ป้ายกำกับ: ติว IELTS

สถาบัน Acknowledge Centre

Published / by Language Tutor

เรียน IELTS


เรียน ielts ของสถาบันเราเน้นการสอนสด รับรองผล อาจารย์สี่ท่านคอร์สเรียน IELTS ระยะยาว 70 ชั่วโมง มีการปูพื้นฐานระหว่างการเรียน ที่สำคัญคืออาจารย์คนไทยทั้งหมด  4 ท่าน กับประสบการณ์สอน IELTS มากว่า 10 ปี (ว่างๆก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเรียนกับคนไทย แล้วจะรู้ว่าหนูจะเรียนรู้เรื่องตลอดๆ งานนี้เฟิร์ม) สอนไปกันอย่างช้าๆ ค่อยๆสร้างความมั่นใจ อีกทั้งพร้อมลากกันไปทำโจทย์ แต่ระวังการบ้านให้ดี เพราะงานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ (แบบว่าการบ้านเพียบ) แต่ที่ผ่านมาผลการตอบรับของเราสอบผ่านกันเพียบจริง อะไรจริง (แต่ก็ทำการบ้านเหนื่อยจริง)

โดยนอกจากคอร์ส IELTS ราคาไม่แพงแล้ว ยังมีการเรียนตัวต่อตัวแบบเน้นๆกับครูที่สอนคอร์สได้โดยตรง พบกับคำตอบสุดท้ายกับการ เรียน IELTS ที่ไหนดี สอนสด ราคาค่าเรียนสมเหตุสมผล เดินทางสะดวกสถาบันของเราใกล้กับสีลม ติดกับสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี ได้ที่ Acknowledge สถาบันแนะนำที่คน pantip บอกต่อ

การติวในส่วนของการพูดSpeaking IELTS – เน้นความคิดที่จำเป็นต้องสรุปรวบยอด มีการจัดหมวดหมู่ข้อสอบที่เป็นฟอร์มที่ออกบ่อยๆ รวมถึงการ discussion ที่จะต้องนำความคิดของคนอื่นๆมาช่วยกันระดมสมอง เน้นการแก้ไขจุดอ่อนในส่วนที่ผู้เรียนไม่ถนัด ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนให้สามารถคิดหาประเด็นต่างๆ ที่จะพูดในระยะเวลาอันจำกัด และเรียนถึงวิธีการเรียบเรียงและการจัดระบบความคิด ให้มีความสอดคล้อง และแสดงความคิดเห็นได้ออกมาชัดเจน อย่างไรก็ตามสถาบันของเราได้มีการสอนหลักไวยากรณ์ที่จำเป็น สำหรับการ Speaking อีกด้วย

การเรียนในส่วนของการอ่าน และการฟังReading และ Listening – ผู้เรียนจะถูกฝึกฝนอย่างเข้มข้นให้สามารถสร้างภาพ และความรู้สึกร่วมกับเนื้อหาของแต่ละบทความ ที่กำลังอ่านอยู่ โดยผู้เรียนจะได้รับชุดคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกัน และเทคนิคในการเดาคำศัพท์ที่ไม่รู้จากบริบท โดยในส่วนของการฟังจะให้มีการฟังจากเทปเสมือนจริง และการสนทนาที่หลากหลายรูปแบบ รู้ถึงวิธีในการจับประเด็นสำคัญ การนึกภาพถึงเหตุการณ์ในขณะนั้นๆ การจับความรู้สึกของผู้พูด รวมถึง Techniques การจับใจความ ที่สถาบันของเราจะเน้นตรงจุดนี้เป็นอย่างมาก เพราะบางท่านอาจจะไม่ได้แม่นคำศัพท์เท่าที่ควร

การติวด้านการเขียนบทความในข้อสอบ ieltsIELTS Writing – เน้นการทำแบบฝึกหัดที่ตรงแนวข้อสอบ โดยเราสอนให้เรียนรู้เทคนิคการ Writing อย่างทรงประสิทธิภาพ เขียนบทความออกมาแล้ว ถูกหลักไวยากรณ์ สื่อความหมาย สอดคล้อง ชัดเจน มีการใช้ศัพท์และสำนวนที่ถูกต้อง มีการใช้คำเชื่อมที่ทำให้ประโยคไพเราะและน่าคล้อยตาม โดยจะเน้นที่การจัดระบบความคิด การหาเหตุผลมารองรับสิ่งที่บรรยายออกมา โดยครูป๊อบจะมีเทคนิควิธี writing IELTS ได้อย่างมีโครงสร้างที่ชัดเจน และสามารถนำโครงสร้างดังกล่าวไปสวมได้ทันที อีกทั้งยังชุดคำศัพท์ที่หลากหลายและมีความเป็นเอกลักษณ์ที่จะเรียกคะแนนได้ออกมาอย่างชัดเจน


คอร์ส IELTS สอนสด


สถาบันสอนทั้งคอร์สเรียนรวม และ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการลงคอร์สรวมสามารถเลือกเรียนแบบตัวต่อตัวที่สถาบัน มีข้อดีอยู่ตรงที่จัดเวลาเรียนได้ด้วยตัวเอง

คอร์ส IELTS ของสถาบัน

มีสองแบบโดยจะเรียนสัปดาห์ละวันคือเรียนทั้งวันของวันเสาร์ และเรียนสัปดาห์ละสามวัน คือเรียนทุกๆวันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ อาจารย์คนไทย 4 ท่าน คลาสเล็ก เอาใจใส่ สอบถามได้ทั้งภายใน และะภายนอกห้องเรียน โดยคอร์สเรียนของทางสถาบันจะเป็นคอร์สสอนสด โดยจะแบ่งออกเป็นเรียนสัปดาห์ละหนึ่งวันใช้เวลาเรียนประมาณสองเดือนกว่า และการเรียนแบบเร่งด่วนจะใช้เวลาเรียน 1 เดือน โดยประมาณ ทั้งสองแบบสอนเนื้อหาเหมือนกัน สำหรับหากคอร์สไหน มีคะแนนค่อนข้างไปทางอ่อน เราจะมีการปรับพื้นฐานให้ 6 ชั่วโมง ฟรี (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของครูผู้สอน)  

  • คอร์สสด มีสองแบบคือเรียนทุกๆวันเสาร์ หรือวันธรรมดาจันทร์ พุธ ศุกร์ ราคาค่าเรียนเพียง 13,500 บาท ใช้เวลาเรียน 70 ชั่วโมง เรียนเวลา 08.45-17.00 น. 
  • สำหรับคอร์ส IELTS Online จะเรียน เสาร์ และ อาทิตย์ เวลา 09.30-12.00 จำนวน 70 ชั่วโมง 13,500 เช่นเดียวกันครับ 
วันเริ่มเรียน
วัน
ประเภท
31 กค. 64
เสาร์
สด 1 วัน / สัปดาห์
12 มิย. 64
เสาร์ อาทิตย์
ออนไลน์ 2 วัน / สัปดาห์
5 กค. 64
จันทร์ พุธ ศุกร์
สด เร่งรัด 3 วัน/สัปดาห์
26 มิย. 64
เสาร์
สด 1 วัน / สัปดาห์

