เรียน TOEIC รับรองผล

โรงเรียน ACKNOWLEDGE กรุงเทพ
เกี่ยวกับสถาบัน
กลับหน้าแรก
คอร์สทั้งหมดที่เปิดสอน
ครูผู้สอนภาษา
ครูผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และการคำนวณ
วิธีการสมัครเรียน - แผนที่ของสถาบัน
เกี่ยวกับสถาบัน Acknowledge
ภาพบรรยากาศการเรียน
คำถามที่พบบ่อย
บทความที่น่าสนใจ
คอร์สรับรองผลสอบ
CU-TEP รับรองผล 550 คะแนน
SAT I รับรองผล 1200 คะแนน
CU-AAT รับรองผล 1200 คะแนน
TOEIC รับรองผล 700 คะแนน
IELTS รับรองผล 6.5
TU-GET รับรองผล 600 คะแนน
 

เรียน TOEIC ที่สถาบัน Acknowledge


เรียน TOEIC กับเราเพื่อประโยชน์ในการปรับเงินเดือน และความก้าวหน้าทางการงานทางสถาบันตระหนักดีว่า การสอบ TOEIC เป็นการสอบที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การสอบเข้า เรียนในระดับมหาวิทยาลัยของเด็กนักเรียนระดับ ม.ปลาย เพราะนั่นหมายถึง คะแนนที่ได้ จะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ในบางครั้งจะเป็นตัวกำหนดชีวิตของคนคนนั้น (จริงๆไม่ได้อยากจะให้เครียดนะครับ) รวมถึงการก้าวหน้าในตำแหน่ง หน้าที่การงาน ผู้เรียนบางท่านต้องใช้ในการปรับเงินเดือน บางท่านใช้ในการเลื่อนขั้น บางท่านต้องใช้ในการสมัครงาน หรือบางทีอาชีพที่คนส่วนใหญ่ใฝ่ฝัน ไ่ม่ว่าจะเป็นแอร์โฮสเตจ หรือสจ๊วต ต่างก็ต้องสอบกันทั้งนั้น ดังนั้นสถาบันของเราจึงจัดชุดอาจารย์ที่ดีที่สุด และผ่านการสอบด้วยคะแนนสูงลิ่วมาทำการสอนให้กับทุกท่าน โดยจะเป็นอาจารย์ 3 ท่าน แยกรับผิดชอบสอนแยกในแต่ละส่วน ไม่ว่าจะเป็น Listening Grammar Reading และยังมีการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษให้กับทุกคน เพื่อที่จะได้เรียนไปในทิศทางเดียวกันอย่างราบรื่น โดยอาจารย์ทุกท่านจะเป็น อาจารย์ระดับปริญญาโท เกียรตินิยม ผู้ซึ่งมีประสบการณ์สอน TOEIC มายาวนาน และ อาจารย์ทุกท่านล้วนเคยสอบได้เกือบเต็มมาแล้วไม่่ว่าจะเป็นครูกุ้ง ครูกอล์ฟ ครูป๊อบอาย โดยหลักการของอาจารย์ จะเน้นไปที่จุดอ่อนของแต่ละบุคคล เน้นเคาะสนิมที่เกาะเรื้อรังอยู่มานาน เน้นความเข้าใจไม่เน้นจำ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เทคนิคการทำข้อสอบ ให้ได้อย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากนี้ อาจารย์ของเราไม่เคยย่อท้อที่จะสอนเพิ่มเติมให้นอกเวลา ผู้เรียนท่านใดมีข้อสงสัย สามารถขอให้อาจารย์มาสอนเพิ่มเติมให้ หลังจากหมดคลาส (หรือก่อนเข้าเรียน) ขอให้สถาบันของเรา ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทุกคน พบกับคำตอบสุดท้ายของที่เรียน TOEIC ที่ไหนดีที่สุด ได้ที่ Acknowledge สถาบันที่คน PANTIP บอกต่อ อีกทั้งการเดินทางยังสะดวกสบาย ติดกับ BTS ช่องนนทรี ถัดจากสถานีสยามเพียง 2 สถานี

