรบ้าง? การสอบวัดผล IELTS คำนึงถึงฐานความรู้ของผู้เข้าสอบแยกตามระดับการศึกษา โดยแบ่งออกเป็นการสอบวัดผล IELTS Academic Module สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือสูงกว่าในทุกสาขาวิชา และการสอบวัดผล IELTS General Training Module สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี เช่น การสอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศปลายทางระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรฝึกอบรมต่างๆ โดย Academic Module จะมีการแบ่งแยกตามสาขาวิชาจึงมีรายละเอียดความยากง่ายไม่เท่ากัน ซึ่งจะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสาขาวิชาของผู้สอบนั้นๆ
  • มาตรฐานข้อสอบ IELTS เป็นอย่างไร? การสอบ IELTS ในประเทศไทยใช้ข้อสอบกลางจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ Cambridge ประเทศอังกฤษ โดยข้อสอบทุกชุดทุกรอบจะเหมือนกันทั้งหมดตามมาตรฐาน ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าสอบข้อสอบ IELTS รอบไหนจะง่ายรอบไหนจะยาก
  • การเตรียมตัวสอบ IELTS การสอบ IELTS ทางศูนย์รับสมัครสอบ หรือที่เรียกว่า IELTS Registration Centre สามารถรับผู้เข้าสอบสัญชาติไทยเท่านั้น กรณีเรียน IELTS กับทางสถาบัน เช่น British Council และ IDP ซึ่งเป็นศูนย์รับสมัครสอบด้วยและเปิดให้เรียน IELTS ด้วยนั้นผู้เรียนสามารถสมัคร ได้โดยตรงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเติม ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสมัครสอบประมาณ 5,900-6,300 บาท ต้องสมัครล่วงหน้าก่อนสอบรอบจริง 2-3 อาทิตย์ กรณีติดขัดสามารถยื่นขอเลื่อนวันสอบได้ล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 800 บาท
  • เตรียมตัวเตรียมใจไปสอบ ตามสถานศึกษาเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะที่ต้องทราบก่อนจะไปเตรียมตัวสอบนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในกรณีที่ต้องการหวังผลการสอบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ความอดทน ความขยัน และมีวินัย จึงจะสามารถสร้างทักษะการฝึกฝนให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ สามารถนำเอาความรู้ที่ได้จากการเรียนที่ได้รับมาขยันหมั่นทบทวนเพื่อให้พร้อมลงสนามสอบ

ความพยายามย่อมสร้างความสำเร็จ การเรียน IELTS ให้ได้ผลก็ต้องทราบถึงประโยชน์ของการสอบ IELTS เสียก่อน เมื่อทราบประโยชน์ของมันแล้วอย่ารอช้า รีบเตรียมตัวให้พร้อมไปสอบกันเถอะ

สำหรับคนบางคนที่ต้องการจะไปเรียนต่อเมืองนอก เพื่อความก้าวหน้าในชีวิตนับเป็นความต้องการของทุกคน ทุกชีวิตเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะพัฒนาตัวเองได้ หนทางที่มาแห่งโอกาสที่จะได้รับความก้าวหน้าในชีวิตที่เราสร้างได้เองนั่น คือการเปิดโอกาสพัฒนาการศึกษาด้วยการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบใช้งานได้ นั่นคือเราต้องพัฒนาและสอบให้ผ่านมาตรฐานการใช้ภาษาอังกฤษผ่านมาตรฐานวิชา เช่น TOEFL – Test Of English as a Foreign Languageและ IELTS – International English Language Testing System อดีตจนปัจจุบันชื่อที่คุ้นหูเรามากคือ TOEFL แต่ด้วยข้อสอบที่นำบางส่วนของโจทย์มาจากหนังสือวิชาการ และการตอบข้อสอบแบบมัลติ-ช้อยเพียงอย่างเดียว ในปัจจุบันจึงเปิดโอกาสให้มีการทดสอบ IELTS ซึ่งอิงข้อสอบจากข่าวจากความรู้ทั่วไป นำมาประยุกต์ใช้เป็นข้อทดสอบความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษทั่วไปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงได้มากกว่า จนเป็นที่ยอมรับกันสถานศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังตามประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง ความน่าสนใจของ IELTS จึงอยู่ที่การทดสอบที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติของการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปได้มากกว่าและเราควรที่จะใช้การทดสอบแนว IELTS นี้เพื่อใช้เปิดโอกาสให้เราได้พัฒนาภาษาเพื่อต่อยอดให้เราได้เข้าศึกษาต่อนอกประเทศต่อไป