หมายเหตุ

  • เป็นการ ติวสอบ IELTS สอนสด กลุ่มเล็กไม่เกิน 9-10 คน เปิดโอกาสในการซักถามทั้งในและนอกห้องเรียน แต่หากนักเรียนไม่ได้มาเรียน ทางสถาบันจะไม่ได้โทรแจ้งกับทางผู้ปกครองนะครับ แต่ถ้าผู้ปกครองต้องการทราบเกี่ยวกับการเรียนของน้องก็สามารถโทรมาติดต่อ สอบถามได้ตลอดๆครับ
  • คอร์สเรียน IELTS วันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ จะเป็นคอร์สเรียน IELTS เร่งรัด ด่วนสรุป โดยจะเป็นการเรียนสัปดาห์ละ 3 วัน มีหลักสูตรการเรียนการสอนคล้ายกับเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน เพียงแต่คอร์สเร่งรัดจะจบเร็วกว่า โดยจะใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนครับ ซึ่งจะมีเนื้อหาแบบเดียวกันกับคอร์ส IELTS วันเสาร์
  • ค่าเอกสารฟรีตลอดการเรียน ราคาของสถาบันไม่มีหมกเม็ด ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่มีค่าลงทะเบียน
  • สอบไม่ผ่าน 6.5 เรียนคอร์สต่อไปได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม (รบกวนเขียนรีวิวให้ทางสถาบันก่อนมาซ้ำคอร์ส) ทั้งนี้ เราจะมีการเช็คชื่อ ตรวจการบ้าน ดูความตั้งใจประเมินผ่านจากอาจารย์ด้วยนะครับ
  • นอนและพักผ่อนกันมาเยอะๆหน่อยครับ และเนื่องจากว่าต้องเรียนวันละ 7 ชั่วโมง ดังนั้นตอนพักเที่ยงน้องๆผู้หญิงอาจจะต้องรีบทานข้าวกันนิดนึง
  • ในกรณีเปิดคอร์ส IELTS เรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • ในกรณีดรอปคอร์ส (พักการเรียน) นักเรียนจะต้องชำระค่าดรอปคอร์ส 1,500 บาท
  • สำหรับการเรียน IELTs ตัวต่อตัว ถ้าขาดการติดต่อเกินสามเดือนถือว่าสละสิทธิ์

IELTS TIPS 



การเตรียมตัวสอบ IELTS


สถาบันจะเน้นการสอนที่เฉพาะเจาะจงลงไปที่จุดอ่อนของนักเรียนแต่ละคน เนื่องจากประสบการณ์กว่า 10 ปี ของทีมอาจารย์ เห็นว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการเตรียมตัวสอบนั้น จำเป็นที่จะต้องกล้าคิด กล้าแสดงออก และมีความคิดที่กล้าตัดสินใจ สุขุม รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Speaking และ Writing ซึ่งตรงจุดนี้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่จะดึงความสามารถของนักเรียน และทำีการพัฒนาศักยภาพให้ถึงที่สุด สิ่งสำคัญของการทำข้อสอบ IELTS คือการบริหารเวลา และการฝึกฝนทำแบบฝึกหัด โดยจะต้องทำการบ้านแบบจับเวลาทำการบันทึกเวลาที่ใช้ไปแต่ละส่วน อย่าหนีในสิ่งที่ตนไม่ถนัด อีกทั้งจะต้องเรียนรู้เทคนิคต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ และสามารถทำข้อสอบได้ทันเวลาทำให้ จะได้คะแนนที่สูงตามมา สิ่งสำคัญของผู้ที่เรียนต้องเข้าใจคือภาษาอังกฤษ ไม่สามารถเรียนให้เก่ง ได้ชั่วข้ามคืน นั่นหมายถึง ผู้เรียนควรกลับไปทบทวนบทเรียน และ หมั่นท่องคำศัพท์ที่ที่ออกบ่อยๆ แต่ก็ไม่ต้องกังวล เกี่ยวกับเรื่องคำศัพท์มากนัก เพราะ คำศัพท์ของ IELTS ไม่ได้ยากมากมายอะไร ฝึกที่จะคิดหัวข้อ ขึ้นพูด และ ฝึกที่จะพูดหน้ากระจก อย่ากลัวหรืออายที่จะพูด

1. ส่วนของ Listening มีทั้งสิ้น 4 parts (ให้เวลา 30 นาที) และเวลาอีก 10 นาที ตอบลงในกระดาษคำตอบ

  • Section 1: A conversation in an everyday social context between two people
  • Section 2: A monologue in an everyday social context
  • Section 3: a conversation in an education or training context
  • Section 4: A lecture or talk on a topic of general academic interest

เทคนิค IELTS – Listening

  • ฝึกอ่านโจทย์และขีดเส้นใต้ คำสำคัญ (key words) ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การทำข้อสอบ ในส่วนของการฟังให้ได้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นต้องกลับไปฝึกฝนเพิ่มเติมเองที่บ้าน ลำพังแต่การฟังในห้องเรียนไม่เพียงพอ
  • พยายามฟังคำที่มีเหมือนกับในโจทย์ที่ให้มา ( synonym/ similar words)
  • อาจเจอหลาย accent (ต้องฝึกฟังมาหลายๆ สำเนียง) ซึ่งทางสถาบันของเรา จะให้ผู้เรียนในคอร์ส IELTS ฝึกฟังสำเนียงหลากหลาย
  • ฝึกการทำสอบ IELTS โดยจะต้องฝึกฟัง อ่าน และจดโน้ต ไปพร้อมๆกัน
  • ในเรื่องการเติมคำ ระวัง grammar เช่น unit (หน่วย) เซน กิโล เติม s, es / หน่วยเงิน รวมทั้ง verb forms, spelling, plural จุดนี้ไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเราจะเน้นย้ำกันเป็นประจำอยู่แล้ว
  • หากเจอการกรอกแผนที่ให้พยายามฟังจุดเริ่มต้น turn left, turn right, corner, next, near, opposite, etc
  • ข้อสอบ IELTS ไม่เหมือนกับข้อสอบ SAT นั่นคือ ตอบผิดไม่ติดลบ ถ้าไม่รู้ควรเดา อย่าเว้นว่าง