เทคนิคในการฟังคืออย่างมโข่ง ทำไม่ได้ก็รีบไปทำข้อต่อไปเทคนิคเล็กๆที่ไม่ควรละเลยในระหว่างการทำข้อสอบ คืออย่าสติแตกด้วยการงมโข่ง นั่นหมายถึงหากฟังไม่ทันข้อไหนอย่าปักใจรักมัน ข้ามไปโดยด่วน ไม่อย่างงั้น ก็ทำให้ระบบความคิดย้อนไปย้อนมา ธาตุไฟเข้าแทรกสติแตกได้ง่ายๆ ยอมเสียส่วนน้อยเพื่อทำส่วนใหญ่ คราวนี้พอจะทราบไหมครับว่า ทำไมฟังแทบตายก็ฟังไม่รู้เรื่องซักที นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ คนไทยส่วนใหญ่มองข้าม นั่นคือการฟังที่เราไม่รู้เรื่องมีสาเหตุมาจาก การออกเสียงของเราที่ผิดมาตั้งแต่แรก เพราะเมื่อคุณออกเสียงผิด มาตั้งแต่แรก "สมอง" จะบันทึกเสียงนั้นๆเอาไว้ ซึ่งเป็นเสียงที่ผิดๆที่คุณบันทึกเอาไว้ นั่นหมายความว่าที่คุณฟังไม่รู้เรื่องไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะฝรั่งเค้าไม่ได้พูดอย่างคุณไงครับ จำไว้ว่าเราจะฟังออกถ้าเสียงนั้นมันตรงกับสิ่งที่บันทึกไว้ในสมองของเรา สรุปง่ายๆ การฟังที่ดีจะต้องเริ่มจากการอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ดังนั้นแนะนำว่าหากจะฝึกการฟังเพิ่มเติม ก็พยายามออกเสียงตามเทปมันไปด้วยนะครับ

ข้อสอบที่เน้นด้านการอ่าน จะต้องอ่านให้เร็วและจับใจความสำคัญให้ได้สำหรับข้อสอบ TOEIC ในส่วนของการอ่าน ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่บทความ ทางธุรกิจเป็นส่วนมาก (ก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะ TOEIC เป็นข้อสอบที่เอาไปใช้เพื่อการทำงาน) ไม่ว่าจะเป็น ข้อความโฆษณา อ่านจดหมาย การอ่านอีเมลตอบรับจากลูกค้า อีเมลจากหัวหน้าไปบอกลูำกน้อง หรือจะเป็นการจองโรงแรม เป็นต้น ดังนั้น การอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษจะช่วยได้มาก หากฝึกที่อ่านบทความเล็กๆ ในช่วงเวลาเช้าระหว่างก่อนเข้างาน อีกทั้งจำไว้ว่า หากผู้เรียนคนไหนไม่คล่องใน part ไหน ก็ต้องพยายามเพิ่มขึ้น อย่าไปทิ้ง part นั้นๆ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือทำไม่ทัน เพราะข้อสอบค่อนข้างเยอะ (200 ข้อ) แต่อย่างไรก็ตามเราต้องฝึกให้มีความเคยชินในภาษาอังกฤษ นั่นคือ จะต้องเอาหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ มาอ่านทุกๆวัน หากมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ การฝึกพูดให้คล่อง จะมีส่วนช่วยในการทำข้อสอบได้เร็วขึ้นเป็นเงาตามตัว

 
 

คอร์ส TOEIC รับรองผล


เริ่มเรียนวันเริ่มเรียนจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 ราคาทั้งสิ้น 6,500 บาท เรียนสด 50 ชม. (เรียนวันจันทร์ - พฤหัส) เรียนวันละ 2.5 ชั่วโมง โดยจะเรียน 4 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลาทั้งสิ้น 5 สัปดาห์จึงจบคอร์ส