  • ผลสอบ IELTS เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง สถานศึกษา มหาวิทยาลัย บริษัท องค์กรทางวิชาชีพ และรัฐบาลใน 135 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐ จีน อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย อาหรับเอมิเรตส์ และตุรกี ต่างประกาศการยอมรับการสอบมาตรฐาน IELTS ซึ่งสามารถวัดทักษะทางภาษาครบถ้วนทั้งสี่ด้าน เช่น การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด การสอบเป็นการทำการทดสอบความสามารถทุกด้านในวันเดียวกันทั้งหมดจึงทำให้น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นการทดสอบที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงการใช้งานจริงมากที่สุดโดยการสอบจะไม่มีการหยุดพักในระหว่างการสอบ อีกทั้งการสอบเป็นการวัดพื้นฐานภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีหมดสิทธิ์ที่จะท่องแนวข้อสอบเข้าไปตอบ
  • ได้รับการพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ เนื้อหาในการสอบความสามารถทักษะด้านภาษาอังกฤษมาตรฐาน IELTS ได้รับการวิจัยและพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ออกแบบการทดสอบความสามารถให้มีความยุติธรรม และเป็นกลางสำหรับผู้ทดสอบ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วิถีการดำเนินชีวิต IELTS วิจัยถึงความแตกต่างวิธีในการตอบรับคำการทดสอบที่ต่างกันจึงยอมให้ผู้สอบเลือกตอบคำถามในข้อสอบการอ่าน หรือเลือกลำดับคำถามคำตอบในการสอบได้ตามต้องการ ตลอดจนสามารถแก้ไขคำตอบแบบทดสอบในระหว่างการสอบได้อีกด้วย
  • ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปี 2013 มีผู้เข้ารับการทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ IELTS ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคนและเพิ่มปริมาณสูงมากขึ้นเรื่อยๆ หากเราดูใน Wikipedia เราจะพบว่ามีสถานศึกษามหาวิทยาลัยต่างประกาศระดับการสอบ IELTS ขั้นต่ำที่ทางมหาลัยจะรับพิจารณาเพื่อให้ศึกษาต่อในกรณีเป็นนักศึกษาจากต่างประเทศ

จากเหตุผล 3 ข้อที่กล่าวมาก็พอจะทราบได้ว่าการสอบ IELTS นั้นได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและเหมาะกับผู้ที่ต้องการวัดผลความสามารถทางภาษาอังกฤษ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สอบไม่ผ่าน TOEFL มีโอกาสสอบ IELTS แทนได้นั่นเอง


การเตรียมตัวสอบ IELTS


สถาบันจะเน้นการสอนที่เฉพาะเจาะจงลงไปที่จุดอ่อนของผู้เรียน IELTS แต่ละคน เนื่องจากประสบการณ์กว่า 10 ปี ของทีมอาจารย์ เห็นว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการเตรียมตัวสอบนั้น จำเป็นที่จะต้องกล้าคิด กล้าแสดงออก และมีความคิดที่กล้าตัดสินใจ สุขุม รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ การพูด หรือการเขียน ซึ่งตรงจุดนี้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่จะดึงความสามารถของนักเรียน และทำีการพัฒนาศักยภาพให้ถึงที่สุด สิ่งสำคัญของการทำข้อสอบ IELTS คือการบริหารเวลา และการฝึกฝนทำแบบฝึกหัด โดยจะต้องทำการบ้านแบบจับเวลาทำการบันทึกเวลาที่ใช้ไปแต่ละส่วน อย่าหนีในสิ่งที่ตนไม่ถนัด อีกทั้งจะต้องเรียนรู้เทคนิคต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ และสามารถทำข้อสอบได้ทันเวลาทำให้ จะได้คะแนนที่สูงตามมา สิ่งสำคัญของผู้ที่เรียน IELTS ต้องเข้าใจคือภาษาอังกฤษ ไม่สามารถเรียนให้เก่ง ได้ชั่วข้ามคืน นั่นหมายถึง ผู้เรียนควรกลับไปทบทวนบทเรียน และ หมั่นท่องคำศัพท์ที่ที่ออกบ่อยๆ แต่ก็ไม่ต้องกังวล เกี่ยวกับเรื่องคำศัพท์มากนัก เพราะ คำศัพท์ของ IELTS ไม่ได้ยากมากมายอะไร ฝึกที่จะคิดหัวข้อ ขึ้นพูด และ ฝึกที่จะพูดหน้ากระจก อย่ากลัวหรืออายที่จะพูด

