หมวดหมู่: คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ

เรียน TOEIC ติวเร่งรัด 3 วัน 1900

Published / by Language Tutor

เรียน TOEIC กับสถาบันของเรา เน้นการเรียนในระยะสั้น ราคาถูกเรียน TOEIC กับ Acknowledge เพราะเราตระหนักดีว่าการสอบ โทอิค เป็นการสอบที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การสอบเข้า เรียนในระดับมหาวิทยาลัย ของเด็กนักเรียนระดับ ม.ปลาย (การสอบจะจัดขึ้นที่ตึกบีบีนะครับ) เพราะนั่นหมายถึง คะแนนที่ได้ จะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ในบางครั้งจะเป็นตัวกำหนดชีวิตของคนคนนั้น (จริงๆไม่ได้อยากจะให้เครียดนะครับ) รวมถึงการก้าวหน้าในตำแหน่ง หน้าที่การงาน ผู้เรียนบางท่านต้องใช้ในการปรับเงินเดือน บางท่านใช้ในการเลื่อนขั้น บางท่านต้องใช้ในการสมัครงาน หรือบางทีอาชีพที่คนส่วนใหญ่ใฝ่ฝัน ไ่ม่ว่าจะเป็นแอร์โฮสเตจ หรือสจ๊วต ต่างก็ต้องสอบกันทั้งนั้น ดังนั้นสถาบันของเราจึงจัดชุดอาจารย์ที่ดีที่สุด และผ่านการสอบด้วยคะแนนสูงลิ่วมาทำการสอนให้กับทุกท่าน โดยจะเป็นอาจารย์ 2 ท่าน แยกรับผิดชอบสอนแยกในแต่ละส่วน ไม่ว่าจะเป็น Listening Grammar Reading โดยอาจารย์ทุกท่านมีประสบการณ์ติว TOEIC มายาวนาน อีกทั้งล้วนเคยสอบได้เกือบเต็มมาแล้วไม่ว่าจะเป็น ครูโอเบส ครูเป้ย และครูป๊อบอาย ครูปอ โดยหลักการของอาจารย์ ขอให้สถาบันของเรา ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทุกคน พบกับคำตอบสุดท้ายของที่ เรียน TOEIC ที่ไหนดี ได้ที่ Acknowledge คอร์สของเราราคาถูกแต่คุณภาพคับแก้ว อีกทั้งการเดินทางยังสะดวกสบาย ติดกับ BTS ช่องนนทรี ถัดจากสถานีสยามเพียง 2 สถานี

ข้อสอบที่เน้นด้านการอ่าน จะต้องอ่านให้เร็วและจับใจความสำคัญให้ได้

สำหรับข้อสอบโทอิค ในส่วนของการอ่าน ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่บทความ ทางธุรกิจเป็นส่วนมาก (ก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะ โทอิคเป็นข้อสอบที่เอาไปใช้เพื่อการทำงาน) ไม่ว่าจะเป็น ข้อความโฆษณา อ่านจดหมาย การอ่านอีเมลตอบรับจากลูกค้า อีเมลจากหัวหน้าไปบอกลูำกน้อง หรือจะเป็นการจองโรงแรม เป็นต้น ดังนั้น การอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษจะช่วยได้มาก หากฝึกที่อ่านบทความเล็กๆ ในช่วงเวลาเช้าระหว่างก่อนเข้างาน อีกทั้งจำไว้ว่า หากผู้เรียนคนไหนไม่คล่องใน part ไหน ก็ต้องพยายามเพิ่มขึ้น อย่าไปทิ้ง part นั้นๆ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือทำไม่ทัน เพราะข้อสอบค่อนข้างเยอะ (200 ข้อ) แต่อย่างไรก็ตามเราต้องฝึกให้มีความเคยชินในภาษาอังกฤษ นั่นคือ จะต้องเอาหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ มาอ่านทุกๆวัน หากมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ การฝึกพูดให้คล่อง จะมีส่วนช่วยในการทำข้อสอบได้เร็วขึ้นเป็นเงาตามตัว