PART
จำนวนชั่วโมง
วันเรียน
เวลาเรียน
ปรับพื้นฐาน (Foundation)
12.5
จันทร์
18.00-20.30
Reading + Vocab
12.5
อังคาร
18.00-20.30
Listening
12.5
พุธ
18.00-20.30
Grammar
12.5
พฤหัส
18.00-20.30

หมายเหตุ

  • รวมค่าเอกสารทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องชำระอะไรเพิ่มเติม
  • สอนไม่เร็ว เน้นพื้นฐาน จากนั้นก็เสริมด้วยชุดโจทย์ โดยอาจารย์ 3 ท่านสอนแยกในแต่ละ PART และเป็นอาจารย์คนไทย 3 ท่าน ที่ชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด อาจารย์ของเราไม่ดุ แต่จิกถาม (ดังนั้นหากไม่ตั้งใจ คิดว่าจะมานั่งหลับ แนะนำว่ากลับบ้านไปนอนดีกว่า) อีกทั้งโจทย์ของเราจะเป็นฐานข้อสอบ TOEIC เก่าๆที่หลากหลายทุกรูปแบบ การให้คำศัพท์เป็นชุดๆที่จะต้องเจอในข้อสอบอยู่แล้ว ทำให้ผู้ที่มาเรียนเข้าสนามสอบด้วยความมั่นใจ
  • รับรองผลคะแนนสอบที่ 700 คะแนน (มีการเช็คชื่อ และตรวจการบ้านด้วยนะครับ)
  • คอร์สโทอิคของเราจะเปิดแต่วันธรรมดา ไม่มีเสาร์อาทิตย์นะครับ (เห็นหลายคนโทรเข้ามาสอบถามกันเหลือเกิน) อย่างไรก็ตาม ที่สถาบันเราเปิดคอร์สตอนเย็นเพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นคนวัยทำงาน ซึ่งเอาเวลาเสาร์อาทิตย์ไปพักผ่อนดีกว่า (ถ้าจะเหนื่อยก็เหนื่อยวันธรรมดาให้มันจบ!!!)
  • สำหรับผู้ที่ทิ้งภาษาอังกฤษไปนาน หรือมีอายุมากแล้ว คิืดว่าภาษาอังกฤษของตนเองอ่อน ไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะเราจะมีการปรับพื้นฐานให้ในวันจันทร์ด้วย ตั้งใจเรียน รับรองว่าไม่ยากครับ อีกอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเพื่อน รับรองว่าส่วนใหญ่วัยเดียวกัน ไม่ค่อยมีเด็ก ม.ต้น หรือ ม.ปลายมาแย่งตอบให้รำคาญใจ ว้าว
  • ไม่มีการส่งสอบ และดำเนินการสมัครสอบให้นะครับ
  • หากผู้เรียนในห้องไปกันได้เร็ว ก็จะมีการเสริมแบบฝึกหัดเข้าไปเป็นโจทย์ที่หลากหลายเพิ่มขึ้น
  • เป็นคอร์สไม่ใหญ่ ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณสิบกว่าคน ไม่ต้องขี่คอกันเรียน หรือไม่ต้องกลัวว่าจะแย่งอากาศกันหายใจ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าครูจะดูแลไม่ทั่วถึง รับรองว่าครูจะดูและเราเป็นอย่างดี เปิดโอกาสให้ซักถาม ทั้งในและนอกห้อง
 
 