1. ส่วนของการฟัง มีทั้งสิ้น 4 parts (ให้เวลา 30 นาที) และเวลาอีก 10 นาที ตอบลงในกระดาษคำตอบ

  • Section 1: A conversation in an everyday social context between two people
  • Section 2: A monologue in an everyday social context
  • Section 3: a conversation in an education or training context
  • Section 4: A lecture or talk on a topic of general academic interest

เทคนิค IELTS – Listening

  • ฝึกอ่านโจทย์และขีดเส้นใต้ คำสำคัญ (key words) ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การทำข้อสอบ ในส่วนของการฟังให้ได้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องกลับไปฝึกฝนเพิ่มเติมเองที่บ้าน ลำพังแต่การฟังในห้องเรียนไม่เพียงพอ
  • พยายามฟังคำที่มีเหมือนกับในโจทย์ที่ให้มา ( synonym/ similar words)
  • อาจเจอหลาย accent (ต้องฝึกฟังมาหลายๆ สำเนียง) ซึ่งทางสถาบันของเรา จะให้ผู้เรียนในคอร์สฝึกฟังสำเนียงหลากหลาย
  • ฝึกการทำสอบ IELTS โดยจะต้องฝึกฟัง อ่าน และจดโน้ต ไปพร้อมๆกัน
  • ในเรื่องการเติมคำ ระวัง grammar เช่น unit (หน่วย) เซน กิโล เติม s, es / หน่วยเงิน รวมทั้ง verb forms, spelling, plural จุดนี้ไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเราจะเน้นย้ำกันเป็นประจำอยู่แล้ว
  • หากเจอการกรอกแผนที่ให้พยายามฟังจุดเริ่มต้น turn left, turn right, corner, next, near, opposite, etc
  • ข้อสอบ IELTS ไม่เหมือนกับข้อสอบ SAT นั่นคือ ตอบผิดไม่ติดลบ ถ้าไม่รู้ควรเดา อย่าเว้นว่าง