โดยปกติก่อนทำข้อสอบ IELTS จะได้ยินตัวอย่างในการตอบ (ข้อเดียวเท่านั้น) ให้ผู้สอบลดการเกร็ง ก่อนที่จะได้ยินและต้องตอบจริง ผู้สอบต้องอ่านคำสั่งให้ละเอียดว่า เขียนคำตอบได้ไม่เกินกี่คำ ในทุกๆตอน เช่นตอบได้ไม่เกิน 3 คำ (NO MORE THAN THREE WORDS) เพราะจะไม่ได้คะแนนเลย ถ้าเขียนผิดคำสั่ง ผู้สอบจะมีโอกาสได้อ่านคำถามล่วงหน้าก่อนตอบในชุดถัดไปประมาณ 1 นาที ตามที่เทปสั่ง ในระหว่างนั้นควรอ่านคำถาม และคิดภาพกว้างๆในใจ เช่น ถ้าถาม How many members of the club now? ให้คิดว่า ตอนนี้มีสมาชิกกี่คน อย่าไปยึดติดกับคำว่า “now”เพราะอาจจะไม่ได้ยินคำนี้ในบทสนทนาต้องคิดว่า ตอนนี้ มีสิทธิใช้คำว่า present, at a moment, หรือ recently ก็ได้ถ้าหากฟังไม่ทัน และรู้ตัวว่าพลาดข้อนั้นไปแล้ว ต้องตัดใจ อย่าพยายามกลับไปตอบ ต้องตั้งสติและมุ่งหาคำตอบข้อต่อไป มิเช่นนั้น จะพลาดต่อเรื่อยๆ เพราะผู้สอบจะไม่มีโอกาสฟังซ้ำ เมื่อทำการโน้ตในสิ่งที่ได้ยินขณะฟัง ผู้สอบจะต้องทำสัญลักษณ์ที่ผู้สอบเข้าใจเพื่อย่นเวลาการโน้ต จะได้จับใจความได้มากขึ้น และต้องฝึกเขียนด้วยลายมือที่อ่านออก ตอนกลับมาอ่านเองจะได้ไม่งง เช่น w/o คือ คำว่า without พยายามโน้ตทุกสิ่งที่ได้ยินลงในชุดกระดาษคำถาม หลังฟังจบ ผู้สอบจะมีเวลา 10 นาที ให้เขียนคำตอบซึ่งถือว่าค่อนข้างมากอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เขียนคำตอบต้องมั่นใจว่าสะกดถูกต้อง และใส่คำถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เช่น ถ้าคำตอบข้อนั้นต้องเป็นรูปพหูพจน์ แต่ผู้สอบไม่เติม s ข้อนั้นก็จะไม่ได้คะแนน ย้ำเรื่องรายมือ ถ้าผู้สอบเขียนหวัดมาก จนอ่านไม่ออก ก็มีสิทธิไม่ได้คะแนนเช่นกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้ยินหลากหลายสำเนียงจากข้อสอบ IELTS ไม่ใช่แค่ British หรือ American Accent เท่านั้น สำเนียงต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น หรือ อินเดีย ก็มีโอกาสได้ยิน แต่เป็นสำเนียงที่ฟังรู้เรื่องและเข้าใจได้อย่างดี Listening เป็นทักษะที่สอบอันแรก เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มควรไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ขณะที่ฟัง ผู้สอบไม่มีสิทธิเข้าห้องน้ำเหมือนทักษะอื่น และพยายามตอบให้ครบทุกข้อถึงแม้ในข้อที่ไม่แน่ใจ

2. ส่วนของการอ่าน มีทั้งหมด 3 parts ให้เวลา 1 ชั่วโมง (3 เรื่อง เรื่องละ 20 นาที)

เทคนิค IELTS Reading

  • อ่านคำถาม ขีดเส้นใต้ key word ของคำถามนั้นๆ รวมถึงใช้เทคนิคประกอบเช่น Prediction Skill ,Skimming Skill , Scanning และ การเดาความหมาย
  • คำถามประเภทถาม lists of heading ควรอ่านประโยคแรกของย่อหน้านั้นๆ เพื่อหา main idea ของแต่ละย่อหน้าก่อน รวมถึงอย่าใช้เวลา กับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป หากทำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อน และพยายามปรับสมอง อย่าให้กังวลกับข้อที่ผ่านๆมา โดยจะต้อง บริหารเวลา ควรใช้เวลา 20 นาที / 1 เรื่อง
  • อ่านโจทย์แต่ละประเภทให้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อสอบเติมคำ no more than …… words หรือ ข้อสอบประเภทให้เติม True , False, Yes, No, Not Given
  • บทความมากมายที่ออกบ่อยในข้อสอบ IELTS มาจากหลายแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้:
    1. Economist – หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่เน้นเฉพาะข่าวการเมืองต่างประเทศและความคิดเห็นต่างๆ
    2. The Economist Technology quarterly
    3. New Scientist – นิตยสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายสัปดาห์ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและเนื้อหาที่มีความหลากหลาย
    4. American Scientist – นิตยสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกสองสัปดาห์
    5. The Geographical Journal – สิ่งตีพิมพ์ต้นฉบับงานวิจัยและทุนการศึกษาในด้านภูมิศาสตร์กายภาพและภูมิศาสตร์มนุษย์ รวมทั้งบทความออนไลน์ งานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ
    6. Australian geographic – วารสารข้อมูลอ้างอิงด้านความบันเทิงและข้อมูลจริงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับประเทศออสเตรเลีย
    7. The British museum – สิ่งตีพิมพ์ออนไลน์
    8. Illustrated London News – ตัวอย่างภาพข่าวของเหตุการณ์สำคัญในอังกฤษและของโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

3. ส่วนของ Writing IELTS แบ่งเป็น 2 tasks ให้เวลา 1 ชั่วโมง

Task 1. การเขียนบรรยาย graph / table / diagram

  • ไม่ต้องเขียนความเห็นลงไป ควรเขียนอย่างน้อย 150 คำ ควรใช้เวลา 20 นาที และ เขียนเว้นบรรทัดเพื่ออ่านง่าย
  • ผู้เขียนไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดทั้งหมดลงไป แต่ให้พยายามเลือกบรรยาย เฉพาะข้อมูลที่สำคัญเท่านั้น จะได้คะแนนดี ถ้าเขียนเชิงเปรียบเทียบข้อมูล โดยคอร์ส IELTS ของเราจำกัดจำนวนของผู้เรียน นั่นหมายถึงในทุกๆหัวข้อของการเขียนของทุกคน อาจารย์จะตรวจอย่างละเอียด โดยไม่มีการข้าม