คอร์สเรียน TOEIC เร่งรัด


คอร์ส TOEIC มีเพียงแบบเดียวได้แก่ เรียนติดกันสามวันในวันธรรมดาจันทร์ อังคาร และวันพุธดังตารางคอร์สด้านล่าง เป็นการเรียนจะเรียนทั้งวัน เจ็ดชั่วโมง พักเที่ยงหนึึ่งชั่วโมง โดยจะเรียนครบทุกสกิล 21 ชั่วโมง ราคาเพียง 1,900 บาท 

วันเริ่ม
เวลา
วัน
ประเภท
21 พค. 2561
09.00-17.00
จันทร์ อังคาร พุธ
เร่งรัด 3 วัน
28 พค . 2561
09.00-17.00
จันทร์ อังคาร พุธ
เร่งรัด 3 วัน
4 มิย . 2561
09.00-17.00
จันทร์ อังคาร พุธ
เร่งรัด 3 วัน
11 มิย . 2561
09.00-17.00
จันทร์ อังคาร พุธ
เร่งรัด 3 วัน
18 มิย . 2561
09.00-17.00
จันทร์ อังคาร พุธ
เร่งรัด 3 วัน
25 มิย . 2561
09.00-17.00
จันทร์ อังคาร พุธ
เร่งรัด 3 วัน

หมายเหตุ

  • รวมค่าเอกสารทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องชำระอะไรเพิ่มเติม
  • เป็นคอร์สเร่งด่วนไม่เน้นเนื้อหา ไม่ค่อยปูพื้น เพราะมันไม่ทัน เน้นจำ อัด ยัดให้แน่น เน้นเทคนิคคิดลัด เรียนเสร็จแล้ววิ่งไปสอบ
  • โจทย์ของเราจะเป็นฐานข้อสอบโทอิค เก่าๆที่หลากหลายทุกรูปแบบ การให้คำศัพท์เป็นชุดๆที่จะต้องเจอในข้อสอบอยู่แล้ว ทำให้ผู้ที่มาเรียนเข้าสนามสอบด้วยความมั่นใจ
  • นอกเหนือจากคอร์สเรียนรวมแล้วสถาบันเรายังมีการสอนตัวต่อตัวอีกด้วยนะครับ
  • เป็นคอร์สไม่ใหญ่ ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณสิบกว่าคน ไม่ต้องขี่คอกันเรียน หรือไม่ต้องกลัวว่าจะแย่งอากาศกันหายใจ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าครูจะดูแลไม่ทั่วถึง รับรองว่าครูจะดูและเราเป็นอย่างดี เปิดโอกาสให้ซักถาม ทั้งในและนอกห้อง

TOEIC คือ


ครูนกกับการสอน IELTSTOEIC เพื่อใช้ในการสอบ จะต้องมีการเตรีนมตัวให้พร้อม แม้ว่าข้อสอบจะง่ายกว่าตัวอื่นๆ แต่ก็เป็นข้อสอบที่มีสถิติที่ใช้ในการสมัครงานสูงที่สุด เพราะเป็นข้อสอบที่สามารถใช้วัดระดับการสอบภาษา อังกฤษได้กว้างมาก หากต้องการภาษาอังกฤษสำหรับการสมัครงานก็จะต้องเป็นการสอบ TOEIC เหตุนี้จึงทำให้คนทำ งานอีกหลายๆ คนหันมาเลือก TOEIC เพื่อเตรียมตัวก่อนสอบกันมากขึ้น อย่างน้อยหากได้คะแนนดีๆ ก็ยังพอเป็นใบเบิกทางที่จะขอเลื่อนตำแหน่ง หรือขึ้นเงินเดือน หรือเปลี่ยนไปทำงานที่ตรงกับความต้องการ ที่มีผลการเรียนและผลสอบเป็นหลักค้ำประกัน ในกรณีที่คุณสามารถทำคะแนนได้ดี