ทีมคณาจารย์ผู้สอน


ทีมอาจารย์ผู้สอน TOEIC ของสถาบันเรา

ครูกอล์ฟ & ป๊อบอาย

กับ 2 อาจารย์เจ้าประจำแห่งสถาบันของเรา ที่สอนกันมากว่าเกือบ 10 ปี และแน่นอนว่า เรื่องความเป๊ะด้านหลักไวยากรณ์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะนอกจากจะสอน TOEIC กันแล้ว ยังจะมีคอร์สหนักๆอย่างอื่นสอนกันเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น CU-TEP IELTS ก็สามารถกันอยู่แล้วกับคู่นี้ กับมหาบัณฑิตจากอักษรจุฬา และจากเกษตรศาสตร์ ด้วยอดีตกับคะแนนสอบ TOEIC 980 กับ 950 (สอบเมื่อ 8 ปีที่แล้ว) สุดยอดเทคนิคจริงๆ

 

ครูกุ้ง & มินต์

ครูกุ้งกับการสอน Listening นั้น เป็นของคู่กัน กับความเก่งกาจที่ติดตัวกลับมาจากการเรียนที่สิงคโปร์ และต่างประเทศมากว่า 10 ปี อีกทั้งครูพี่มินท์กับอดีตที่เคยสอบ TOEIC ได้เต็มโดยที่ไม่ได้อ่านหนังสือไปสอบซักตัวเดียว พบกับคณาจารย์ของเราได้ที่สถาบัน Acknowledge เท่านั้นนะครับ

ยังมีครูอีกหลายท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นครูลูกหว้า ครูต่าย แต่ว่ายังไงก็อภัยให้เว็บมาสเตอร์เถอะนะ

 
 

สอบ TOEIC มาก็หลายครั้ง แต่ไม่ผ่านซักที เพราะ ...


คนที่มาเรียนส่วนใหญ่จะลืมภาษาอังกฤษไปหมดแล้วเมื่อก่อนภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แถมทิ้งไปนานจนลืมหมด อันนี้เป็นอาการเจ้าประจำกับผู้ที่มาเรียน TOEIC กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างจะทิ้งทุกอย่างไปหมดแล้ว อีกทั้งงานเยอะไม่มีเวลาทวน การบ้านไม่มีเวลาทำ สิ่งที่อยากจะฝากบอกคือ จะมีคนบางประเภทที่มักจะบอกว่า ตัวเองงานยุ่งจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพ (แล้วจะต้องรอให้ตัวเองตายก่อนหรือไง?) บางคนบอกว่างานยุ่งไม่มีเวลาดูแลลูก (แล้วจะต้องรอให้มันเสียคนก่อนเหรอ?) ผมไม่เคยเห็นคนที่จะอ้างว่า งานยุ่งไม่มีเวลาอาบน้ำแปรงฟันเลย!!! สิ่งที่ผมต้องการสื่อคือ แทนที่จะอ้างว่างานยุ่งลองมาคิดที่จะหาเวลา หรือจัดเวลาให้เป็นระเบียบแล้ว มาติว (หรือจะอ่านเองก็ได้ครับไม่ว่ากัน) ขอเพียงแต่มีการให้ความสำคัญอยู่บ้างก็สามารถสอบผ่านได้ ในบางครั้งผู้ที่มาเรียนอีกกลุ่มที่มักจะเป็นประจำคือน้องๆปี 4 ที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยและก็มักจะเป็นนักศึกษาที่ทิ้งภาษาอังกฤษไปตั้งแต่ ปี 1 อย่างไรก็ตาม น้องๆที่ยังคงอยู่มหาวิทยาลัยน่าจะมีความได้เปรียบเรื่องเวลา ที่ยังมีเวลามาเรียน หรือมีเวลาทบทวนได้มากกว่าคนวัยทำงาน สำหรับเรื่องที่บอกว่าลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว อันนี้ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ (หากมาเรียนกับเรา) เพราะเราจะมีการปูพื้นฐานให้สำหรับทุกๆคนอยู่แล้ว แต่การปูพื้นฐานตรงนี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่างที่เราเคยเรียนมาสมัยวัยทีนมาทั้งหมด แต่อาจจะดึงมาบางส่วนที่สำคัญๆมากล่าวถึง