Task 2. การ writing ที่เป็น short essay

  • เขียนอย่างน้อย 250 คำ ควรใช้เวลา 40 นาที โดยอ่านคำถามให้ดีและตอบให้ครบทุกคำถาม
  • วางแผนก่อนเขียน / ร่าง outline และ พยายามใช้ linking words มาช่วยในการลำดับความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ควรใส่ personal experience และยกตัวอย่างประกอบการเขียนลงไป ระวัง structure / วางแผน paragraph / มี introduction, body และ conclusion แน่นอนว่าในส่วนยากส่วนนี้ ผู้เรียน จะได้ทราบถึง การเขียนที่ถูกต้องตามหลักการที่แท้จริง ซึ่งหาเรียนได้ยากเพราะจะสอนกันในระดับปริญญาโท แต่สถาบันของเรากล้าเอามาสอน (ของมันแรง) เนื่องจากครูป๊อบอายของเรา มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่จบปริญญาเอกด้านการเขียนมาโดยตรงจากประเทศอังกฤษ นั่นหมายถึงการเขียนที่ถูกต้องตามหลักการได้ถ่ายทอดมายังครูป๊อบอาย และครูป๊อบอายก็ได้นำเคล็ดลับตรงนี้มาสอนให้กับนักเรียนของเราทุกคน
  • เขียนทั้ง เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แล้วสรุปว่าน้ำหนักเอนไปทางไหนมากกว่า โดย ระวังเรื่อง spelling และ พยายามใช้คำศัพท์ให้หลากหลาย ซึ่งตรงส่วนนี้สถาบันเราสอน IELTS อย่างเข้มข้น
  • เทคนิคการฝึกเขียนในรูปแบบของ PEEL ซึ่งย่อมาจากคำว่า

                     Point – นี่คือประเด็นของคุณซึ่งไม่ควรยากมากกว่า 2 ประโยค

                     Explanation การอธิบาย ,

                     Example – มาพร้อมกับตัวอย่างที่สนับสนุนประเด็นของคุณ ไม่เกิน 2 ตัวอย่าง

                     Link – กลับไปยังประเด็นของคุณและสรุปบทความ

  • สำนวนที่เหมาะกับการใช้ในการสอบ Writing IELTS เรียนได้จากลิงก์ต่อไปนี้

4. การสอบ IELTS ส่วนของ Speaking

  • Intro & Interview (4-5 นาที) เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการบ้าน ครอบครัว การทำงาน การเรียน งานอดิเรก
  • Individual long term (3-4 นาที) อาจารย์จะเลือก topic มา 1 เรื่องให้กระดาษเพื่อร่างประมาณ 1 นาที จากนั้นจะให้พูดแบบ non-stop (speech) เป็นเวลา 2 นาที ห้ามหยุดจนกว่าอาจารย์จะบอกให้หยุด
  • Two-way discussion (4-5 นาที) discuss ใน topic ต่อเนื่องจากข้อ 4.2 เป็นคำถามประเภทถามความคิดเห็น ให้ผู้สอบใส่เหตุผลและความคิดเห็นพร้อมทั้ง ยกตัวอย่างลงไป

หลักการให้คะแนน IELTS Speaking ประกอบด้วย 4 ส่วน

  • Fluency Coherence : ความคล่อง แต่อย่าพยายามพูดเร็วมากนักเพราะจะทำให้พูดไม่ชัดฟังไม่รู้เรื่อง และความเชื่อมโยงระหว่างประโยคกัับประโยค
  • Lexical resource : การใช้ศัพท์ ไม่ใช้ศัพท์ที่ง่ายหรือคำซ้ำมากเกินไป
  • Grammatical Range and Accuracy เช่น ถาม past ตอบ past
  • Pronunciation : ต้อง stress คำให้ถูกต้อง เน้นการสื่อสารถูกอารมณ์

ถ้าพูดผิด สามารถแก้คำพูดได้ เช่น

  • “I move to Paris two years ago… Sorry, I moved to Paris two years ago.”
  • “My favourite building is rouge… I mean red.
  • “The taste of the fruit was extra… extra… extraordinary. Sorry, I always find that word difficult to say!”

*หมายเหตุ คำที่ถูกแก้ไขที่เป็นตัวเอียง (moved, red) จะเน้นเป็นพิเศษ หมายถึงว่าคุณต้องพูดคำเหล่านั้นให้ดังมากขึ้นและยาวมากขึ้นกว่าคำอื่นๆ

หยุดคิดได้ โดยใช้สำนวนดังต่อไปนี้

  • So, what I mean to say is…
  • Yes, that’s interesting. Ummm, what I think about this is…

เคล็ดลับโดยกรรมการของ IELTS


ผมมั่นใจว่าหลังหลังจากอ่านโพสต์อันก่อนของผมแล้ว คุณอดใจรอไม่ไหวที่จะอ่านโพสต์ต่อไปกันเลยทีเดียว เคล็ดลับเหล่านี้ได้รับการเปิดเผยจากกรรมการชายท่านหนึ่งของ IELTS และแน่นอนว่าเทคนิคต่างๆเหล่านี้ นักเรียนที่เรียนคอร์ส IELTS กับเรา ก็จะได้รับการย้ำคิดย้ำทำจนเทคนิคเหล่านี้ขึ้นใจ

เคล็ดลับข้อสอบ Speaking

ถ้าหากคุณตั้งเป้าไว้ที่ Band 6 คุณไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษที่ซับซ้อน เพียงแค่อย่าพูดผิดในประโยคพื้นฐานก็พอ อย่าทดลองใช้คำศัพท์ใหม่ในการสัมภาษณ์ มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลย ใช้คำและวลีที่คุณมั่นใจแค่นั้นก็พอ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้และเห็นคำศัพท์ใหม่ แต่คุณไม่แน่ใจว่ามันหมายความว่าอย่างไรหรือใช้ในสถานการณ์ไหน อย่าเอาคำนั้นไปใช้ในการสอบ Speaking

ไม่มีใครตัดสินคุณจากความคิดของคุณ แต่จะตัดสินภาษาอังกฤษของคุณเพียงอย่างเดียว ถ้ามีหนัง (เรื่องโปรด) ที่คุณไม่สามารถอธิบายได้และมีอีกเรื่อง (คุณดูมาเมื่อเร็วๆนี้) ที่สามารถอธิบายได้ เลือกเรื่องที่สอง เพราะกรรมการไม่สนใจความจริงสักเท่าไหร่ เขาโฟกัสที่การใช้ภาษาอังกฤษของคุณเท่านั้น

คุณต้องคิดถึงว่าจะพูดอะไรและพูดอย่างไร เปิดเผยความเป็นตัวเองของคุณออกมาผ่านภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่แค่เพียงเรียนรู้คำศัพท์และวลีใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องฝึกฝนจนกระทั้งคุณมีความเชี่ยวชาญอีกด้วย ถ้าคุณทำผิดถือว่าแย่ ถ้าคุณแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นด้วยตัวเองถือว่าดี เพราะว่ากรรมการจะไม่นับข้อผิดพลาดของคุณและจะสร้างความประทับใจเมื่อตอนที่คุณแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ตั้งใจทำข้อผิดพลาดนั้น