 TOEIC  สอบแล้วนำไปใช้ทำอะไร

TOEIC  เพื่อใช้ในการเตรียมตัวก่อนสอบ ควรได้คะแนนขั้นต่ำเท่าไร ถึงเรียกว่าใช้ได้ ซึ่งหลักๆ ที่ใช้คือการสมัครงาน คะแนนต่ำสุดคือ  300 – 400  สำหรับคะแนนระดับนี้สามารถใช้สมัครงานประเภทคนเช็คสต๊อก หัวหน้า เสมียน แม่บ้าน บาร์เทนเดอร์ บริกร ฯลฯ  หากได้คะแนนขั้นมาตรฐานที่ควรจะได้คือประมาณ  650 ขึ้นไป คะแนนในส่วนนี้จะสามารถนำไปใช้สมัครพวกแอร์โฮสเตส พนักงานโรงแรม หากเป็นอาชีพที่เป็นเชิงวิชาการขึ้นมาอย่างง วิศวกร หรือโปรแกรมเมอร์ คะแนนของ TOEIC จะอยู่ที่ระดับ  800 ซึ่งคนที่ได้คะแนน TOEIC  800 ขึ้นไป นอกจากจะได้เรียกตัวในการสมัครงานแล้วยังอาจเป็นส่วนหนึ่งของใบเบิกทางสำหรับตำแหน่งหรือเงินเดือนที่สูงขึ้นในบางบริษัทด้วย  โดยการสอบTOEIC จะมีทั้งหมดสองพาร์ท คือ Listening กับ Reading   แต่ละพาร์ทจะมีข้อสอบ 100 ข้อ มีคะแนน  450 คะแนน รวม  2  พาร์ทจะได้ 990 คะแนน  ซึ่งในการ เรียน TOEIC ก็จะมีการสอนก่อนการสอบในลักษณะเดียวกันด้วย

ในส่วนของการฟัง Listening จะมีข้อสอบ 4  ช่วง คือ Photographs คือ 1.เป็นการดูรูปฟังช้อยส์และตอบคำถาม , 2.Question – Response  เป็นบทสนทนาสั้นๆ โต้ตอบกัน  , 3.Short Conversations  เป็นบทสนทนาที่ยาวขึ้นมา  และ 4.Short Talks จะเป็นบทสนทนาพูดคุยและตอบคำถาม ในส่วนของพาร์ทการอ่าน Reading จะมี 3  ช่วง คือ 1.Incomplete Sentences  มีประโยคให้ มาและเว้นช่องว่างให้เติมคำ ,2 . Error Recognition  ให้หาส่วนที่ผิด และ 3 .Reading Comprehensive

การเตรียมตัวสอบ

ก่อนอื่นคุณจะต้องรู้จุดประสงค์ในการเรียนว่าจะเรียนเพื่ออะไร และหากมีการสอบคะแนนที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไร  จะได้ตั้งเป้าหมายได้ถูก แล้วจะต้องเตรียมตัวทบทวนแกรมม่า แต่ถ้าใครเคยสอบ TOEFL IELTS SAT ฯลฯ มาก่อน การสอบแกรมม่าจะคล้ายๆ กันหมด สำหรับใครที่เคยผ่านข้อสอบแบบ Standard test มาแล้ว หากมาทำ TOEIC ก็จะไม่ยากเท่าไหร่ ในส่วนของการอ่านก็อาจไปเรียน เพิ่มเติมเพื่อลองทำข้อสอบที่เป็น text  ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ  บทความส่วนใหญ่จะเป็นด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ การสมัครงานหรือเทคโนโลยีต่างๆ  ส่วนเรื่องคำศัพท์ไม่ได้เป็นคำศัพท์ที่ยากมากแต่ก็ต้องมีการทบทวนบ้าง  ซึ่งลักษณะของข้อสอบก็ต้องเตรียมตัวเหมือนกัน เพราะต้องทำความเข้าใจว่ามีข้อสอบแบบไหนบ้าง เรื่องของเวลาสำคัญมากจริงๆ เพราะ TOEIC เป็นข้อสอบที่อ่านรอบเดียวแล้วคิดและจัดการตอบเลย เวลาที่จะกลับมาทวนจะมีน้อยมากๆ ซึ่งจะต้องแบ่งเวลาให้ดี