การสอบ TOEIC ที่เป็นหลักไวยากรณ์จะค่อนข้างยากกับคนที่ทิ้งไปนานทิ้งซักอย่างแล้วมั่วคงพอได้มั่งแหละ แน่นอนว่าหากใครเคยสอบ TOEIC มาบ้าง จะพอแบ่งลักษณะของข้อสอบได้คร่าวๆ เป็นสองประเภท คือ เป็นแบบที่เป็นคล้ายกับหลักไวยากรณ์ (ซึ่งในที่นี้ก็รวมถึง Reading และคำศัพท์ด้วย) กับอีกประเภทคือ เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องใช้หูในการฟังมันให้ออกว่า ตกลงมันพูดอะไร (วะ) ซึ่งในส่วนของการฟังนี้ อาจจะไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในหลักการอะไรมากนัก ขอเพียงฟังออก แล้วก็วิเคราะห์ จากนั้นก็กาซะ ส่วนใหญ่แล้วน้องๆที่มาเรียนที่นี่ จะมีบางประเภทที่มักจะไม่ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง (ก็ไม่แปลก เพราะถ้าได้ทั้งสองอย่างจะมาเรียนทำไม ป่านนี้ก็สอบผ่านกันหมดแล้วดิ) แต่สิ่งที่แปลกคือ การเลือกที่จะฝึกฝน คนที่ไม่ชอบก็ยังคงไม่ชอบกันต่อไป และก็ไม่สนใจที่จะพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น อันนี้น่าเป็นห่วง เพราะเหมือนกับเด็กเลือกกิน ท้ายสุดก็ไม่โตซักที มันไม่ครบนั่นเอง ดังนั้นก่อนที่จะมาติวกับเราขอให้มีการปรับเปลี่ยนความคิดซักนิดก็คือ เราต้องพัฒนาที่เราไม่ถนัด ที่เราถนัดทำให้มันคงเดิมไว้ มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจอยู่เคสหนึ่งคือเมื่อปีก่อน มีผู้ใหญ่คนหนึ่งมาเรียน TOEIC ตัวต่อตัวกับสถาบันเรา ก่อนเรียนเคยสอบมาได้ประมาณ 300 โดยได้เกี่ยวกับไวยากรณ์ 200 และเกี่ยวกับการฟัง 100 เค้าบอกว่าเค้าจะเข้าทำงานที่ SCG แล้วแต่ยังสอบไม่ผ่าน มีเวลาให้กับทางเราติวให้กับเค้า 1 เดือน เค้าจะต้องให้ได้ 600 คะแนน พร้อมกับบอกมาว่าเค้าไม่ชอบการฟังเลย ผมก็แนะนำให้ไปทำอย่างงั้น ทำอย่างงี้ อย่างโน้นเต็มไปหมด เกี่ยวกับการฝึกฝนการฟังด้วยตัวเองที่บ้าน (เพราะเวลาที่เค้าให้มามีไม่มากนักจำเป็นต้องช่วยเหลือตนเองด้วย) แต่เค้าไม่เชื่อผม เค้าลงเรียนแต่ไวยากรณ์ไป 30 ชั่วโมง การบ้านครบที่ให้ทำครบ แต่... พอไปสอบออกมา เค้าได้ส่วนของไวยากรณ์ (รวมถึงการอ่าน) ได้ 400/495 แต่การฟังยังอยู่ที่ 100 เหมือนเดิม รวมแล้วได้ 500 สรุปไม่ผ่าน!!! คิดกันเอาเองนะครับว่าเพราะอะไร