ถ้าคุณพูดว่า “economic” แทนที่จะพูดว่า “economy” และพูดผิดอีกหลายครั้ง คุณจะได้คะแนน Band 5 ถ้าคุณพูดผิดแต่สองสามครั้ง คุณน่าจะได้คะแนน Band 6 หากกรรมการไม่เข้าใจคุณ คุณได้คะแนน Band 4 คุณควรแสดงให้เห็นว่าสามารถที่จะใช้คำศัพท์พิเศษได้เล็กน้อยหากต้องการคะแนน Band 7 อธิบายแนวความคิดได้ดีมาก ชัดเจนมาก และไม่ใช้แค่คำศัพท์ทั่วไป แต่ใช้คำศัพท์ที่สูงขึ้นไป เช่น “economic environment”, “favorable conditions” และคำอื่นอีกมากมาย

เคล็ดลับจากกรรมการของ IELTS (อีกท่าน)

ผมโชคดีที่ได้พบกับบุคคลพิเศษมากๆท่านหนึ่ง นั่นคือกรรมการของ IELTS เขาส่งอีเมลให้ผมและบอกเล่าเกี่ยวกับเคล็ดลับพิชิตข้อสอบ IELTS ข้อมูลจริงจากวงใน และที่สำคัญผมจะไม่เก็บมันไว้คนเดียวอย่างแน่นอน

เคล็ดลับข้อสอบ Writing

เป็นการดีกว่าที่คุณจะเขียนแบบปกติทั่วไป ไม่ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่สูงมาก ไม่ต้องใช้วลีหรือโครงสร้างประโยคที่คุณไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ถ้าคุณต้องการคะแนน Band 6 ไม่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างประโยคที่ซับซ้อน แต่หากคุณตั้งเป้าไว้ที่ Band 7 คุณต้องโชว์โครงสร้างประโยค ภาษา และคำศัพท์ขั้นสูง

อย่าเขียนเกิน 260-265 คำ ในข้อสอบ Writing Task 2 ทำไมหรา ไม่ใช่เพราะว่าคุณจะได้คะแนนน้อยลงหรอกนะ แต่เพราะด้วยเหตุผลสองข้อนี้:

1) เสียเวลา

2) คำยิ่งเยอะ ข้อผิดพลาดก็เยอะตาม

หากคุณได้รับคำสั่งให้เขียนครอบคลุมทุกจุดสำคัญในบทความ/จดหมาย ทำตามนั้นเพราะกรรมการนับคะแนนจากคำสั่งนั้นจริงๆ อย่าใช้คำเชื่อมประโยคเยอะจนเกินไป (เช่นคำว่า However, Furthermore, Moreover และอื่นๆอีกมากมาย) กรรมการคอยจับผิดคุณอยู่ ในการติวสอบ IELTS ของสถาบันเรา เราจะย้ำเรื่องนี้มาก เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ และค่อนข้างที่จะไม่ค่อยมีใครมาเน้นย้ำในเรื่องเหล่านี้

ข้อสอบ Speaking – เคล็ดลับในการสัมภาษณ์

พูดจนกว่ากรรมการจะบอกหยุด อย่าเพียงแค่ตอบคำถามและหยุด แสดงให้เห็นว่าคุณเก่งภาษาอังกฤษมากแค่ไหน ทำให้เหมือนราวกับคุณกำลังสอบขับรถ ขับตรงไปเรื่อยๆจนกระทั้งเขาบอกให้เลี้ยวขวา ซ้าย หรือจอด

มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่คุณต้องพูดในสิ่งที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งนั้นเลย ถ้าคุณไม่รู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้น บอกกรรมการทันทีเพราะกรรมการจะเปลี่ยนคำถามให้ เพราะหากคุณไม่บอกกรรมการและพยายามพูด กรรมการอาจไม่คิดว่าคุณมีปัญหาเรื่องความรู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้นแต่เขาจะคิดว่าคุณพูดไม่ได้ตะหาก

ข้อสอบ Speaking ของ IELTS ในประเทศอิหร่าน กรกฎาคม 2017

ด้านล่างนี้คือคำถามในข้อสอบ Speaking ที่ออกในข้อสอบ IELTS ที่อิหร่าน:

ข้อสอบ Speaking

ช่วงที่ 1 Interview

– What is your full name?

– Can I see your ID?

– Where are you from?

– Do you work or study?

– Is it acceptable for visitors or advisors to make a speech for school children?

– Is it better to have a teacher make a speech or someone else, like parents?

– What do you think about robots?

– Is it good to have a robot at home?

– What do you think about travel by car which is controlled by a robot?

ช่วงที่ 2 Cue Card

พูดเกี่ยวกับบทสนทนาที่น่าสนใจที่คุณเคยเจอ หรือการบรรยายที่คุณเคยได้ยิน โปรดพูดตามหัวข้อย่อยนี้

– Who the speaker was

– When you heard him/her or talked with him/her

– What the speech/conversation was about

– Why it was interesting to you

ช่วงที่ 3 Discussion

– What abilities make a person a good public speaker?

– Is it good to use a video presentation or other visual aids during the speech?

– Let’s talk about online shopping.

– Have you ever bought a pair of shoes online?

– Is it important to wear good shoes?

– Which do you prefer, good-looking shoes or comfortable ones?

หลักการให้คะแนน


เทคนิคการทำข้อสอบ SAT เลข

การเตรียมตัวสอบ IELTS  : ปัจจัยสำคัญในวันสอบการสอบ IELTS เป็นการสอบที่จัดได้ว่ามีค่าสอบที่แพงมากทีเดียว นักเรียนหลายคนมักจะมาบ่นว่าติวเสร็จแล้วก็อยากจะสอบๆให้ผ่านไปได้ในครั้งเดียว แต่ในทางกลับกัน IELTS เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษที่ยากและท้าทาย อย่างมาก แม้ว่านักเรียนทั้งหลายจะคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษในระดับม.ปลายอยู่แล้ว ก็ไม่สามารถจะสอบผ่านกันได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตามคุณสามารถลดความเครียดได้ด้วยการมั่นใจว่า……… อ่านต่อ


การสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาเยอรมันการเตรียรมตัวที่ผิดพลาด : ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับผู้ที่เรียน IELTS กับสถาบันของเราจะต้องไม่พลาด มีเหตุผลมากมายว่าทำไมอาจมีคนทำพลาดแบบผม โดยปกติแล้วคนเราชอบจะทำสิ่งที่เราถนัดและหลีกเลี่ยงสิ่งที่เราไม่ถนัด ผมถนัดการเขียนดังนั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผมจะเขียนบทความและจดหมายต่างๆและและไม่แยแสเรื่องที่ยากทั้งหมดและถือว่าน่ากลัวอีกด้วย หรือในทางตรงกันข้ามคนที่อนุมานได้ว่าเก่งการเขียนแต่ตั้งใจพัฒนาทักษะที่ไม่ถนัดด้านอื่น …… อ่านต่อ 