โดยปกติก่อนทำข้อสอบจริง จะได้ยินตัวอย่างในการตอบ (ข้อเดียวเท่านั้น) ให้ผู้สอบลดการเกร็ง ก่อนที่จะได้ยินและต้องตอบจริง ผู้สอบต้องอ่านคำสั่งให้ละเอียดว่า เขียนคำตอบได้ไม่เกินกี่คำ ในทุกๆตอน เช่นตอบได้ไม่เกิน 3 คำ (NO MORE THAN THREE WORDS) เพราะจะไม่ได้คะแนนเลย ถ้าเขียนผิดคำสั่ง ผู้สอบจะมีโอกาสได้อ่านคำถามล่วงหน้าก่อนตอบในชุดถัดไปประมาณ 1 นาที ตามที่เทปสั่ง ในระหว่างนั้นควรอ่านคำถาม และคิดภาพกว้างๆในใจ เช่น ถ้าถาม How many members of the club now? ให้คิดว่า ตอนนี้มีสมาชิกกี่คน อย่าไปยึดติดกับคำว่า “now”เพราะอาจจะไม่ได้ยินคำนี้ในบทสนทนาต้องคิดว่า ตอนนี้ มีสิทธิใช้คำว่า present, at a moment, หรือ recently ก็ได้ถ้าหากฟังไม่ทัน และรู้ตัวว่าพลาดข้อนั้นไปแล้ว ต้องตัดใจ อย่าพยายามกลับไปตอบ ต้องตั้งสติและมุ่งหาคำตอบข้อต่อไป มิเช่นนั้น จะพลาดต่อเรื่อยๆ เพราะผู้สอบจะไม่มีโอกาสฟังซ้ำ เมื่อทำการโน้ตในสิ่งที่ได้ยินขณะฟัง ผู้สอบจะต้องทำสัญลักษณ์ที่ผู้สอบเข้าใจเพื่อย่นเวลาการโน้ต จะได้จับใจความได้มากขึ้น และต้องฝึกเขียนด้วยลายมือที่อ่านออก ตอนกลับมาอ่านเองจะได้ไม่งง เช่น w/o คือ คำว่า without พยายามโน้ตทุกสิ่งที่ได้ยินลงในชุดกระดาษคำถาม หลังฟังจบ ผู้สอบจะมีเวลา 10 นาที ให้เขียนคำตอบซึ่งถือว่าค่อนข้างมากอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เขียนคำตอบต้องมั่นใจว่าสะกดถูกต้อง และใส่คำถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เช่น ถ้าคำตอบข้อนั้นต้องเป็นรูปพหูพจน์ แต่ผู้สอบไม่เติม s ข้อนั้นก็จะไม่ได้คะแนน ย้ำเรื่องรายมือ ถ้าผู้สอบเขียนหวัดมาก จนอ่านไม่ออก ก็มีสิทธิไม่ได้คะแนนเช่นกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้ยินหลากหลายสำเนียงจากข้อสอบ IELTS ไม่ใช่แค่ British หรือ American Accent เท่านั้น สำเนียงต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น หรือ อินเดีย ก็มีโอกาสได้ยิน แต่เป็นสำเนียงที่ฟังรู้เรื่องและเข้าใจได้อย่างดี Listening เป็นทักษะที่สอบอันแรก เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มควรไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ขณะที่ฟัง ผู้สอบไม่มีสิทธิเข้าห้องน้ำเหมือนทักษะอื่น และพยายามตอบให้ครบทุกข้อถึงแม้ในข้อที่ไม่แน่ใจ

2. ส่วนของการอ่าน มีทั้งหมด 3 parts ให้เวลา 1 ชั่วโมง (3 เรื่อง เรื่องละ 20 นาที)

เทคนิค IELTS Reading

  • อ่านคำถาม ขีดเส้นใต้ key word ของคำถามนั้นๆ รวมถึงใช้เทคนิคประกอบเช่น Prediction Skill ,Skimming Skill , Scanning และ การเดาความหมาย
  • คำถามประเภทถาม lists of heading ควรอ่านประโยคแรกของย่อหน้านั้นๆ เพื่อหา main idea ของแต่ละย่อหน้าก่อน รวมถึงอย่าใช้เวลา กับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป หากทำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อน และพยายามปรับสมอง อย่าให้กังวลกับข้อที่ผ่านๆมา โดยจะต้อง บริหารเวลา ควรใช้เวลา 20 นาที / 1 เรื่อง
  • อ่านโจทย์แต่ละประเภทให้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อสอบเติมคำ no more than …… words หรือ ข้อสอบประเภทให้เติม True , False, Yes, No, Not Given

3. ส่วนของการเรียน Writing IELTS แบ่งเป็น 2 tasks ให้เวลา 1 ชั่วโมง

Task 1. การเขียนบรรยาย graph / table / diagram

  • ไม่ต้องเขียนความเห็นลงไป ควรเขียนอย่างน้อย 150 คำ ควรใช้เวลา 20 นาที และ เขียนเว้นบรรทัดเพื่ออ่านง่าย
  • ผู้เขียนไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดทั้งหมดลงไป แต่ให้พยายามเลือกบรรยาย เฉพาะข้อมูลที่สำคัญเท่านั้น จะได้คะแนนดี ถ้าเขียนเชิงเปรียบเทียบข้อมูล โดยคอร์สเรียน IELTS ของเราจำกัดจำนวนของผู้เรียน นั่นหมายถึงในทุกๆหัวข้อของการเขียนของทุกคน อาจารย์จะตรวจอย่างละเอียด โดยไม่มีการข้าม