ทำไม่ทัน ลนลานไปหมด งานนี้ต่อให้มีความรู้ก็ไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอ่านไม่ทันลนลานไปหมด ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากผู้สอบลงสอบในครั้งแรกๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นข้อสอบอะไรบนโลกใบนี้ ในการสอบครั้งแรกก็มักจะลนลาน (ทำให้เว็บมาสเตอร์นึกถึงตอนตนเองวัยทีน และจะต้องไปสอบเอ็นทรานซ์) แต่หลังจากผ่านไปได้ซักพักก็จะรู้สึกตนเองเริ่มชิน (อาจจะเพราะสอบไม่ผ่าน จนต้องสอบแล้วสอบอีก) ใช้คำว่าชินพอแล้ว ไม่อยากจะใช้คำว่า ชา (เฮ้ย) สำหรับเคสนี้แนะนำให้สำหรับผู้มาติวในบางกลุ่มเท่านั้น เพราะบางคนไม่เป็น ที่แนะนำคือ ในกลุ่มคนที่ต้องรีบใช้ผลคะแนนในการยื่น และมีเวลาน้อยๆ และไม่เคยสอบ เช่นจะต้องใช้คะแนนยื่นในอีกสองเดือนข้างหน้า หากพลาดรอบนี้แล้วไม่มีโอกาสแก้ตัว แนะนำตรงนี้เลยนะครับ ว่าให้ไปสอบอยู่เรื่อยๆก่อนที่จะเรียนคอร์สของเราให้จบ ส่วนใหญ่เสียดายเงินรอให้จบคอร์สก่อนแล้วไปสอบ งานนี้เละกันมาหลายราย ไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้ไปสอบนะครับ เพราะสถาบันเราจะต้องยัดความรู้เข้าปากแล้วไปสอบอยู่แล้ว เพียงแต่อาการลนลาน มักจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้แม้ว่าตนเองจะมีความรู้ก็ตาม ในบางคนอาการหนักหน่อย จะมีการย้ำคิดย้ำทำในการสอบ Listening ด้วย งานนนี้กร่อยแน่!!! วิธีแก้คือต้องฝึกที่จะ ลืมๆมันไปซะ ตั้งสติกับข้อใหม่ อย่ากังวลกับข้อเก่าที่ทำไม่ทัน การที่เราพยายามที่จะฝึกทำการบ้านโดยการจับเวลา ก็เป็นตัวเลือกในการแก้ไขได้ดี

หนังสือที่ขายอยู่ในท้องตลาดเป็นทางเลือกในการเตรียมสอบ TOEIC ที่ดีครับอ่านหนังสือจับประเ็ด็นไม่ได้ แน่นอนว่าการที่เราจะพยายามทำอะไรซักอย่าง ส่วนใหญ่จะต้องเริ่มจากสิ่งที่ประหยัดที่สุดก่อน นั่นคือทางเลือกแรก (สำหรับคนที่ตั้งใจ) คือการซื้อหนังสือมาอ่านเอง ซึ่งเป็นความคิดที่ดีนะครับ (สมัยก่อนเว็บมาสเตอร์ก็ไม่ได้จะมีเงินทองอะไรมากมายนัก ซื้อมาอ่านเองก็สอบเข้ามหาลัยได้) แต่การซื้อหนังสือมาอ่านเอง อาจจะเหมาะสำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น นั่นคือกลุ่มที่ยังพอจำภาษาอังกฤษได้ หรือในกลุ่มที่เคยชอบเรียนภาษาอังกฤษมาในสมัย ม.ปลายอยู่บ้าง แล้วกลุ่มที่ไม่ชอบล่ะ งานนี้งานกร่อยเพราะไม่เคยคิดที่จะซื้อมาอ่านอยู่แล้ว อ่านแล้วมีแต่หลับก่อน ที่สำคัญคือ คนกลุ่มนี้มักจะพอนั่งอ่านแล้ว จะมั่วซั่วไปหมด เพราะไม่มีของเก่าในสมัย ม.ปลาย มาให้ปะติดปะต่อ แนะนำครับว่ามาเรียนกับเราดีกว่า (แต่ต้องทำการบ้านที่ให้ไปด้วยนะครับ) อีกลุ่มที่แนะนำให้มาเรียนไม่ควรซื้อหนังสือมาอ่านคือ กลุ่มที่ต้องรีบใช้คะแนน นั่นคือ ไม่มีเวลาในการทำความเข้าใจมากนัก มาเอาเทคนิคจากเราไปดีที่สุด อาจจะใช้เงินใช้ทองมากหน่อย (ถ้าเทียบกับหนังสือหลักร้อยบาท) แต่เรื่องประสิทธิภาพในการสอน TOEIC ของสถาบันเรา จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในเวลาอันสั้น