แบ่งปันประสบการณ์สอบ IELTS 


สถาบันของเราเปิดติวคอร์ส IELTS มาหลายสิบปี มีประสบการณ์ในการสอนมายาวนาน อีกทั้งยังได้มีโอกาสได้พบปะกับนักเรียนที่หลากหลาย บางท่านมีพื้นฐานในการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี ก็ไม่ได้ยากลำบากในการเตรียมตัวสอบมากนัก แต่บางท่านไม่คุ้นเคยกับการสอบ มีความเขินอายในการพูด และหลายท่านก็ทิ้งภาษาอังกฤษไปนาน เราจึงได้รวบรวมประสบการณ์จากนักเรียนมาไว้ให้สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวสอบ IELTS

แบ่งปันประสบการณ์ตรง Listening IELTS 

“โปรดจำไว้ว่า คุณต้องฝึกทำข้อสอบ Listening Reading และ Writing อย่างต่อเนื่อง เพราะในข้อสอบจริงไม่มีเวลาให้คุณพักเบรค เขาแค่พูดอย่างเป็นทางการว่าคุณมีเวลาพัก 5 นาทีในระหว่างแต่ละช่วง แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป ดังนั้นคุณต้องฝึกต่อสู้กับความเครียดสูงและความกดดันเหมือนที่เกิดในห้องสอบจริง”  (คุณเคน, 30 ปี)

“ไม่จำเป็นต้องฟังข่าว BBC มันไม่มีอะไรให้คุณเรียนรู้จากข่าว BBC เลย หากระดับภาษาอังกฤษของคุณแข็งแรงพอที่จะเข้าใจข่าว BBC แล้วหล่ะก็ คุณไม่จำเป็นต้องมองหาคำแนะนำต่างๆแล้ว แค่ฝึกทำข้อสอบอย่างเดียวและประหยัดเวลาอีกด้วย” (คุณมินนี่, 21 ปี)

“สิ่งแรกและสำคัญที่สุด ข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบที่มีผลใช้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ข้อสอบจะถูกออกแบบและปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง มีทั้งคำสั่งที่บอกคุณว่าควรทำอะไรบ้าง ตรงไหนที่คุณควรดู และอะไรที่คุณควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ แค่ทำตามคำสั่งนั้น IELTS เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษนานาชาติ ดังนั้นคุณอาจจะได้ยินสำเนียงภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อังกฤษ นิวซีแลนด์ หรืแม้กระทั้งอเมริกาตอนเหนือ ให้จำไว้ว่าคุณจะได้ยินเครื่องเล่นเสียงเพียงครั้งเดียวเท่านั้นฉะนั้นคุณจะต้องมั่นใจอย่างเต็มร้อยว่าคุณสามารถเก็บทุกรายละเอียดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง สำเนียงที่เราไม่คุ้นเคยอาจมีปัญหาได้แต่อย่างไรก็แล้วแต่อย่างน้อยคุณควรฝึกฟังสำเนียงมาตรฐานให้ได้ ดังนั้นคุณควรใช้เวลาในการฟังภาษากลางจากสถานีวิทยุออนไลน์เพื่อเตรียมตัวในการทำข้อสอบนี้ ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะหาสื่ออื่นในการฝึกทักษะการฟังและคุณอาจรู้สึกว่ามันน่าสนใจกับการฟังสำเนียงแปลกๆอื่นอีกด้วย อย่างสำเนียงของเมืองหลุยเซียน่าหรือคาริบเบียน ความจริงแล้วคุณจะสนุกสนานกับการค้นหาสถานีวิทยุจากทั่วทุกมุมโลกด้วยเวบไซต์ tunein.com ได้ด้วยเช่นกัน เคล็ดลับอีกอย่างคือการฝึกฟังเวทีทอล์คอย่าง TED talks ผู้พูดของ TED มาจากหลากหลายประเทศ และมักจะมีบทพูดอยู่ด้วยเสมอ คุณสามารถตรวจเช็คความแม่นยำในการฟังของคุณได้อีกด้วย” (คุณภูมิ, 32 ปี)

“กุญแจสำคัญในข้อสอบการฟัง คืออย่าใช้เวลานานในคำถามประเภทบทสนทนาทางโทรศัพท์หรือข้อมูลที่มีการโต้แย้ง และประหยัดเวลาไว้สำหรับคำถามอย่างแผนที่ และการสอน และอื่นๆ ข้อสอบการอ่านผมมั่นใจว่าต้องทำข้อสอบ 27 ข้อแรกให้เสร็จภายใน 30-35 นาทีเพื่อเอาเวลาไปใช้ทำข้อสอบที่เหลือ 28-40 เพราะว่าคุณจะต้องอ่านบทความแบบยาว นอกเหนือจากนี้ในขณะที่ตอบคำถามข้อที่ 28-35 คุณอาจต้องหาคำตอบเผื่อคำถามข้อที่ 36-40 ไปพร้อมกันเลย ประหยัดเวลาได้เยอะและไม่ต้องเหนื่อยอ่านบทความซ้ำด้วย” (คุณอาร์, 25 ปี)

แบ่งปันประสบการณ์ตรง Reading IELTS 

“ปกติแล้วคำถามมักจะเรียงลำดับกัน นั่นหมายความว่าคำตอบของข้อสอบข้อที่ 1 จะมาก่อนคำตอบข้อที่ 2 อย่างแน่นอน” (คุณเปรม, 29 ปี)

“บทความในข้อสอบ Reading มักจะเริ่มต้นจากง่ายไปยากและคำถามก็เป็นแบบนั้นด้วยเช่นกันหากคุณคาดหวังที่จะได้แบนด์สกอร์สูง (มากกว่า 7) แล้วหล่ะก็ มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างยิ่งหากคุณจะใช้เวลาทำข้อสอบในช่วงที่ 1 และ 3 ในเวลาเท่าๆกัน ในช่วงท้ายของข้อสอบจะมีความยากมากกว่าและคุณต้องใช้สมาธิจดจ่อกับรายละเอียดมากกว่าในข้อสอบช่วงแรก ฉะนั้นหากคุณอยากได้คะแนนสูงคุณจะต้องพกความมั่นใจไปมากพอ ที่ผ่านข้อสอบในช่วงแรกในเวลาอันรวดเร็ว ตัดสินจากประสบการณ์ตรงของผมนั่นคือ คุณควรใช้เวลามากสุด 8-10 นาทีในการตอบคำถามช่วงแรก” (คุณบิล, 32 ปี)

“วิเคราะห์หาคำที่บอกคุณสมบัติของประโยค ตัวอย่างเช่น some, all, mainly, often, always และ occasionally. คำเหล่านี้จะอยู่ในเนื้อหาเพื่อทดสอบว่าคุณได้อ่านประโยคทั้งประโยคหรือไม่เพราะคำเหล่านี้สามารถเปลี่ยนความหมายของประโยคได้ ตัวอย่างเช่น ‘Coca-Cola has always made its drinks in the U.S.A.’ มีความหมายแตกต่างจากประโยคนี้ ‘Coca-Cola has mainly made its drinks in the U.S.A.” (คุณเอม, 30 ปี)