วิเคราะห์แนวข้อสอบ TOEIC  

ในส่วนของพาร์ท Listening ในช่วงแรกที่เป็นรูปจะเป็นช่วงที่ง่ายมากถึงง่ายที่สุด ซึ่งคุณควรเก็บรายละเอียดให้ดีว่าใครทำอะไรที่ไหนให้ดี จะมีคำถามกับช้อยส์ตามมา  สิ่งที่สำคัญคือในเรื่องของการออกเสียงต้องระวัง คำบางคำออกเสียงคล้าย กันมากแต่ความหมายต่างกัน ในส่วนถัดมาเป็นบทสนทนาสั้นๆ ต้องพยายามฟังให้ดีเพราะหากฟังไม่ทันก็จะไม่มีข้อมูลอื่นมาช่วย  ในส่วนถัดมาจะเป็นบทสนทนาแบบยาวๆ ขึ้นมาแต่ไม่ได้มีรายละเอียดออกมาชัดเจน  ต้องพยายามวิเคราะห์ในการตอบคำถามให้ดี ส่วนสุดท้ายจะเป็นการ พูดจะมีคนๆ เดียวพูดบทความยาวๆ ประมาณหนึ่งย่อหน้า โดยก่อนที่จะเริ่มทำข้อสอบพยายามใช้เวลาเท่าที่มีอยู่ดูคำถามว่าเขาถามอะไร  เวลาเราฟังจะได้จับประเด็นใจความสำคัญได้ ให้ฟังอย่างตั้งใจที่สุด ข้อดีคือเวลาฟังสามารถจดบันทึกได้

ในส่วนของพาร์ท Reading  คำถามค่อนข้างจะตรงไปตรงมาจะต่างกันที่คำศัพท์ที่นำมาใช้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ลองอ่านคำถามก่อนแล้วจึงไปหาคำตอบในเนื้อเรื่อง เป็นข้อสอบที่เร็วมากข้อสอบมี 100 ข้อแต่ให้เวลาแค่ 75  นาทีเท่านั้น  ที่ง่ายที่สุดของ Reading คือส่วนแรกเป็น Incomplete Sentences จะสามารถทำตรงนี้ได้ดีคือคุณต้องเข้าใจ Parts of Speech ต้องรู้ว่าอะไรคือ ประธาน กริยาและ กรรม เรื่องของ Adjectives Adverb   หากสามารถวิเคราะห์ประโยคได้ก็จะรู้ว่าคำที่หายไปคืออะไร ต่อมาเป็นส่วนของเออเรอร์ Error จะเป็นส่วนที่ยากที่สุด และเป็นส่วนที่หลายคนมักจะผิดพลาดมากที่สุด ซึ่งต้องแม่นเรื่องไวยากรณ์  และคำศัพท์ ส่วนสุดท้ายคือ  Reading Comprehensive  เป็นการอ่านบทความและตอบคำถาม ข้อสอบ TOEIC แบบรีดีไซน์  ฯลฯ

การเรียนเพื่อทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี

สำหรับการเรียนเพื่อเป้าหมายในการทำคะแนนสอบที่ดี อย่างแรกต้องคำนึงคือเรื่องของเวลา เป็นเรื่องที่สำคัญ จ้องมีการจัดการเวลาที่ดีในเรื่องของการทำข้อสอบ หากเจอข้อไหนที่ทำไม่ได้อย่าข้ามให้พยายามเดาไปก่อนหรือทำเครื่อง หมายไว้หากมีเวลาจะได้กลับมาดูใหม่  ส่วนมากจะไม่มีเวลาย้อนกลับมาดู หากคุณเว้นไว้โอกาสที่ไม่สามารถกลับมาทำได้มีสูง ข้อสอบแบบ Standard test  ควรจะอ่านจะตีโจทย์ให้แตกภายในครั้งเดียวเพราะหากใช้เวลาคิดและทำความเข้า ใจนานจะทำให้คุณไปในส่วนอื่นไม่ทัน  แต่หากมีความพร้อมก่อนสอบอาจจะช่วยลดความตื่นเต้น หรือช่วยปูพื้นฐาน รวมทั้งมีเทคนิคในการทำข้อสอบให้ดีขึ้นก็ได้

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

TOEIC Tips

สำหรับคนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แน่น อยากจะปรับพื้นตัวเอง แนะนำไปเรียนกันได้ที่นี่เลย http://ภาษาอังกฤษออนไลน์.com/