ความประมาทเป็นหนทางของความตายประมาท อันนี้ไม่ต้องนิยามอะไรมากนัก เพราะหากจะทำอะไรก็ตามบนโลกใบนี้ หากประมาทละก็จบ โดยเฉพาะแบบไม่มีทางแก้ตัว หากพลาดแล้วด้วยล่ะก็งานนี้มีเฮ สำหรับสาเหตุของความประมาทนั้น มีได้หลายสาเหตุ ผมขอเคสที่เคยเจอจากเด็กที่มาติว TOEIC กับทางเราก็แล้วกัน อย่างแรกเห็นบ่อยมากนั่นคือ ประมาทเพราะจำนวนรอบที่เปิดสอบเยอะมาก โดยกลุ่มคนพวกนี้จะเป็นประเภทว่าสอบมันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็คงจะสอบผ่านซักรอบละ(วะ) บอกตามตรงเลยว่า หากมีความคิดแบบนี้หากต้องการคะแนนที่ประมาณ 500 ยังพอจะมีผ่านกันบ้าง หากสอบกันไปเรื่อยๆ แต่หากต้องการคะแนน 600 อัพ แล้วทิ้งภาษาอังกฤษไปนาน ขอบอกว่างานนี้ไม่มีฟลุคนะครับ สอบไปเรื่อยๆไม่ผ่านมีแต่จะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เคสที่สองเคยเจออยู่คือประมาทเพราะมีเส้น ส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆที่จะต้องไปเข้าเป็นแอร์โฮสเตจ ประมาณว่าคุณพ่อคุณแม่หนูท่านเส้นใหญ่น่ะค่ะ ยังไงหนูก็สอบได้อยู่แล้ว โอเค หนูเข้าได้อยู่แล้ว แต่... หนูใช้เส้นเข้าไปได้ด้วยคะแนนเท่าไหร่? หากเข้าไปด้วยคะแนน 300 แล้วพูดกับฝรั่งไม่ได้ เคยคิดบ้างไหมว่า หนูจะใช้ปี๊บสีไหนดีคลุมหัวดีอะค๊าาาา เคสแบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่มีบุญบารมีมีองค์ให้ลงเป็นประจำอยู่แล้ว ก็อย่าไปพยายามทำให้ตัวเองหรือคุณพ่อคุณแม่กลายเป็นเป้าให้ชาวบ้านเค้านินทาเล่นเลยค่ะ คิดเสียว่ามาเรียนเพื่อให้ได้ความรู้ติดตัวไว้ดีกว่า เคสที่สามประมาทเพราะเมื่อก่อนเคยเก่ง งานนี้ไม่ต้องบรรยายมากนัก แบบว่า หนูเคยเทพอะ สำหรับเคสแบบนี้หากสอบไม่ผ่านแนะนำให้ไปซื้อหนังสืออ่านเอง น่าจะพอเอาตัวรอดได้ แต่็ก็อย่างที่บอกหากไม่ค่อยมีเวลาก็มาติวซะดีกว่า

อ่านบทความเสริมเกี่ยวกับ TOEIC คลิ๊กต่อเลย !!!

เทคนิคการทำข้อสอบ TOEIC ข้อสอบ TOEIC ONLINE (GRAMMAR) ชุดที่ 1
เรียน Listening อย่างไรให้ประสบผลสำเร็จข้อสอบ TOEIC ONLINE (GRAMMAR) ชุดที่ 2
 
โทร 088-4913362 , 081-4267996 สีลม กรุงเทพ (11.00 - 19.00 น.) ดูแผนที่