“ระวังเมื่อคุณเห็นคำกริยาที่บอกคุณสมบัติของประโยค อาทิเช่น suggest, claim, believe และ know ตัวอย่างประโยคเช่น ‘The man claimed he was a British citizen,’ และ ‘The man is a British citizen’ สองประโยคนี้มีความหมายแตกต่างกัน” (คุณเก๋, 32 ปี)

“หากคำสั่งบอกว่า“answer in 3 words” คุณต้องตอบแค่ 3 คำเท่านั้นจริงๆ และคำนำหน้านามอย่าง“a” และ “the” นับเป็นหนึ่งคำด้วย” (คุณเขม, 36 ปี)

 “ใส่ใจเรื่องการสะกดคำและไวยากรณ์ คุณจะเสียคะแนนหากคุณสะกดคำผิดหรือประโยคผิดหลักไวยากรณ์  ฉะนั้นตรวจทานให้แน่ใจ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆสำหรับการสะกดคำผิดถ้าคุณเพียงแค่ลอกคำมาจากบทความ” (คุณคิม, 20 ปี)

แบ่งปันประสบการณ์ตรง Writing IELTS 

“ทำข้อสอบ Task 2 ก่อน เพราะมันได้คะแนนเยอะกว่าและง่ายกว่าอีกด้วย” (คุณเบญ, 18 ปี)

“อย่าเสียเวลามากเกินไปกับ Task 1 คุณต้องเรียนรู้โครงสร้างการเขียนทั้งหมดของข้อสอบในแต่ละรูปแบบของ Task 1 ในข้อสอบจริง คุณแค่ต้องนำเอาโครงสร้างเหล่านั้นไปปรับใช้กับข้อมูลใหม่และให้เหมาะสมกับกริยาของประโยค อ่านตัวอย่างบทความและจดโน๊ตประโยคที่เจ๋งๆเอาไว้เพื่อเพิ่มโครงสร้างประโยคที่มีความเป็นวิชาการมากยิ่งขึ้น บางโครงสร้างอาจนำไปใช้ในข้อสอบ Task 2 ได้อีกด้วย” (คุณเจ, 26 ปี)

“มีสมาธิกับการจัดระเบียบ ไวยากรณ์ การสะกดคำ หรือแม้กระทั้งการใช้เครื่องหมาย commas และ semi-colons อื่นๆอีกมากมาย ฝึกฝนให้บ่อยและมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” (คุณอิง, 26 ปี)

“หลีกเลี่ยงการเขียนด้วยภาษาพูด มีกฎบางข้อเกี่ยวกับการเขียนที่คุณควรทำตาม ตัวอย่างเช่น ห้ามเขียนตัวย่อ ห้ามเขียนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 หรือสรรพนามความเป็นเจ้าของ (I, you, me, my, your) ยกเว้นในช่วงสรุปที่คุณต้องแสดงความคิดเห็นส่วนตัว” (คุณจิน, 29 ปี)

“ถึงแม้ว่าคุณมีเวลาไม่พอที่จะเขียน 250 คำ พยายามเขียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะได้เสียคะแนนน้อยลง แน่นอนสิ่งที่ดีที่สุดคือต้องทำให้ได้ 250-265 คำ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหักคะแนนจากการเขียนที่สั้นเกินไป” (คุณออสก้า, 18 ปี)

“ถ้าคุณเขียนบทความ จดหมาย หรือรายงานที่ไม่เกี่ยวกับหัวข้อที่ให้ บทความของคุณจะไม่ได้รับการตรวจให้คะแนนเลย ใช่ นั่นคือความจริงและนี่เป็นอีกทางหนึ่งที่คุณจะเสียคะแนนอย่างแน่นอนที่สุด การท่องจำ กรรมการไม่โง่นะ พวกเขาได้รับการอบรมอย่างมืออาชีพและสามารถจับผิดข้อความที่ถูกท่องจำมาได้อย่างง่ายดาย” (คุณโมมน, 24 ปี)

“เรียบเรียงย่อหน้าให้ชัดเจน อย่าเขียนบทความให้กรรมการดูเหมือนโดยไม่มีย่อหน้าเป็นอันขาด ต้องมั่นใจว่าคุณเขียนเป็นย่อหน้าเพื่อแบ่งแยกข้อโต้แย้งที่แตกต่างกันออกไปหรือหัวข้อที่กำลังอธิบายอยู่” (คุณแดน, 33 ปี)

“อย่าลอกคำถาม ห้ามลอกคำถามโดยเด็ดขาด คุณอาจต้องใช้คำถาม (หรือที่เขาเรียกกันว่าหัวเรื่อง) ในย่อหน้าบทนำทั้งสอง Task เพื่อที่จะเกริ่นนำก่อนเข้าสู่เนื้อหา แต่ให้แน่ใจว่าคุณใช้ภาษาของคุณเอง ห้ามลอกมา” (คุณจีน, 30 ปี)

“ใช้โครงสร้างไวยากรณ์ที่หลากหลาย กรรมการจะคอยดูว่าคุณสามารถใช้หลักไวยากรณ์ได้มากน้อยแค่ไหน ฉะนั้นพยายามใช้โครงสร้างทางไวยากรณ์ให้หลากหลายหรือมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะหากคุณอยากได้คะแนนสูง คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถสร้างประโยค simple compound และ complex ได้” (คุณโอปาล, 27 ปี)

“เขียนให้ชัดเจนสวยงาม จริงๆลายมือของคุณไม่มีผลต่อการให้คะแนน แต่อย่างไรก็ตามถ้ากรรมการไม่สามารถอ่านสิ่งที่คุณเขียนได้คุณก็ไม่ได้คะแนนอยู่ดี ฉะนั้นเขียนด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน” (คุณจิ, 31 ปี)

“ฝึกเขียนบนกระดาษคำตอบฉบับจริง คุณจะได้กะประมาณได้ว่าคุณต้องเขียนยาวแค่ไหนลงในกระดาษคำตอบเพื่อให้ครบคำที่กำหนดและเสร็จทันเวลาที่ให้ไว้” (คุณโย, 26 ปี)

“พยายามใช้ศัพท์ทางวิชาการและคำเชื่อมทั้งหลาย (additionally, moreover, thus, nevertheless และอื่นๆ) อย่าใช้ตัวย่อเด็ดขาดและพยายามอย่าใช้ตัวลดรูปด้วย (เช่น don’t, won’t, I’m และอื่นๆอีกมากมาย) เพราะนี่ดูไม่เป็นทางการ ควรใช้ ‘do not’, ‘would/will not’, ‘I am’ คำเหล่านี้แทน” (คุณวิวา, 19 ปี)