Task 2. การเขียน short essay

  • เขียนอย่างน้อย 250 คำ ควรใช้เวลา 40 นาที โดยอ่านคำถามให้ดีและตอบให้ครบทุกคำถาม
  • วางแผนก่อนเขียน / ร่าง outline และ พยายามใช้ linking words มาช่วยในการลำดับความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ควรใส่ personal experience และยกตัวอย่างประกอบการเขียนลงไป ระวัง structure / วางแผน paragraph / มี introduction, body และ conclusion แน่นอนว่าในส่วนยากส่วนนี้ ผู้เรียน จะได้ทราบถึง การเขียนที่ถูกต้องตามหลักการที่แท้จริง ซึ่งหาเรียนได้ยากเพราะจะสอนกันในระดับปริญญาโท แต่สถาบันของเรากล้าเอามาสอน (ของมันแรง) เนื่องจากครูป๊อบอายของเรา มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่จบปริญญาเอกด้านการเขียนมาโดยตรงจากประเทศอังกฤษ นั่นหมายถึงการเขียนที่ถูกต้องตามหลักการได้ถ่ายทอดมายังครูป๊อบอาย และครูป๊อบอายก็ได้นำเคล็ดลับตรงนี้มาสอนให้กับนักเรียนของเราทุกคน
  • เขียนทั้ง เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แล้วสรุปว่าน้ำหนักเอนไปทางไหนมากกว่า โดย ระวังเรื่อง spelling และ พยายามใช้คำศัพท์ให้หลากหลาย ซึ่งตรงส่วนนี้สถาบันเราสอน IELTS อย่างเข้มข้น

4. การสอบ IELTS ส่วนของการพูด

  • Intro & Interview (4-5 นาที) เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการบ้าน ครอบครัว การทำงาน การเรียน งานอดิเรก
  • Individual long term (3-4 นาที) อาจารย์จะเลือก topic มา 1 เรื่องให้กระดาษเพื่อร่างประมาณ 1 นาที จากนั้นจะให้พูดแบบ non-stop (speech) เป็นเวลา 2 นาที ห้ามหยุดจนกว่าอาจารย์จะบอกให้หยุด
  • Two-way discussion (4-5 นาที) discuss ใน topic ต่อเนื่องจากข้อ 4.2 เป็นคำถามประเภทถามความคิดเห็น ให้ผู้สอบใส่เหตุผลและความคิดเห็นพร้อมทั้ง ยกตัวอย่างลงไป

หลักการให้คะแนน IELTS Speaking ประกอบด้วย 4 ส่วน

  • Fluency Coherence : ความคล่อง แต่อย่าพยายามพูดเร็วมากนักเพราะจะทำให้พูดไม่ชัดฟังไม่รู้เรื่อง และความเชื่อมโยงระหว่างประโยคกัับประโยค
  • Lexical resource : การใช้ศัพท์ ไม่ใช้ศัพท์ที่ง่ายหรือคำซ้ำมากเกินไป
  • Grammatical Range and Accuracy เช่น ถาม past ตอบ past
  • Pronunciation : ต้อง stress คำให้ถูกต้อง เน้นการสื่อสารถูกอารมณ์

เคล็ดลับโดยกรรมการของ IELTS


ผมมั่นใจว่าหลังหลังจากอ่านโพสต์อันก่อนของผมแล้ว คุณอดใจรอไม่ไหวที่จะอ่านโพสต์ต่อไปกันเลยทีเดียว เคล็ดลับเหล่านี้ได้รับการเปิดเผยจากกรรมการชายท่านหนึ่งของ IELTS

เคล็ดลับข้อสอบ Speaking

ถ้าหากคุณตั้งเป้าไว้ที่ Band 6 คุณไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษที่ซับซ้อน เพียงแค่อย่าพูดผิดในประโยคพื้นฐานก็พอ อย่าทดลองใช้คำศัพท์ใหม่ในการสัมภาษณ์ มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลย ใช้คำและวลีที่คุณมั่นใจแค่นั้นก็พอ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้และเห็นคำศัพท์ใหม่ แต่คุณไม่แน่ใจว่ามันหมายความว่าอย่างไรหรือใช้ในสถานการณ์ไหน อย่าเอาคำนั้นไปใช้ในการสอบพูด

ไม่มีใครตัดสินคุณจากความคิดของคุณ แต่จะตัดสินภาษาอังกฤษของคุณเพียงอย่างเดียว ถ้ามีหนัง (เรื่องโปรด) ที่คุณไม่สามารถอธิบายได้และมีอีกเรื่อง (คุณดูมาเมื่อเร็วๆนี้) ที่สามารถอธิบายได้ เลือกเรื่องที่สอง เพราะกรรมการไม่สนใจความจริงสักเท่าไหร่ เขาโฟกัสที่การใช้ภาษาอังกฤษของคุณเท่านั้น