แบ่งปันประสบการณ์ตรง Speaking IELTS  

“ตอบให้เยอะ เคล็ดลับนี้อาจเป็นหนึ่งในข้อที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะหน้าที่ของกรรมการคือต้องเข้าถึงความสามารถในการพูดของคุณให้ได้ ฉะนั้นถ้าคุณพูดน้อยมากๆ กรรมการก็ไม่สามารถให้คะแนนคุณได้ อย่าตอบสั้นๆแค่คำเดียว อย่าง ‘yes’ หรือ ‘no’ และจบอยู่แค่นั้น สิ่งที่คุณต้องทำคือทำให้กรรมการเข้าถึงภาษาของคุณให้ได้มากที่สุด ฉะนั้นพูดเยอะๆ” (คุณโซ่, 24 ปี)

“อย่าออกนอกเรื่อง การตอบให้เยอะก็เป็นเรื่องสำคัญแต่ต้องให้แน่ใจว่าไม่ออกนอกเรื่อง อย่าพูดถึงแค่เรื่องที่นึกออกถ้านั่นไม่ใช่คำตอบ” (คุณมีม, 24 ปี)

“หากคุณไม่เข้าใจคำถาม บอกให้กรรมการทวนคำถามให้ใหม่ได้ อย่าพยายามตอบคำถามตั้งแต่แรกหากคุณไม่เข้าใจหรือได้ยินไม่ถนัด คุณไม่เสียคะแนนหรอกหากบอกให้กรรมการพูดใหม่อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณไม่สามารถเข้าใจคำถามและคอยให้กรรมการทวนคำถามอยู่ตลอดคุณก็อาจยังไม่พร้อมที่จะสอบก็ได้นะ” (คุณนีออน, 28 ปี)

“ข้อสอบ Speaking ฝึกทุกวันและอัดเสียงของคุณเองเพื่อย้อนกลับไปฟังว่าคุณพูดคล่องหรือไม่ ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ และที่สำคัญอย่าลืมจับเวลาในการตอบคำถามโดยเฉพาะในช่วงเลือกการ์ดคำถาม คำแนะนำเล็กๆข้อสุดท้ายคือ อย่าลืมฝึกเขียนด้วยดินสอและทำข้อสอบ IELTS เต็มฉบับก่อนวันสอบจริง เพราะการลบคำและเขียนใหม่อาจทำให้เสียเวลามากกว่าที่คุณคิดก็เป็นได้ ฉันสามารถทำคะแนนได้สูงก็เพราะการใช้เคล็ดลับที่กล่าวไว้แล้วและฉันหวังว่าประสบการณ์ของฉันจะช่วยให้คนอื่นนำไปใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน ขอให้ผู้สอบทุกคนโชคดีนะคะ” (คุณมินตรา, 30 ปี)

“ข้อสอบการพูด : คนมักจะสับสบเรื่องความคล่องแคล่วในการพูดกับการพูดเร็ว หากคุณสับสนเรื่องนี้อยู่มันอาจทำให้ตกที่นั่งลำบากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเร็วของการพูดที่มักจะมาพร้อมกับความไม่สัมพันธ์ต่อเนื่องกันอยู่เสมอ ตั้งใจพูดเพราะไม่เพียงคุณต้องพูดเสียงดังฟังชัดเท่านั้นแต่ยังต้องให้กรรมการเข้าใจคุณด้วย” (คุณชล, 31 ปี)

“การฝึกพูดกับเพื่อนช่วยได้มากด้วยเช่นกัน” (คุณอิงอิง, 17 ปี)

 

เทคนิคการทำข้อสอบ IELTS ด้วยตัวเองจากผู้มีประสบการณ์สอบคะแนน 6.5 ขึ้นไป

“คำแนะนำของผมในการทำข้อสอบนี้คือการใช้แหล่งข้อมูลที่มีในออนไลน์ให้มาก แต่อย่าพยายามยึดติดอยู่กับหลากหลายเวบ ให้จำกัดตัวเองอยู่ที่เวบไซต์ที่ดีอย่าง IELTS-Blog.com และ DCielts หนึ่งหรือสองเวบก็พอ ฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงให้มากที่สุดในเวลาที่จำกัด ทั้งหมดทั้งมวลแล้วผมพูดได้เลยว่าการฝึกฝนเป็นกุญแจสำคัญในการทำข้อสอบ IELTS ให้ประสบความสำเร็จ”

“ก่อนทำการจองวันสอบผมเริ่มเรียนภาษาอังกฤษด้วยเวบ Duolingo (สำหรับการเสริมเรื่องไวยากรณ์) ดูหนังและซีรี่ส์โดยไม่มีคำบรรยายใต้ภาพ (เพื่อปรับปรุงทักษะการฟังและคำศัพท์)”

“พยายามฝึกทำการสำเนาข้อสอบจริงเพื่อให้ตัวคุณเองคุ้นเคยกับรูปแบบของข้อสอบ”

“ผมใช้บริการแก้ข้อผิดพลาดจากเวบไซต์ IELTS.Blog.com เพื่อปรับปรุงงานเขียนของผม”

 

สุดท้ายนี้

เรียน IELTS ที่ไหนดี? ไม่ว่าจะเป็น Speaking Reading Writing หรือ Listening สถาบันเราพร้อมที่จะทำให้นักเรียนอัพคะแนนได้อย่างมากในระยะเวลาอันสั้น หลายท่านอาจจะเจอหลายๆที่ ที่พยายามขายฝันให้กับนักเรียน สำหรับสถาบันเรานั้น มักจะพยายามบอกกับนักเรียนทุกท่านให้อยู่ในโลกของความจริง ถ้าเราอ่อนเราต้องพยายาม ถ้าเราเก่ง เราต้องแม่นยำ และรวดเร็วกว่าเดิม สถาบันของเราสอนโดยอาจารย์สี่ท่าน ที่เรียนปริญญาเอกด้านนั้นๆมาโดยตรง ไม่นิยมอาจารย์ท่านเดียวสอน เพราะ เราต้องการดึงศักยภาพของครูถ่ายทอดไปให้กับผู้เรียนมากที่สุด ดังนั้นทีมครูของเราจึงประกอบไปด้วยคณาจารย์ระดับปริญญาโท และเอก ระดับเกียรตินิยม มาสร้างฝันของนักเรียนให้เป็นจริง

เรียน IELTS จำเป็นต้องใช้เวลามากพอสมควร เนื่องจากการสอบ IELTS เป็นการสอบเพื่อวัดผลในระดับสูง มีความยากและท้าทายค่อนข้างมากหากต้องการที่จะสอบให้ได้ Band 6.5 ขึ้นไป จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี ทางสถาบัน Acknowledge เข้าใจในความจำเป็นดังกล่าว ดังนั้นสถาบันจึงได้คัดครูที่มีประสบการณ์สอนมาเป็นผู้รับผิดชอบคอร์สเรียนและแน่นอนว่าสถาบันยังเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ตั้งใจทุกคนครับ