คุณต้องคิดถึงว่าจะพูดอะไรและพูดอย่างไร เปิดเผยความเป็นตัวเองของคุณออกมาผ่านภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่แค่เพียงเรียนรู้คำศัพท์และวลีใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องฝึกฝนจนกระทั้งคุณมีความเชี่ยวชาญอีกด้วย ถ้าคุณทำผิดถือว่าแย่ ถ้าคุณแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นด้วยตัวเองถือว่าดี เพราะว่ากรรมการจะไม่นับข้อผิดพลาดของคุณและจะสร้างความประทับใจเมื่อตอนที่คุณแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ตั้งใจทำข้อผิดพลาดนั้น

ถ้าคุณพูดว่า “economic” แทนที่จะพูดว่า “economy” และพูดผิดอีกหลายครั้ง คุณจะได้คะแนน Band 5 ถ้าคุณพูดผิดแต่สองสามครั้ง คุณน่าจะได้คะแนน Band 6 หากกรรมการไม่เข้าใจคุณ คุณได้คะแนน Band 4 คุณควรแสดงให้เห็นว่าสามารถที่จะใช้คำศัพท์พิเศษได้เล็กน้อยหากต้องการคะแนน Band 7 อธิบายแนวความคิดได้ดีมาก ชัดเจนมาก และไม่ใช้แค่คำศัพท์ทั่วไป แต่ใช้คำศัพท์ที่สูงขึ้นไป เช่น “economic environment”, “favorable conditions” และคำอื่นอีกมากมาย

เคล็ดลับจากกรรมการของ IELTS (อีกท่าน)

ผมโชคดีที่ได้พบกับบุคคลพิเศษมากๆท่านหนึ่ง นั่นคือกรรมการของ IELTS เขาส่งอีเมลให้ผมและบอกเล่าเกี่ยวกับเคล็ดลับพิชิตข้อสอบ IELTS ข้อมูลจริงจากวงใน และที่สำคัญผมจะไม่เก็บมันไว้คนเดียวอย่างแน่นอน

เคล็ดลับข้อสอบ Writing

เป็นการดีกว่าที่คุณจะเขียนแบบปกติทั่วไป ไม่ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่สูงมาก ไม่ต้องใช้วลีหรือโครงสร้างประโยคที่คุณไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ถ้าคุณต้องการคะแนน Band 6 ไม่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างประโยคที่ซับซ้อน แต่หากคุณตั้งเป้าไว้ที่ Band 7 คุณต้องโชว์โครงสร้างประโยค ภาษา และคำศัพท์ขั้นสูง

อย่าเขียนเกิน 260-265 คำ ในข้อสอบ Writing Task 2 ทำไมหรา ไม่ใช่เพราะว่าคุณจะได้คะแนนน้อยลงหรอกนะ แต่เพราะด้วยเหตุผลสองข้อนี้:

1) เสียเวลา

2) คำยิ่งเยอะ ข้อผิดพลาดก็เยอะตาม

หากคุณได้รับคำสั่งให้เขียนครอบคลุมทุกจุดสำคัญในบทความ/จดหมาย ทำตามนั้นเพราะกรรมการนับคะแนนจากคำสั่งนั้นจริงๆ อย่าใช้คำเชื่อมประโยคเยอะจนเกินไป (เช่นคำว่า However, Furthermore, Moreover และอื่นๆอีกมากมาย) กรรมการคอยจับผิดคุณอยู่

ข้อสอบ Speaking – เคล็ดลับในการสัมภาษณ์

พูดจนกว่ากรรมการจะบอกหยุด อย่าเพียงแค่ตอบคำถามและหยุด แสดงให้เห็นว่าคุณเก่งภาษาอังกฤษมากแค่ไหน ทำให้เหมือนราวกับคุณกำลังสอบขับรถ ขับตรงไปเรื่อยๆจนกระทั้งเขาบอกให้เลี้ยวขวา ซ้าย หรือจอด

มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่คุณต้องพูดในสิ่งที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งนั้นเลย ถ้าคุณไม่รู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้น บอกกรรมการทันทีเพราะกรรมการจะเปลี่ยนคำถามให้ เพราะหากคุณไม่บอกกรรมการและพยายามพูด กรรมการอาจไม่คิดว่าคุณมีปัญหาเรื่องความรู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้นแต่เขาจะคิดว่าคุณพูดไม่ได้ตะหาก

ข้อสอบ Speaking ของ IELTS ในประเทศอิหร่าน กรกฎาคม 2017

ด้านล่างนี้คือคำถามในข้อสอบ Speaking ที่ออกในข้อสอบ IELTS ที่อิหร่าน:

ข้อสอบ Speaking

ช่วงที่ 1 Interview

– What is your full name?

– Can I see your ID?

– Where are you from?

– Do you work or study?

– Is it acceptable for visitors or advisors to make a speech for school children?

– Is it better to have a teacher make a speech or someone else, like parents?

– What do you think about robots?

– Is it good to have a robot at home?

– What do you think about travel by car which is controlled by a robot?

ช่วงที่ 2 Cue Card

พูดเกี่ยวกับบทสนทนาที่น่าสนใจที่คุณเคยเจอ หรือการบรรยายที่คุณเคยได้ยิน โปรดพูดตามหัวข้อย่อยนี้

– Who the speaker was

– When you heard him/her or talked with him/her

– What the speech/conversation was about

– Why it was interesting to you

ช่วงที่ 3 Discussion

– What abilities make a person a good public speaker?

– Is it good to use a video presentation or other visual aids during the speech?

– Let’s talk about online shopping.

– Have you ever bought a pair of shoes online?

– Is it important to wear good shoes?

– Which do you prefer, good-looking shoes or comfortable ones?


เทคนิคการทำข้อสอบ SAT เลข

การเตรียมตัวสอบ IELTS  : ปัจจัยสำคัญในวันสอบ การสอบ IELTS เป็นการสอบที่จัดได้ว่ามีค่าสอบที่แพงมากทีเดียว นักเรียนหลายคนมักจะมาบ่นว่าติวเสร็จแล้วก็อยากจะสอบๆให้ผ่านไปได้ในครั้งเดียว แต่ในทางกลับกัน IELTS เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษที่ยากและท้าทาย อย่างมาก แม้ว่านักเรียนทั้งหลายจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษในระดับม.ปลายอยู่แล้ว ก็ไม่สามารถจะสอบผ่านกันได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตามคุณสามารถลดความเครียดได้ด้วยการมั่นใจว่า……… อ่านต่อ


การสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาเยอรมันการเตรียรมตัวที่ผิดพลาด : มีเหตุผลมากมายว่าทำไมอาจมีคนทำพลาดแบบผม โดยปกติแล้วคนเราชอบจะทำสิ่งที่เราถนัดและหลีกเลี่ยงสิ่งที่เราไม่ถนัด ผมถนัดการเขียนดังนั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผมจะเขียนบทความและจดหมายต่างๆและและไม่แยแสเรื่องที่ยากทั้งหมดและถือว่าน่ากลัวอีกด้วย หรือในทางตรงกันข้ามคนที่อนุมานได้ว่าเก่งการเขียนแต่ตั้งใจพัฒนาทักษะที่ไม่ถนัดด้านอื่น …… อ่านต่อ 


เทคนิดสอบ IELTS


Listening IELTS เทคนิค

IELTS Reading เทคนิค

Writing IELTS เทคนิค

Speaking IELTS เทคนิค

เทคนิคการทำข้อสอบ IELTS

การเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อสอบ IELTS จำเป็นต้องใช้เวลามากพอสมควร เนื่องจากการสอบ IELTS เป็นการสอบเพื่อวัดผลในระดับสูง มีความยากและท้าทายค่อนข้างมากหากต้องการที่จะสอบให้ได้ Band 6.5 ขึ้นไป จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี ทางสถาบัน Acknowledge เข้าใจในความจำเป็นดังกล่าว ดังนั้นสถาบันจึงได้คัดครูที่มีประสบการณ์สอนมาเป็นผู้รับผิดชอบคอร์สเรียน IELTS และแน่นอนว่าสถาบันยังเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ตั้งใจทุกคนครับ